
นี่...ขี้เกียจอย่างนี้ระวังจะเป็นง่อย
นี่...ขี้เกียจอย่างนี้ระวังจะเป็นง่อย : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร
เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคนี้บ่อยๆ เมื่อประมาณ 20-30 ปีที่แล้ว หญิงยศจำได้ว่าเมื่อตอนเด็กๆ มีสิ่งหนึ่งที่เข้ามาในชีวิตและเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง สิ่งนั้นก็คือ "รีโมทคอนโทรล" มันมากับเครื่องอำนวยความสะดวกทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ เครื่องเล่นวิดีโอ (อย่ามาดีวีดีสิ ยังไม่มีนะ) เครื่องปรับอากาศ และอื่นๆ อีกไม่มากมายนัก แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่และทุ่นแรงการเดินไปได้มาก โลกก่อนรีโมทคอนโทรลนั้นเลือนราง จำได้แค่ว่าหญิงยศมีหน้าที่เดินไปเปลี่ยนช่องทีวีตามคำสั่งคุณพ่อบ้าง คุณยายบ้าง จนต่อมามีน้องเราก็ใช้น้องต่ออีกที (สมน้ำหน้า) แต่พอมีรีโมท ทุกคนก็นั่งนิ่งๆ ใช้นิ้วกดเพียงอย่างเดียว ในช่วงเวลานั้นหญิงยศได้ยินคำบ่นประโยคข้างบนบ่อยมาก ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เพราะผู้ใหญ่เกิดความกลัวหน่อยๆ ว่าเมื่อโลกก้าวไปข้างหน้า เทคโนโลยีต่างๆ จะมาอยู่ที่ปลายนิ้วมือ แล้วคนก็จะเริ่มนั่งอยู่เฉยๆ ไม่แอ็กทีฟ ไม่เขยื้อนร่างอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่ในตอนนั้นพวกเราไม่มีวันคาดเดาได้เลยว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลขนาดไหน เรารู้จักเพียงแค่ไอ้เจ้ารีโมทอันเดียวเท่านั้นเอง
คุณยายหญิงยศเสียไปแล้วแต่เชื่อว่าถ้าคุณยายยังอยู่ แกคงยิ่งวิตกว่าลูกหลานจะเป็นง่อย เพราะเรามาไกลกว่ารีโมทคอนโทรลมาก ทุกวันนี้เรามีคอมพิวเตอร์ เรามีอินเทอร์เน็ต เราดูทีวีบนมือถือ เราไม่ต้องแม้แต่จะกดเบอร์โทรศัพท์ อย่าว่าแต่เดินไปเปลี่ยนช่องทีวีเลย เราไม่ต้องเดินไปรับโทรศัพท์ เราไม่ต้องจำเบอร์ของใคร เราไม่ต้องซื้อแสตมป์ เราไม่ต้องแม้แต่จะออกไปหาซื้อเพลงมาฟัง เราไม่ต้องยกสมุดหน้าเหลืองมาเปิด เราไม่แม้แต่จะต้องออกไปหาเพื่อน ทุกวันนี้เรามีมือถือ เราสั่งสิริให้ต่อโทรศัพท์ถึงเพื่อน เราคบเพื่อนทางเฟซบุ๊ก อ่านข่าวทางทวิตเตอร์ โหลดเพลงออนไลน์ ฟังธรรมะผ่านโซเชียลมีเดีย เราส่งอีเมล เรามีไลน์ไว้คุยกับเพื่อน เราไม่ต้องเดินไม่ต้องวิ่งไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องคิด ไม่ต้องจำ ไม่ต้องวางแผน ไม่ต้องกังวลใดๆ เพราะเทคโนโลยีทำให้เราหมดแล้ว
ฟังดูดี ไฮโซโบว์ระเบิดมากค่ะ แต่ลองคิดดูลึกๆ อีกนิดนะ เด็กสมัยนี้เป็นโรคอ้วน ปลายประสาทอักเสบ คอเลสเตอรอลสูง ภูมิแพ้และภูมิต้านทานต่ำ ภูมิต้านทานในที่นี้หมายรวมถึงทั้งทางสุขภาพกายและสุขภาพใจ ทำไมละครเดี๋ยวนี้ต้องคิดเยอะ เพราะคนภูมิต้านทานต่ำเหลือเกิน ส่วนหนึ่งคงมาจากสิ่งเหล่านี้ เรากว้างขวางแต่โลกแคบเหลือเกิน โลกของความเป็นจริงน่ะค่ะ
เมื่อตอนเด็กๆ พอโดนผู้ใหญ่ดุว่าขี้เกียจก็แอบบ่นในใจ แต่หลายสิบปีผ่านไป แอบเข้าใจและเห็นด้วยอยู่หน่อยๆ ใช้อะไรก็เอาแต่พอดี หันหน้าหากันบ้าง ชวนกันออกไปวิ่งเล่นบ้าง ฟังเสียงเพื่อนบ้าง วางโทรศัพท์บ้าง หรือใครจะอยากเอารีโมทไปซ่อนสักวันแล้วลองเดินไปเปลี่ยนช่องโทรทัศน์เองบ้าง....
เชื่อเหอะว่าหาปุ่มไม่เจอหรอก เชอะ!!!!
.......................................
(หมายเหตุ นี่...ขี้เกียจอย่างนี้ระวังจะเป็นง่อย : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร )



