บันเทิง

ดร.สาทิส ยังไม่ตาย

ดร.สาทิส ยังไม่ตาย

05 พ.ย. 2555

ดร.สาทิส ยังไม่ตาย : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

           ช่วงนี้คนดีๆ ที่มีคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมทยอยจากไปราวใบไม้ร่วง เป็นเรื่องของสังขารที่ต้องยอมรับกัน
 
          อย่างวันก่อนในงานพระราชทานเพลิงศพ ดร.สาทิส อินทรกำแหง ที่วัดสระเกศ เราได้ย้อนมองเห็นสิ่งที่ท่านปลุกเร้าให้เราหันมาดูตัวเอง ใส่ใจการกิน-อยู่และการดำเนินชีวิต และเปิดประตูสู่แนวทางการรักษาโรคด้วยศาสตร์แห่งชีวจิต
 
          หากจะเริ่มปฐมบทของความสนใจศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง ต้องย้อนไปในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวของท่านเอง...
 
          เหตุที่ ดร.สาทิส สนใจเรื่องชีวจิต เพราะเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ท่านเคยป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูกระยะ 3 ตอนนั้นทำงานที่สหประชาชาติ หรือยูเอ็น สหรัฐอเมริกา ท่านต่อสู้กับโรคมาหลากหลายวิธี กระทั่งมาศึกษาด้วยตัวเองตามแนวทางชีวจิต โดยเริ่มทำดีท็อกซ์ เปลี่ยนอาหารการกิน ปรับวิถีการดำเนินชีวิต
 
          พอกลับมาเมืองไทย ก็เริ่มรักษาคน โดยประมวลความรู้จากที่เคยเรียนฝังเข็ม ทั้งยังได้ร่ำเรียนด้านคลินิคอล นูทรีชั่น ลงลึกด้านโภชนาการชีวโมเลกุล แมคโครไบโอติกส์ พัฒนามาเป็นการรักษาโรคด้วยอาหาร บวกกับประสบการณ์ตรง เคยทำงานที่โรงพยาบาล Sacred Heart Hospital รัฐโอเรกอน เคยทำงานที่โรงพยาบาลเซียะเหมิน ทั้งหมดนี้กลายเป็นองค์ความรู้ ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น 
 
          ลองนึกดูดีๆ ดร.สาทิส ทำให้คนไทยตื่นตัวเรื่องการกินข้าวกล้อง เลี่ยงอาหารขัดขาวจำพวกแป้ง น้ำตาล ให้หันมากินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น
 
          ใกล้เคียงกับที่เปิดศูนย์ชีวจิตเป็นเหมือนคลินิกที่ รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ย่านพระราม 2 ดร.สาทิส ก็นั่งแท่นบรรณาธิการที่ปรึกษาให้แก่นิตยสารชีวจิต จนถึงปัจจุบัน
 
          พูดถึงนิตยสาร "ชีวจิต" ดร.สาทิส เริ่มก่อตั้งเล่มนี้ร่วมกับคุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ภายหลังจากที่ ดร.สาทิสรักษาโรคมะเร็งให้คุณชูเกียรติ จากที่หมอบอกจะอยู่ได้ 8 เดือน ก็ยืดไปเป็น 8 ปี
 
          ก่อน ดร.สาทิสเสียชีวิต ท่านไม่ได้เป็นโรคใดๆ เพราะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แข็งแรง และยังเล่นเทนนิสได้ตามปกติ รวมทั้งยังเป็นวิทยากรบรรยายตามที่ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
 
          จนเมื่อมาเสียการทรงตัวในวันที่ 26 ตุลาคม และเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล กระทั่งมาเกิดอาการโรคหลอดเลือดในสมองตีบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นส่วนของก้านสมอง ที่สำคัญมากทำให้ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
 
          ท่านได้จากไป เมื่อเวลา 12.26 วันที่ 28 ตุลาคม สิริอายุ 88 ปี
 
          แม้ท่านจะจากไป แต่สิ่งที่ท่านฝากไว้ก็คือเรื่องการดูแลสุขภาพกาย-ใจ เพราะชีวจิตไม่เคยแยกกายและใจออกจากกัน และเน้นความสมดุลด้านกิน-นอน-พักผ่อน-ออกกำลังกาย ยิ่งออกกำลังกายให้เหงื่อโทรมกาย ใจเต้นแรงจะยิ่งดี
 
          โดยเฉพาะเรื่องการทำงาน ท่านเน้นว่าต้องจัดให้เกิดการสมดุลกับชีวิต คือรักงาน ทำอย่างเต็มที่และมีความสุขกับงานที่ทำ
 
          นี่คือเรื่องราวในชีวิตของ ดร.สาทิส ปรมาจารย์ชีวจิตที่ไม่เคยตาย
 
          ขอแสดงความชื่นชมและยกย่องตลอดกาลค่ะ
.......................................
(หมายเหตุ  ดร.สาทิส ยังไม่ตาย : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์ )