บันเทิง

พริกกะเกลือ : เหยื่อ

พริกกะเกลือ : เหยื่อ

05 พ.ย. 2555

เหยื่อ : คอลัมน์ พริกกะเกลือ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected] https://www.facebook.com/NithinandY

          เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คดีพริตตี้สาวกับลุงแก่ สปอร์ต ใจดี เป็นข่าวร้อนต่อเนื่องในโลกโซเชียลมีเดียหลายวัน และมีเรื่องราวน่าสนใจในกรณีนี้หลายประเด็น
 
          ถ้าใครไม่ทราบเรื่องมาก่อน ขอสรุปสั้นๆ ว่า มีพริตตี้สาวสวยคนหนึ่งเปิดเฟซบุ๊ก โพสต์รูปสวยๆ ของตัวเองในอิริยาบถต่างๆ ในชุดที่แน่นอนว่าไม่ใช่ชุดแม่ชี
 
          จากนั้นวันหนึ่ง เธอก็ได้รับเมสเสจส่วนตัว จากชายที่ใช้ชื่อประมาณว่า แก่ สปอร์ต ใจดี ผู้ซึ่งปัจจุบันได้รับสมญาว่า “ลุง” จากชาวโซเชียลมีเดีย ว่า “มีอะไรให้ช่วยก็บอก ส่วนใหญ่เป็นค่าคอนโด ค่าผ่อนรถ" พอพริตตี้เงียบ ไม่ตอบเมสเสจ ลุงก็ตอบกลับไปว่า "เงียบ สงสัยไม่ช็อต"
 
          สาวพริตตี้โกรธมาก จึงแคปรูปและข้อความในเมสเสจของลุงมาประจานหน้าวอลล์ว่า อีลุงคนนี้ทำอย่างนี้บ่อยนะกับพริตตี้ เห็นพริตตี้เป็นโสเภณีหรือ พวกเราไม่ใช่นะ พวกเราฉลาด มีสติปัญญา แต่ตอนนี้เราสาวสวย เราก็ประกอบอาชีพพริตตี้ไปด้วย ผิดตรงไหน ทำไมชอบดูหมิ่นอาชีพนี้กันนัก
 
          ลุงอ่านแล้วเคืองขอให้เอารูปออก พริตตี้ไม่ยอม ลุงเลยยัวะจัด เหวี่ยงวีน ด่ากราดพริตตี้ว่า พวกหล่อนขายตัวทั้งนั้นแหละ ต่อไปนี้ ลุงจะกระชากหน้ากากพริตตี้เพื่อแทนคุณแผ่นดิน
 
          คนเชียร์พริตตี้กันสนั่น บางสื่อถึงกับเรียกพริตตี้ว่า “ฮีโร่” เพราะประกอบวีรกรรมอาจหาญกระชากหน้ากากผู้ชายหื่นที่บังอาจดูหมิ่นเหยียดหยาม “เพศแม่”
 
          ตอนแรกมีคนเชียร์ลุงอยู่บ้างว่า พริตตี้ก็ใจดำเกิ๊น เขาเขียนส่วนตัวมา ไม่ได้หยาบคายอะไรด้วย ก็แค่เข้าใจผิดว่าซื้อได้ จึงมาขอซื้อ เราไม่ขายก็ตอบเขาไปดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องประจานลุงหน้าวอลล์
 
          แต่พอลุงเหวี่ยงพริตตี้กลับว่า ทำหน้าที่คนดีแทนคุณแผ่นดิน คะแนนก็เหวี่ยงกลับไปที่พริตตี้ทันที มีสื่อเชิญพริตตี้ออกอากาศให้สัมภาษณ์ ขณะที่ลุงเก็บตัวเงียบ
 
          เรื่องนี้มองให้ขำก็ขำ มองให้ขื่นก็ขื่น ผู้เขียนมีความเห็นส่วนตัวว่า ทั้งพริตตี้และลุงล้วนเป็นเหยื่อของค่านิยมพริตตี้ก็เป็นเหยื่อค่านิยมของกุลสตรีว่า ต้องไม่ใช่โสเภณี ต้องไม่มีเซ็กส์กับผู้ชายหลายๆ คน (ถ้ามี ก็อย่าให้คนอื่นรับรู้)
 
          ดังนั้น แม้เธอจะแหวกคอกกุลสตรีไทยดั้งเดิมออกไประดับหนึ่งว่า เธอทำมาหากินด้วยการเปิดเผยเรือนร่างให้ผู้ชายดูมากกว่าขาอ่อน เธอก็ยังติดกับดักว่า เธอเป็นกุลสตรี เพราะเธอเหนือกว่าโสเภณี เธอแค่ให้ดู เธอไม่ได้ขายอวัยวะเพศของเธอให้ผู้ชายเข้ามาล่วงล้ำ
 
          ลุงก็ติดกับดักว่า ถ้าเห็นผู้หญิงแต่งตัวโชว์นม โชว์ต้นขาอ่อน โชว์จงอยก้น โชว์สะดือ ยิ้มตาหวานใส่กล้อง แปลว่า ผู้หญิงต้องพร้อมจะมีเซ็กส์กับชายทุกคนที่กระโดดเข้าใส่
 
          ด่าลุงคนเดียว ก็ไม่เป็นธรรมกับลุง คิดจะเอาจริงเอาจังกับการแก้ค่านิยมนี้ ต้องช่วยกันแก้ไขทั้งหมด ไม่ใช่แห่ด่าแห่ประจานเป็นคนคน เป็นคราวๆ ซึ่งเป็น “ปลายเหตุ” มากๆ
 
          นอกจากนั้นก็ยังมีประเด็นน่าสนใจว่า ถ้าผู้หญิงหรือผู้ชายสักคน แต่งตัวเย้ายวนใจมากเป็นพิเศษ จุดประสงค์คืออะไร ให้คนชมว่า โอ้โห ช่างสูงส่งบริสุทธิ์เหมือนเทพ อยากเข้าวัดสวดมนต์โดยพลัน หรือให้คนชมว่า โอ้โห สวยจัง หล่อจัง เซ็กซี่จัง ซึ่งมันแปลว่าปลายทาง ควรเป็นอารมณ์ปรารถนาทางเพศ มิใช่อารมณ์อยากเข้าวัด ใช่หรือไม่
 
          ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมคนที่บอกตรงๆ ว่า เห็นเธอแล้ว ฉันมีอารมณ์โดยพลัน อยากมีเพศสัมพันธ์กับเธอจึงผิด แต่ก็แน่นอนว่า นี่เป็นอีกประเด็นที่ต่างจากผู้หญิงนุ่งกระโปรงสั้นเดินถนนในระดับปกติที่ผู้ชายก็จู่ๆ ไปชวนร่วมเพศ หรือไปใช้กำลังปล้ำเธอ หรือแม้แต่จู่ๆ ไปส่งเมสเสจขอมีเพศสัมพันธ์กับเธอ แบบที่ลุงทำ
 
          ประเด็นคือผู้ชายต้องดูตาม้าตาเรือด้วย ต้องเคารพสิทธิของผู้หญิงด้วยว่าเขาต้องการอะไร ไม่ใช่เอาแต่ความต้องการของเรา มีอีกสองสามประเด็นที่อยากฝากไว้ให้คิด เช่น มุมมองของเราหลายๆ คนในวันนี้เกี่ยวกับโสเภณีและการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ปากเราพูดว่า โสเภณีเป็นคนเท่าเรา เราไม่รังเกียจเขา เราพูดเพราะมันฟังดูดี หรือเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ทำไมเราจึงโกรธว่าถูกดูหมิ่นมากหากใครสักคนเห็นเราเป็นโสเภณี
 
          นอกจากนั้นก็ยังมีประเด็นเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่สามีภรรยา หรือสมัยนี้อาจใจกว้างขึ้นมาอีกหน่อย ขยับให้เป็นคู่รักที่ยังไม่ได้แต่งงาน ว่า เรายังคงเห็นว่า การมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่มีได้เฉพาะกับคนที่เรารักและอยากใช้ชีวิตด้วย หรือมีได้กับคนทั่วไปเพียงเพื่อสนองอารมณ์ปรารถนาทางเพศชั่วคืน และเมื่อเราพยายามแก้ต่างว่า เด็กที่แต่งตัวโป๊ๆ เป็นพริตตี้น่ะจริงๆ เป็นเด็กดีใช้ได้เลยนะ ตั้งใจเรียน ฯลฯ ต่างๆ นานา เป็นเพราะเราเองก็คิดว่า การแต่งตัวโป๊ไม่ดี และเรายอมรับความดีในกรอบคิดดั้งเดิมใช่ไหม ?
 
          บ่อยครั้งเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นความขัดแย้ง เกิดขึ้นเพราะความสับสนในใจของเราเอง
.......................................
(หมายเหตุ เหยื่อ : คอลัมน์ พริกกะเกลือ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected]
https://www.facebook.com/NithinandY)