บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:มนุษย์-โลก-สังเคราะห์

เล่นหูเล่นตา:มนุษย์-โลก-สังเคราะห์

05 พ.ย. 2555

มนุษย์-โลก-สังเคราะห์ : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

          บนโลกมนุษย์ ธรรมชาติได้สร้างทุกสิ่งขึ้นมาอย่างสมดุลและมีเหตุมีผลในตัวมันเอง ซึ่งบางทีมนุษย์ก็ไม่อยากจะเข้าใจ… เพราะมนุษย์เองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย !
 
          งูที่ไม่มีพิษจะมีสีสันฉูดฉาดดูน่ากลัว ซึ่งนั่นทำให้มันเอาตัวรอดจากการเป็นเหยื่อของสัตว์นักล่าชนิดอื่นที่เหนือกว่ามันได้ ส่วนงูพิษที่มีเพียงเกล็ดบางๆ ห่อหุ้มหนังและเนื้อนิ่มที่ไร้ซึ่งแขนขา ใช้การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อเป็นรูปตัวเอส (S) ในการเคลื่อนไหวหรือเลื้อยไป มันมีนิสัยสันโดษ หลบซ่อน ขี้กลัวและขี้ตกใจ ด้วยลักษณะเหล่านี้ธรรมชาติจึงสร้างเขี้ยวและพิษไว้ให้มันป้องกันตัวยามถูกบุกรุกหรือรบกวน และนั่นทำให้ไม่ค่อยมีสิ่งใดไปตอแยมัน ธรรมชาติได้สร้างลักษณะพิเศษเพื่อทดแทนความด้อยในสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งเพื่อที่มันจะได้อยู่รอดในวงจรห่วงโซ่อาหารเพื่อสมดุลแห่งธรรมชาติ สำหรับมนุษย์แค่เห็นงูก็เกลียดมันแล้ว ด้วยเหตุผลหลักขยะแขยงและกลัว เมื่อใดที่มันอยู่ผิดที่ผิดทางหรือเข้าทางมนุษย์ มนุษย์ก็จะรุมทำร้ายมันจนตาย ก่อนที่มันจะทำอะไรไปมากกว่าแค่เลื้อยหนี ! ยังไม่ทันต่อสู้ก็ตายเสียก่อนแล้ว… ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะน่ากลัวไปมากกว่ามนุษย์โลก และไม่มีสิ่งใดเลวร้ายไปกว่า “ใจมนุษย์” มนุษย์จัดอันดับตีความสิ่งต่างๆ บนโลกนี้ว่ามันเป็นอันตราย น่าเกลียดน่ากลัวเพียงเพราะมันไม่เหมือนเรา หรือบางทีเพียงเพราะเราไม่ชอบมัน เราตัดสินทุกสิ่งรอบตัวโดยใช้ตัวเราเป็นศูนย์กลาง… ช่างน่าขันและน่าสมเพชเสียจริงๆ
 
          มีคนพูดว่า “เชื้อโรคมันก็แค่ต้องการเอาชีวิตรอดอยู่บนโลกนี้” แต่มนุษย์ตัดสินว่า “มันผิด” ผิดที่ดันมาเอาชีวิตรอดอยู่ในตัวมนุษย์หรืออยู่บนโลกมนุษย์ มนุษย์นั้นช่างหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองและเห็นแก่ตัวเป็นที่สุด! มนุษย์ยกตัวว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดในโลก สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งบนโลกด้วยมันสมองนิ่มๆ ซึ่งเต็มไปด้วยรอยหยักที่ขดไปมาในกะโหลกหนาๆ เบียดเบียนและรุกรานทุกสิ่งบนโลกเพื่อครอบครอง ทั้งที่ความจริงแล้วโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์แต่เพียงเผ่าพันธุ์เดียว มันเป็นของสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งที่อยู่บนโลกต่างหาก มนุษย์รุกรานและล้างผลาญทุกสิ่งเพื่อสร้างจินตนาการแห่งความเจริญและล้ำสมัยให้เป็นจริงเพื่อมนุษย์ด้วยกันเอง เพื่อแลกกับคำว่า “ล้ำยุค” หรือ “ก้าวหน้า” โดยไม่สนใจว่าธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนโลกจะว่าอย่างไร จะให้ว่าอย่างไรได้ในเมื่อสิ่งเหล่านั้นพูดไม่ได้… ช่างโง่เขลานัก ! แค่เพียงสายลมพัด คลื่นสาด นกร้องหรือแมลงสีปีก ก็ล้วนแต่มีความหมาย มันกำลังพยายามสื่อสารบอกเล่าบางอย่างกับเราเพียงแต่เราไม่อยากจะรับรู้ เพราะมันจะนำไปสู่ภาระความรับผิดชอบและความรู้สึกผิดที่มนุษย์ไม่ต้องการแบกรับไว้ เราจึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และไม่เข้าใจ !
 
          ทุกพื้นที่บนโลกถูกมนุษย์ยึดครองเพื่อใช้ตอบสนองความโลภและความอยากอันไม่สิ้นสุด เมื่อที่ว่างบนโลกแห่งความจริงถูกครอบครองและจับจองโดยมนุษย์ด้วยกันจนเกือบจะไม่เหลือที่ว่างไว้สำหรับสิ่งอื่นใด มนุษย์จึงตอบสนองความต้องการอันไม่จบสิ้นของตัวด้วยการสร้างโลกสังเคราะห์ขึ้นมา “โลกแห่งอินเทอร์เน็ต” มันทำให้โลกทั้งใบอยู่ในมือของมนุษย์และทุกอย่างเป็นจริงได้แค่ปลายนิ้ว น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ ไม่ใช่กับความชาญฉลาดในความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ แต่กลับเป็นการตอบสนองความต้องการอันสุดขั้วของมนุษย์ต่างหาก !
 
          บนโลกแห่งความจริง มนุษย์รุกรานทุกสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ (หลายครั้งก็รุกรานกันเอง) รวมทั้งรุกรานธรรมชาติจนส่งผลกระทบอันเจ็บปวดที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อันได้แก่ โลกร้อน น้ำท่วม สึนามิ แผ่นดินไหว แผ่นดินแยก น้ำแข็งขั้วโลกละลาย และอีกมากมายที่เรียกว่า “หายนะของโลก” ราวกับคำพยากรณ์วันสิ้นสุดโลกกำลังจะเป็นจริง ! … ขณะเดียวกันบนโลกสังเคราะห์หรือโลกอินเทอร์เน็ต มนุษย์บางกลุ่มก็ใช้มันเป็นหนทางและเครื่องมือรุกรานและทำร้ายจิตใจมนุษย์ด้วยกันเอง
 
          โลกสมมุติที่ไม่มีใครเอาผิดใครได้ เพราะมันถูกสังเคราะห์ขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ ไม่มีสิ่งใดเป็นจริงแม้แต่ชื่อที่ใช้ ไม่มีใครยอมรับการกระทำที่ทำลงไปเหมือนตัวอย่างจากในหนังเรื่อง “Untraceable” เป็นเรื่องราวของผู้ร้ายในโลกอินเทอร์เน็ตที่จับเหยื่อมาทรมานด้วยวิธีต่างๆ แล้วออกอากาศสดๆ ในเน็ต นางเอกเป็นนักสืบที่ตามจับตัวร้าย ในฉากหนึ่งผู้ร้ายจับเหยื่อมาต่อสายน้ำเกลือที่มีสารพิษค่อยๆ ไหลเข้าสู่ร่างกายปริมาณของมันจะถูกควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ตามจำนวนของคนที่คลิกเข้ามาดู ยอดวิว (view) ยิ่งมากขึ้น ปริมาณยาก็มากขึ้นตาม ในที่สุดเหยื่อก็ตาย เหยื่อตายด้วยวิธีที่ต่างกัน จะเหมือนกันก็แค่ตายจากจำนวนคนดู… หนังไม่ได้สรุปอะไร แต่คนดูต้องกลับไปคิดเอาเองว่า ฆาตกรที่แท้จริงคือตัวผู้ร้ายที่จับเหยื่อมา หรือคนที่เข้ามาดูในเน็ตกันแน่?
 
          ไม่ว่าจะเป็นโลกแห่งความจริงหรือโลกสังเคราะห์ ก็มีมนุษย์อยู่เพียงสองกลุ่ม… ดี กับ เลว และนั่นคือสมดุลแห่งธรรมชาติมนุษย์
.......................................
(หมายเหตุ มนุษย์-โลก-สังเคราะห์ : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)