บันเทิง

"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" หน้า 3 อี 2 -5

"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" หน้า 3 อี 2 -5

19 ม.ค. 2552

"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" หน้า 3 อี 2 -5 ------------ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ "ไฟไหม้บ้าน อย่าเสียดายน้ำ " ---------------- ประเดิมนัดแรกไปแล้ว สำหรับการจัดรายการนายกฯ พบประชาชน ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม ภายใต้ชื่อรายการ" เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" แม้หลายคนจะมองว่า นายกรัฐมนตรีออกอาการเกร็งๆ ละม้ายคล้ายเลคเชอร์ในชั้นเรียนก็ตาม แต่ดูเหมือนจะพยายามถ่ายทอดสิ่งที่รัฐบาลได้เดินเครื่องไปแล้วในห้วง 11 วันที่ผ่านมา เพื่อเร่งสื่อให้ประชาชนได้รับรู้อีกช่องทางหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ความตั้งใจขณะนี้คือ ต้องทำให้บ้านเมืองกลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็ว 11 วันที่ได้ทำงานมา สามารถทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้พอสมควร และปัญหาสำคัญที่สุดก็คือ ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะเป็นเรื่องของคนไทยทุกกลุ่ม ขณะเดียวกัน จะเร่งเดินหน้าทำให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติ โดยมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำในปีนี้ คือ การจัดประชุมผู้นำอาเซียน ซึ่งเราได้รับเกียรติเป็นประธานของอาเซียน จึงอยากบอกข่าวดีให้พี่น้องทั้งประเทศทราบว่า ช่วงวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์- 1 มีนาคม เราจะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ อ.ชะอำ และ อ.หัวหิน การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่การประชุมอาเซียนจะมีกฎบัตรของอาเซียน ที่คล้ายกับรัฐธรรมนูญ เป็นเหมือนกฎบัตรใหม่ขององค์กร ที่จะเป็นการร่วมมือทางด้านการค้าการลงทุนเศรษฐกิจ หรือการเมืองและสังคมให้ก้าวหน้าไปได้ในภูมิภาคนี้ หากเราร่วมกันดำเนินการก็จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศไทย "หวังว่าในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ชาวโลกจะได้มองภาพคนไทยใหม่ ที่กลับเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ผมขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ให้ช่วยร่วมมือกัน เพราะงานนี้ไม่ใช่งานของรัฐบาล แต่เป็นงานของประเทศ คนที่เป็นเจ้าภาพไม่ใช่ผม ไม่ใช่รัฐบาล แต่เป็นประชาชนทั้งประเทศ จึงขอเชิญชวนทุกคนเป็นเจ้าภาพที่ดี สร้างความประทับใจที่ดีแก่ผู้มาเยือน และทำให้ชาวโลกกลับมาเห็นสิ่งที่เขาเคยเห็นคนไทย ที่มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีที่สุดในโลก" นายกรัฐมนตรีย้ำ นายกรัฐมนตรี ยังอธิบายแนวทางที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าไปได้อย่างเป็นรูปธรรม ว่า รัฐบาลต้องทำให้เศรษฐกิจไทยเดินได้ ฟันฝ่าไปได้ เราต้องตั้งสมติฐานว่าเราไม่สามารถพึ่งต่างชาติได้ หวังให้เขาซื้อของเราคงยาก เพราะไม่มีตังค์ ตอนนี้จึงต้องช่วยซึ่งกันและกัน คาดว่าถ้าสามารถผ่านช่วงที่ลำบากที่สุดของครึ่งปีแรกของปีนี้ เชื่อว่าครึ่งปีหลังเราจะฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ หลังจากนี้ รัฐบาลจะมาดูว่า เราจะช่วยอะไรประชาชนได้บ้าง และต้องเร่งทำสภาวะแบบนี้ คือ 1.ทำอย่างไรถึงจะลดค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพของประชาชนได้ และทำให้ประชาชนมีเงินทองไปซื้อของ เราต้องมีมาตรการในการเพิ่มรายได้ ต้องทำอย่างไร เพื่อทำให้เงินในประเป๋าของประชาชนเพิ่มขึ้น พูดง่ายๆ คือ มาตรการการนำเงินเข้าไปใส่มือประชาชน เพื่อให้มีการจับจ่ายใช้สอย แต่รัฐบาลก็จะคอยควบคุมเงินดังกล่าว เพราะเงินนี้เป็นภาษีของประชาชน และรัฐบาลจะควบคุมไม่ให้เกิดการรั่วไหลและจะทำอย่างมีหลักมีเกณฑ์ และต้องดูแลระบบการเงินการคลังของประเทศไม่ให้ได้รับผลกระทบและไม่เสียวินัย และต้องให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่การบริการราชการบางช่วงรัฐบาลก็พร้อมที่จะขาดทุน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลกำไรในภายภาคหน้า สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนมี 3 ส่วนหลักๆ 1.การเพิ่มรายได้ 2.ลดรายจ่าย 3. โครงการการสร้างงาน และการกระจายรายได้ ส่วนรายละเอียดของโครงการที่จะเร่งดำเนินการทำให้แก่ทุกกลุ่มโดยเป็นไปตามกรอบการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม ประกอบไปด้วย กลุ่มเกษตรกรเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศประสบปัญหาราคาพืชผล ทำให้พี่น้องเกษตรกรมีหลักประกันที่ดีในราคาพืชผล กลุ่มท้องถิ่น และชุมชนเมือง และชนบท ที่มีรายได้น้อย และมีความลำบาก ในส่วนกลุ่มที่ถูกเลิกจ้าง คาดว่าน่าจะมีถึง 5 ล้านคน จะมีคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการหลายรูปแบบ ภายใต้งบ 7 พันล้าน เพื่อช่วยการว่างงาน ทั้งเรื่องการฝึกอบรมอาชีพให้มีทักษะ โดยเฉพาะเรื่องงานธุรการ ที่จะฝึกให้แก่นักศึกษาที่จบใหม่ เข้าไปช่วยลดภาระงานธุรการของครู ภายใต้โครงการคืนครูให้แก่นักเรียน ส่วนเรื่องเทคโนโลยีจะทำเป็นห้องสมุดอีเล็กทรอนิก ดูแลเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม หรือแม้แต่ส่งเสริมในเรื่องของธุรกิจชุมชนที่เป็นอิสระ นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มที่อยู่ในระบบประกันสังคม มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท รัฐบาลจะให้เงิน 2,000 บาท เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย เหมือนต่างประเทศ กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ที่ไม่มีหลักประกันเรื่องรายได้ ใครมาขึ้นทะเบียนได้คนละ 500 บาทต่อเดือน กลุ่มผู้ปกครองที่ต้องดูบุตรหลานในช่วงเปิดเทอม นโยบายเรียนฟรี 15 ปี รวมถึงตำรา เครื่องแบบนักเรียน กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ทั้งขนาดกลางและเล็ก ที่จะได้รับผลกระทบก่อนกลุ่มอื่น พร้อมตอกย้ำถึงมาตรการในการลดค่าครองชีพที่รัฐบาลที่แล้วดำเนินการอยู่ว่า เราจะดำเนินการต่อในเรื่องของค่าน้ำ ค่าไฟ แต่อาจจะมีการปรับปรุงแก้ไขในหลักเกณฑ์บ้าง "ผมเคารพทุกความคิดเห็น แต่ว่าเราได้คิดอย่างรอบคอบแล้วว่า มาตรการทั้งหมดนี้จะถึงประชาชนทุกกลุ่ม แต่ต้องเข้าใจว่า ขณะนี้อยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติ ที่มีบางคนออกมาบอกว่า รัฐบาลลดแลกแจกแถมมากเกินไปหรือเปล่า ทำไมถึงให้เงินกันดื้อๆ ผมจึงบอกว่าขณะนี้ เราอยู่ในบ้านที่ไฟกำลังไหม้ เราจะเสียดายน้ำไม่ได้ ต้องรีบดับไฟให้ได้ก่อน เมื่อดับแล้วค่อยเดินหน้าตามที่เราตั้งใจทำ" นายอภิสิทธิ์อธิบาย ไม่เพียงแต่จะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญเรื่องแก้ปัญหาไฟใต้ด้วย นายกรัฐมนตรีบอกว่า เมื่อวันที่ 17 มกราคม ตนและคณะรัฐมนตรีได้พาคณะกรรมการรัฐมนตรี ที่เกี่ยวกับ 5 จังหวัดชายแดนภายใต้ลงพื้นที่ การแก้ปัญหาที่สุดแล้วก็คือ ต้องนำความสันติสุขแบบยั่งยืนกลับคืนมาให้ได้ หากใครมีความคลางแคลงใจก็สามารถร้องเรียนเข้ามาได้ เชื่อว่า สุดท้ายแล้วปัญหาชายแดนภาคใต้ หัวใจไม่ได้อยู่ที่ความมั่งคงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การพัฒนา การสร้างโอกาส การให้ความเป็นธรรม ดังนั้นจึงเป็นงานที่รัฐมนตรีชุดพิเศษต้องช่วยกันศึกษาและแก้ไขปัญหา เพื่อนำไปสู่ความสงบสุข ----------------------------------------------