บันเทิง

รายงานหน้า 4

รายงานหน้า 4

19 ม.ค. 2552

รายงานหน้า 4 "ถ้าผมผิด...กกต.-กก.สรรหาต้องผิดด้วย" +++++++++++++++ เพิ่งได้รับการการันตีจากผู้สื่อข่าวรัฐสภาให้เป็น "ดาวเด่น" ประจำรัฐสภา จากผลงานชั้นเซียนเรื่องการใช้ข้อกฎหมายตรวจสอบนักการเมือง ทำให้ "สมัคร สุนทรเวช" ร่วงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแบบไม่คาดฝัน มาวันนี้ "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" ส.ว.สรรหา เจ้าของฉายา "แจ็กผู้ฆ่ายักษ์" เป็นฝ่าย "งานเข้า" เสียเอง เพราะมีผู้ร้องว่าการเข้ามาเป็น ส.ว.ของเขาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะองค์กรที่เสนอชื่อคือ "นิติบุคคลอาคารชุด เซ็นจูเรี่ยนปาร์ค" เป็นองค์กรที่แสวงหากำไร ซึ่งขัดกฎหมาย ระหว่างนี้กำลังรอลุ้นระทึกกับผลการวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง # แนวทางต่อสู้ข้อกล่าวหาจะเป็นอย่างไร ผมจะต่อสู้ในประเด็นที่ว่านิติบุคคลอาคารชุดนั้นไม่ใช่หน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหากำไร แต่เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารชุด แม้จะมีการเก็บเงินค่าเช่า ค่าน้ำ ค่ารักษาความปลอดภัยจากผู้ที่อยู่อาศัยแต่ก็เป็นไปตามอัตราส่วนในกรรมสิทธิ์ มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เป็นลักษณะเดียวกับสมาคมแม่บ้านของทหาร หรือมูลนิธิทั่วไป ที่แม้จะมีรายได้แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาจะแสวงหากำไร ผมถามว่าการที่มูลนิธิเปิดร้านขายหนังสือ แล้วได้เงินเอาไปฝากธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ยเป็นการแสวงหากำไรหรือไม่ ถ้าตีความว่ารายได้จากดอกเบี้ยธนาคาร ผมคิดว่าโดนหมดทุกองค์กร ไม่มีรอด แม้แต่ กกต.หรือศาล ถ้าเอาเงินไปฝากธนาคารแล้วมีดอกเบี้ย ก็จะกลายเป็นองค์กรที่แสวงหากำไร ซึ่งมันไม่ใช่เพราะไม่ได้มีเจตนาหากำไร # สมมติว่างานนี้ ถ้าผิดจริงก็เท่ากับว่าผิดร่วมกันทั้ง กกต.และกรรมการสรรหา ? มันก็ต้องเป็นอย่างนั้น เหมือนคดีหวยบนดิน เมื่อเราบอกว่ามันไม่ถูกก็ต้องไล่ย้อนกลับไปว่า ครม.ออกมติมาชอบหรือไม่ หรือกรณีรถและเรือดับเพลิงของ กทม.ก็ต้องย้อนไปตั้งแต่ยุค สมัคร สุนทรเวช จนมาถึง อภิรักษ์ โกษะโยธิน เพราะไม่ชอบตั้งแต่แรก อย่างเรื่องนี้ถ้าสุดท้ายศาลบอกว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องถามว่า กกต.ปล่อยมาได้อย่างไร มีคนใน กกต.บอกผมว่า กกต.จะอ้างว่าตอนนั้นไม่มีเวลาพิจารณา มันฟังไม่ขึ้นเพราะคุณมีหน้าที่ทำงาน คุณได้เงินเดือนได้เบี้ยเลี้ยง ถ้าไม่ทำงานก็เท่ากับว่าบกพร่องต่อหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งผิดกฎหมาย สำหรับคณะกรรมการสรรหาทั้ง 7 คน ถ้าคุณสมบัติของผมผิดก็ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะรับคนที่มีคุณสมบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายมาพิจารณา จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะขนาดคนที่ร้องเขายังรู้ แล้วคนเป็นกรรมการสรรหาซึ่งเป็นประมุขขององค์กรระดับประเทศจะบอกว่าไม่รู้ มันไม่ได้ # ยังติดใจเรื่ององค์ประชุม กกต.ที่มี 4 คน แต่ลงมติ 5 เสียงอยู่หรือไม่ ผมไปเปิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดูแล้ว กฎหมายให้ผู้ที่เป็นประธานในที่ประชุมสามารถลงคะแนนได้อีกรอบ ในกรณีที่เสียงเท่ากัน ซึ่งผมคิดว่าเป็นแปลกมาก เพราะเวลาที่กรรมการจะต้องทำความเห็นลงคะแนนสองครั้งจะทำความเห็นอย่างไร และในฐานะอะไรต้องทำสองครั้งหรือไม่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าผมอาจจะร้องศาลรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายมาตรานี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ # คนอาจคิดว่าเรืองไกรได้เป็น ส.ว.เพราะคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา (ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน) หรือเป็นสายของ คมช. ? การสมัคร ส.ว.นั้นก็ไม่เกี่ยวกับคุณหญิง ผมทำของผมเอง ผมเคยสมัครเลือกตั้ง ส.ว.เมื่อปี 2549 แต่ไม่ชนะ พอมาคราวนี้เห็นว่ามีโอกาสก็เลยไปสมัครเท่านั้นเอง ถ้าผมเป็นเด็ก คมช.จริง ผมคงไปเป็นสนช.หรือ ส.ส.ร.หรือมีตำแหน่งอะไรไปแล้ว แต่ผมก็ไม่ไป เรื่องคุณหญิงนั้น เรารู้จักกันเมื่อตอนที่ยื่นฟ้องเรื่องหุ้นของตระกูลชินวัตรเมื่อ 2-3 ปีก่อนนี่เอง ตอนนั้นคุณหญิงอาจจะเห็นว่าเป็นคนที่ความคิดใช้ได้เลยให้เป็นที่ปรึกษา ในตำแหน่งนี้ผมได้เงินน้อยมากปีหนึ่งแค่ 8-9 หมื่นบาท ผมไม่เคยเป็นลูกน้องเก่าของคุณหญิง สมัย คตส.ผมเคยทำหนังสือคัดค้านมติ คตส.ไปตั้งหลายครั้ง ส่งไปถึงคุณนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. ถ้าผมเป็นเด็กคุณหญิง ผมก็ต้องสงบปากสงบคำสิ จะให้นายเดือดร้อนได้อย่างไร # เป็นผู้บุกเบิกการใช้ช่องทางกฎหมายถอดนักการเมืองใหญ่ๆ ออกจากตำแหน่งแต่วันนี้กลับกำลังโดนเสียเองเหมือนสิ่งที่ทำเป็นดาบสองคม ? ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นดาบสองคม การที่มีคนลุกขึ้นมาใช้กฎหมายจัดการเป็นเรื่องดี เป็น ถ้าผมผิด ผมชั่วเอาเลยจัดการเต็มที่ ตรวจสอบแล้วผมซุกหุ้นหรือทรัพย์สินเอาไว้ที่ไหนมาลากคอผมเข้าตะรางเลย มีแต่คนที่จ้องจะจับผิดผมโดยที่ไม่มีข้อเท็จจริง ผมพร้อมรับการตรวจสอบอย่างละเอียดจากทุกฝ่าย และถ้าผมผิดต้องเอาผิดเป็นสองเท่า เพราะถือว่าเป็นคนที่รู้กฎหมายแต่ยังทำผิด แต่ขออย่างเดียวทำให้เป็นมาตรฐานเดียว ไม่ใช่ว่าเล่นใช้ข้อกฎหมายแบบศรีธนญชัย # ถ้าศาลตัดสินว่าขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ว. ชีวิตจะเป็นอย่างไร ถ้าผมเป็นคนยึดติดกับตำแหน่ง หรือคิดว่าไม่ได้เป็น ส.ว.แล้วทำอะไรไม่ได้เลย ผมคงไปกระโดดตึกตาย ถ้าผมหาองค์กรเสนอชื่อกลับเข้าไปไม่ได้ ผมก็ออกมาทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทย ผมก็จะตรวจสอบในบทบาทของประชาชน บอกตรงๆ ว่าการเป็น ส.ว.ไม่ได้ทำให้ผมร่ำรวยอะไร ถ้าเทียบในเชิงผลประโยชน์มันเทียบไม่ได้ ผมต้องทำงานหนักมาก เพื่อให้ได้เงินเดือนแสนกว่าบาท ทั้งที่ผมสามารถทำงานด้านบัญชีให้บริษัทเอกชนได้เงินเป็นล้าน แต่ผมไม่ทำ เพราะถ้าผมไปช่วยบริษัทเอกชนให้โกงภาษีได้มากเท่าไร ก็เท่ากับว่าผมทำให้ประเทศเสียหายมากเท่านั้น ผมถึงไม่เลือก ผมไม่ใช่คนที่แสวงหาอะไรขนาดนั้น //////////////////////// เสถียร วิริยะพรรณพงศา