บันเทิง

ต้อง'Blue is the Colour'

ต้อง'Blue is the Colour'

30 ต.ค. 2555

ต้อง Blue is the Colour : คอลัมน์ eat play life : โดย...นันทขว้าง สิรสุนทร

                        แม้ Glory Glory Man United จะก้องกังวานมาตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 80 และ You ll Never Walk Alone จะประสานเสียงมาเนิ่นนานและหลายสโมสร

                        แต่ถ้าจะเอาต้นทางของเพลงเชียร์ ที่จุดประกายให้หลายทีมมองเห็นถึงความสำคัญนั้น มันต้อง Blue is the Colour ชองเชลซี แชมป์ยุโรปปีล่าสุด

                         เพราะแม้จะอัดครั้งแรกเมื่อ 35 ปีที่แล้ว แต่เพลง Blue is the Color ก็ยังเป็นเพลงที่ยังเป็นที่รักและเป็นเพลงที่ร้องกัน ก่อนการแข่งขันทุกๆ เกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้กระทั่งก่อนการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกทุกเกม นักร้องโอเปร่าชื่อดังอย่าง Stuart Pendred โพกผ้าสีฟ้าขาว ขึ้นมาร้องเพลงร่วมกับแฟนๆ อย่างสุดเสียง

                         Blue is the Color เป็นเพลงที่แต่งขึ้นโดย Daniel Boone และ Rod McQueen ในปี 1972 เป็นการฉลองให้กับเชลซี ที่เข้ารอบชิงลีกคัพได้ ซึ่งในยุคนั้นเพลงที่แต่งขึ้นสำหรับทีมฟุตบอลเป็นเรื่องแปลกใหม่ แตกหลังจากความโด่งดังของเพลงนี้ ทำให้เหล่าผู้บริหารของสโมสรฟุตบอลหลายแห่ง เห็นดนตรีเป็นการตลาดแนวใหม่

                         หลังจากนั้นไม่นานหลายทีมก็คลอดเพลงประจำทีมออกมา เช่นทีมชาติอังกฤษกับเพลง Back Home และอาร์เซนอลกับเพลง Good Old Arsenal ที่ดังเป็นพลุหลังจากทีมได้เข้าไปชิง FA Cup แต่ยังไงเพลงฟุตบอลที่ดังของยุค ก็ยังเป็นเพลงของเชลซี ซึ่งโด่งดังไปตามๆ กับทีม

                        ผู้เล่นของเชลซีก็เคยรวมตัวกันที่ห้องอัด Wessex Sound Studio ที่ ไฮบิวรี่ เพื่อร่วมกันอัดเพลง Blue is the Color ซึ่งในตอนนั้นแฟนๆ ปืนก็โห่ไล่ด้วยความหมั่นไส้ ผู้เล่นหลายๆ คนก็ยอมรับว่าตื่นเต้นมากๆ เพราะไม่มีความสามารถทางด้านดนตรีเท่าที่ควร แต่ก็มีบางคน อย่างเช่น Peter Osgood กองหน้าชื่อดังของทีม ที่ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เป็นประสบการณ์ที่สนุกและแปลกใหม่

                        พวกนักเตะต้องดื่มเหล้ากันหลายแก้วก่อนที่จะปรับตัวและอัดเพลงจนสำเร็จได้ ซึ่งก็ได้เอามาเป็นเพลงในอัลบัมของ Peter Osgood ที่สุดท้ายขายไม่ดีเท่าที่ควร แต่เพลง Blue is the Color กลับโด่งดังและเป็นที่รู้จักของแฟนๆฟุตบอลในเกาะอังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้ เพลงนั้นเคยขึ้นไปถึงอันดับ 5 ของบิลบอร์ดในปี 1972

                       ตอนกำลังดัง BBC เคยเชิญนักเตะของทีม ไปร่วมรายการ Top of the Pops เพื่อร่วมกันร้องเพลงนี้ให้ผู้ชมทางบ้านทั่วอังกฤษได้ฟังกัน แต่ตอนออกรายการเหล่านักเตะนั้นร้องเพลงได้แย่มากๆ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะการร้องเพลงสดนั้นเป็นอะไรที่ยากแม้กระทั่งสำหรับนักร้องที่เก่งๆ แล้วคนพวกนี้ไม่ใช่นักร้องแต่เป็นนักฟุตบอล

                       “วันนั้นพวกเราร้องกันได้เน่าสุดๆ” กองกลางชื่อดัง John Boyle เล่าให้นักข่าวฟัง “พวกเราก็หาเหล้ามาดื่มย้อมใจกันอีก และสุดท้ายก็ดีขึ้นเยอะ จนสามารถอัดรายการจนจบได้ หลังเหล้าเข้าปาก รายการก็ได้ Frank Sinatra 16 คนขึ้นมาร้องเพลง” เขาเล่าพลางหัวเราะ

                       “แฟนๆ เชลซีตาดีๆ ที่ได้ดูรายการ ก็จะเห็นว่าวันนั้นมีอีกคนที่ไม่ได้เป็นนักเตะของเชลซีอยู่ในกลุ่มด้วย คนๆนั้นเป็นแฟนของทีมและเป็นเพื่อนของ Ian Hatchison ที่เหล่านักเตะแอบเอาเข้ามาร่วมร้องเพลงกับพวกเขา” John Dempsey กองหลังจอมโหดของยุคนั้นเล่า “ผู้คนทางบ้านที่ดูรายการอยู่ คงแปลกใจว่าเขาเป็นใคร” นักเต้นสาวๆของวง Pan’s People ก็ให้เกียรติมาเต้นในรายการควบคู่ไปกับเพลงที่นักเตะร้องกัน

                       ถึงแม้เดี๋ยวนี้สโมสรเชลซีจะมีเพลงเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเพลง แต่ว่า Blue is the Color ก็ยังเป็นเพลงประจำตัวของทีม และเป็นเพลงฟุตบอลอันดับหนึ่งตลอดการของแฟนฟุตบอลทั่วโลก

.................................................
(ต้อง Blue is the Colour  : คอลัมน์  eat play life ซ โดย...นันทขว้าง สิรสุนทร)