
เลียบค่าย (20 ม.ค.)
19 ม.ค. 2552
เลียบค่าย (20 ม.ค.)
ชัยกร ใบเงิน
สร้างสังคมใหม่
มีตำรวจอีกขั้วของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลุ้นว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะชี้มูลความผิดกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 อย่างไร
โดยเฉพาะเก้าอี้ของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อาจต้องว่างลง หากสุดท้าย ป.ป.ช.สรุปว่าเข้าข่าย
ไม่เฉพาะ พล.ต.อ.พัชรวาท เพียงคนเดียว ยังมีนายตำรวจอีกนับสิบที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ในกรณีเดียวกัน นั่นหมายถึงตำแหน่งระดับสูงอีกไม่น้อยที่จะว่างลง ขณะที่นายตำรวจนอกขั้วก็จับจ้องมองตาเป็นมัน
น่าเศร้าสำหรับอาชีพต้องคำสาปนี้ นายตำรวจระดับสูงหลายคนเปรียบเทียบไว้ชัด
องค์กรตำรวจมีกำลังพลมากกว่า 2 แสนนาย การเบียดแทรกเพื่อคว้าตำแหน่งที่สูงกว่าย่อมเกิดแรงเสียดทาน เกิดแบ่งขั้ว แยกพวกเขา พวกเรา
โผแต่งตั้งโยกย้ายแต่ละครั้งจึงมีเสียงวิจารณ์จากฝ่ายที่อกหัก ปล่อยข่าวโจมตีกันเละเทะ
มีคนถามว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ไม่ดีหรือเปล่า ตอบได้เลยว่า ไม่ใช่ ตรงข้ามเส้นทางในชีวิตราชการกลับมีข่าวด้านลบน้อยมาก ภาพลักษณ์ดีกว่าผู้นำอีกหลายคนด้วยซ้ำ
เพียงแต่ พล.ต.อ.พัชรวาท เข้ามาอยู่ในฃ่วงที่การเมืองวิกฤติ เลยรับแรงเสียดทานจากผลพวงการเมืองไม่ไหว ยิ่งไม่ออกมาสัมผัสก็ไม่รู้สิ่งผิดปกติ ไม่ลงลึกจึงไม่เห็นรายละเอียด
เมื่อบวกกับการจัดโผโยกย้ายที่มีเสียงนินทาว่า นายพลใกล้ตัวเรียกรับกันจนอ้วน จึงเกิดความเสื่อม เข้าวงจรเดิมเหมือนที่แล้วๆ มา
การโยกย้ายนายตำรวจนี่แหละสำคัญที่สุด เห็นรายชื่อแล้วคนวงในรู้กันหมด ใครวิ่งสายไหน มีฝีมือหรือมีทรัพย์สมบัติ เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่ถูกมองข้ามเพราะเมื่อการเมืองล้วงลูกส่งคนมาลงตำแหน่งหลัก รวมกับเด็กเส้นเด็กฝาก เด็กซื้อ ตำรวจดีๆ อย่าได้หวังเจริญก้าวหน้า เสียงวิพากษ์ต่างๆ ไม่ได้รับการแก้ไข กลายเป็นโรคเรื้อรัง
ไม่ว่า ป.ป.ช.จะชี้มูลออกมาอย่างไร ความแตกแยกแบ่งฝ่ายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็คงไม่จบสิ้น
ถ้าท่านพัชรวาท ต้องหลุดจากผู้นำไปจริง รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องเลือกคนที่ผู้ใต้บังคับบัญชาส่วนใหญ่ให้การยอมรับโดยไม่เลือกว่าเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่
นายกรัฐมนตรีต้องรีบเยียวยาสร้างสังคมใหม่ให้ตำรวจโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแยกเป็นฝ่ายค้าน รัฐบาล เหมือนในสภา สู้กันไม่จบสิ้น !!



