บันเทิง

ลองกลับหัวมันซะ!!

ลองกลับหัวมันซะ!!

26 ต.ค. 2555

ลองกลับหัวมันซะ!! : คอลัมน์ คิดชายขอบ by khunphiphat

          ในประวัติศาสตร์ 'ดีไซน์' ถูกพลักไปอยู่ขั้นตอนสุดท้ายของนวตกรรม ปัจจุบันบริบท 'การคิดเชิงออกแบบ' (Design Thinking) พิสูจน์แล้วพิสูจน์อีกว่ามันต้องถูกกลับขึ้นมาอยู่ลำดับแรกๆ ของขบวนการ จัดการฝังราก'การคิดเชิงออกแบบ'ลงไปใน DNA ของสินค้าและบริการถ้าอยากจะยืนอยู่แถวหน้าของอุสาหกรรมธุรกิจของคุณ...

          ลองมาดู Kun Hee Lee ชายผู้มั่งคั่งที่สุดในเกาหลีใต้ ผู้พลิกธุรกิจปลาป่นของครอบครัว นำอาณาจักร Samsung สะท้านโลกมียอดขายโทรศัพท์มือถือและโทรทัศน์เป็นอันดับหนึ่งของโลกด้วยการปฏิวัติ'การคิดเชิงออกแบบ'

          เมื่อปี 1938 บิดาของลีก่อตั้งบริษัทซัมซุง ที่แปลว่า'สามดาว'ส่งออกข้าว น้ำตาลและปลาป่น ถึงกลางทศวรรคที่ 1990 ลีพยายามปฏิวัติตัวเองผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สิบกว่ารายการที่และอยากให้สินค้าของเขาเป็นมาตรฐานโลก เมื่อลีออกค้นหาแรงบันดาลใจ เขาไปเดินเยี่ยมร้านค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ในลอสแองเจลิส เขาพบว่าสินค้าซัมซุงถูกกองไว้หลังร้าน แม้แต่คนขายก็ไม่ใส่ใจ วินาทีนั้นเขาพบว่าในสายตาคนอเมริกันมองสินค้าเกาหลีใต้เป็นแค่สินค้าลอกเลียนแบบคุณภาพต่ำ ราคาถูก

          ลีกลับมาด้วยความคับแค้นเขาว่าจ้าง ทามิโอ ฟูกูดะ มาเป็นที่ปรึกษาการออกแบบและ ทามิโอ ได้มอบคำแนะนำที่เปลี่ยนแปลงซัมซุงครั้งยิ่งใหญ่ในแบบทุกวันนี้..."ซัมซุงขาดดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ กระบวนการพัฒนาสินค้าล้าหลัง ผู้บริหารไม่ให้ราคาความสำคัญกับการดีไซน์"

          ลีตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เขาออกคำสั่งถึงผู้บริหารทุกระดับ ในหนังสือชื่อ Change being with me (การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ผม) ตำหนิเรื่องฝ่ายบริหารคิดถึงแต่เรื่องปริมาณกำไร จนไม่เคยคิดถึงคุณภาพสินค้า กลายเป็นบริษัทห่วยๆ ผลิตของห่วยๆ "เราต้องเปลี่ยนแปลงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น" แถมออกคำสั่งให้พนักงานซัมซุงทุกคนเข้างานก่อนเวลา 2 ชม.

          ซัมซุงต้องเป็นบริษัทสินค้าดิจิตอลที่เป็นที่ต้องการของผู้คน เขาให้ถอดรูปตัวเองเปลี่ยนไปเน้นการออกแบบเชิงนวัตกรรมเป็นลำดับแรกๆ ส่งผู้บริหารไปยังสถาบันออกแบบในเมืองพาซาดีน่า แคลิฟอร์เนีย เพื่อกลับมาเปิดห้องปฏิบัติการออกแบบที่บ้านเกิด พร้อมทุ่มงบกว่า 10 ล้านดอลลาร์สำหรับห้องปฏิบัติการทดลองออกแบบที่ทันสมัยที่สุดของซัมซุงและเกาหลัใต้ในกรุงโซล

          นั่นยังไม่ได้ทำให้ซัมซุงโดดเด่นพอ เพราะยังไม่สามารถค้นพบปรัชญาอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแบบที่แอปเปิ้ล หรือโนเกียมี และไม่นานมานี่เองลีได้ค้นพบมันจาก 'เตกุ' สัญลักษณ์หยิน-หยาง บนธงชาติเกาหลีใต้ 'สัญลักษณ์การอยู่คู่กัน ในทุกสิ่งอย่าง' ซัมซุงจึงพัฒนาปรัชญาของตนเอง "ดุลยภาพของเหตุผลและความรู้สึก" และจึงปรับมันมาเป็น Slogan "designed for humans" สิ่งที่ตามมาคือ ซัมซุงที่นุ่มลึกกว่าเดิม รู้จักความเรียบง่ายจากสัญชาตญาณ ขณะที่แอปเปิ้ลเรียบง่ายเสียจนหมดใจ โซนี่ที่มีความสุขวกวนอยู่กับความสลับซับซ้อน ซัมซุงกลับเชื่อทั้งสองอย่าง ปุ่มมนที่ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมหรือกระจุกตัวเหมือนเดิม ไม่มีอีกต่อไป และพวกเขาก็ได้ค้นพบภาษาใหม่ของนวัตกรรม

          ซัมซุงเป็นบริษัทที่เติบโตรวดเร็วมากที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีที่มีกำไรสูงสุดติดอันดับต้นๆ ของโลก หรืออย่างเจ้า Galaxy S3 ขายใกล้ทะลุ 10 ล้านเครื่อง ผลกำไรและหุ้นไตรมาตรที่ 3 ปีนี้ พุ่งเป็นประวัติการณ์

          นี่เป็นตัวอย่างผลจากการกล้าเปลี่ยนแปลง กลับเอาลำดับ 'การคิดเชิงออกแบบ' (Design Thinking) ขึ้นมาไว้ลำดับต้นๆ ของขบวนการคิด

          (ข้อมูลจากหนังสือ Creative Genius - peter fisk)
.......................................
(หมายเหตุ ลองกลับหัวมันซะ!! : คอลัมน์ คิดชายขอบ by khunphiphat)