บันเทิง

รักคือความทุกข์-สุขคือ...?

รักคือความทุกข์-สุขคือ...?

25 ต.ค. 2555

รักคือความทุกข์ สุขคือ...? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening

          จริงๆ อยากจะเขียนถึงอัลบั้มของศิลปินไทยให้บ่อยกว่านี้ แต่ช่วงหลังๆ ศิลปินไทยก็ออกอัลบั้มกันน้อยเหลือเกิน ยิ่งจะหางานที่น่าสนใจมาเขียนถึงก็ยิ่งมีน้อย แต่สิ่งที่มีเยอะขึ้นมากคือการปล่อยซิงเกิ้ลทีละเพลงๆ ของศิลปินครับ ผมก็เลยคิดว่าลองสลับด้วยการเขียนถึงเพลงที่น่าสนใจที่ถูกเอามาปล่อยเป็นซิงเกิ้ลบ้างก็น่าจะดี ถือว่าเป็นการปรับตัวของสื่อมวลชนให้เข้ากับสภาวะของแวดวงดนตรีไทยก็แล้วกัน
         
          เพลงที่ผมอยากจะเขียนถึงในวันนี้เป็นซิงเกิ้ลล่าสุดของวงภูมิจิต ชื่อเพลงว่า รักคือความทุกข์ สุขคือนิพพาน ครับ
         
          ภูมิจิต เป็นวงร็อกที่มีนักร้องนำ-นักแต่งเพลงประจำวงชื่อ พุฒิยศ ผลชีวิน วงดนตรีวงนี้มีบทบาทของตัวเองมาตั้งแต่ปี 2545 ค่อยๆ สร้างชื่อในแวดวงอินดี้ แจ้งเกิดในคลื่นวิทยุอย่างแฟตเรดิโอ บนเวทีดนตรีอย่าง Live in A Day และ โคตรอินดี้ ก่อนที่จะมีอัลบั้มของตัวเอง 2 ชุดคือ Found and Lost (2551) และ Bangkok Fever (2553)
         
          ดนตรีของพวกเขาเป็นร็อก โพสร็อก พังก์ ไซคีเดลิก ไปจนถึงการนำเอาอารมณ์แบบพื้นบ้านมาผสมบ้าง ส่วนเนื้อเพลงก็บอกถึงการเป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะของพุฒิยศได้ดี เพราะมีเรื่องปรัชญานิดๆ แถมยังสะท้อนสังคมด้วย พวกเขามีเพลงชื่อ วิหารที่ว่างเปล่า ที่เป็นชื่อหนังสือของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ด้วย คือสรุปว่าเป็นวงที่มีความเข้มข้นในดนตรีและเนื้อหามากๆ นั่นเอง

          ล่าสุดเมื่อต้นปี ภูมิจิตออกอัลบั้มชื่อ Home Floor เป็นการเอาเพลงเก่าๆ มาทำใหม่ในรูปแบบอะคูสติก ลองพลิกบทจากวงร็อกมาเป็นวงที่ทำดนตรีชิลๆ สบายๆ และเพลง รักคือความทุกข์ สุขคือนิพพาน ที่ถูกตัดเป็นซิงเกิ้ลใหม่นี่ก็มาจากอัลบั้มนี้ล่ะครับ

          แต่เดิมเพลงนี้เคยเป็นเพลงร็อกบรรเลงหนักหน่วงอื้ออึงและมีเนื้อร้องสั้นนิดเดียวจากอัลบั้มแรก พอมาถึงอัลบั้มชุดที่ 3 ที่เป็นงานอะคูสติก พวกเขาก็เอาเพลงนี้มาทำใหม่ ซึ่งเป็นการทำใหม่ที่เรียกว่าใหม่ทั้งหมดก็ว่าได้ กลายเป็นเพลงอะคูสติกป๊อปๆ เพราะๆ เสียงกีตาร์โปร่งใสปิ๊ง เนื้อร้องยังมีอยู่แค่ “รักคือความทุกข์ สุขคือนิพพาน” เหมือนเดิม แต่เป็นการร้องซ้ำๆ หลายๆ รอบไล่ไปตามเมโลดี้ที่ลื่นไหลติดหู หากประโยคนี้คือสัจธรรมที่พวกเขาอยากยืนยัน เมื่อเปรียบเวอร์ชันนี้กับเวอร์ชั่นแรกก็ต้องบอกว่าพวกเขายืนยันด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงเยอะ แถมยังดูขี้เล่นขึ้นอีกหลายระดับด้วยสิ

          ที่บอกว่าขี้เล่นก็เพราะคราวนี้ภูมิจิตให้มือกลอง อาสนัย อาตม์สกุล เป็นคนโชว์เสียงร้องแทน และพอถึงกลางเพลง เรายังได้ยินมือเบส ธิตินันท์ จันทร์แต่งผล มาโชว์การแร็ปแบบน่ารักๆ อีกด้วย ซึ่งการแร็พฮาๆ มีเนื้อหาเสียดสีการเมืองนิดๆ ในท่อนนี้นี่แหละที่เป็นสีสันให้การร้องซ้ำๆ ว่า “รักคือความทุกข์ สุขคือนิพพาน” ทั้งเพลงดูไม่น่าเบื่อเกินไป และทั้งหมดทั้งมวลก็ทำให้เพลงนี้เป็นตัวแทนการเติบโตที่ดูผ่อนคลายมากขึ้นของภูมิจิต

          เหนืออื่นใด การปล่อยเพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลส่งไปตามคลื่นวิทยุและสื่อต่างๆ ทั้งที่มันเป็นเพลงที่มีอารมณ์แบบทดลองๆ แบบนี้ มันแสดงว่าพวกเขาไม่ได้ทำเพลงนี้เพียงแค่ทีเล่น แต่เป็นการทำดนตรีที่ดูเล่นๆ ในแบบทีจริง และอยากให้คนหมู่มากได้ลองฟังดูด้วยต่างหาก
         
          อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเพลงนี้น่าจะหาฟังในสื่อกระแสหลักยากอยู่สักหน่อย หากอยากลองฟังก็เข้าไปในยูทูปแล้วค้นหาด้วยคำว่า ‘รักคือความทุกข์ สุขคือนิพพาน’ ก็จะได้ฟังกันแน่นอน แต่ก็ลองดูดีๆ ก่อนว่ามันเป็นเวอร์ชั่นเก่าหรือเวอร์ชั่นใหม่นะครับ ซึ่งรับรองว่าฟังแล้วแยกไม่ยาก เพราะมันต่างกันราวกับเป็นคนละเพลง(และคนละศิลปิน)เลยล่ะ

          ในห้วงเวลาที่สังคมสับสนวุ่นวายด้วยความแตกต่างหลากหลาย การยืนยันสัจธรรมด้วยน้ำเสียงหลายๆ แบบน่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้สารที่อยากสื่อส่งไปถึงหูของผู้คนที่หลายหลาก เพลง รักคือความทุกข์ สุขคือนิพพาน อาจจะทำให้บางคนหัวเราะออกมาเบาๆ ในความห่ามของพวกเขา หรืออาจจะทำให้บางคนน้ำตาซึมเพราะรู้สึกเห็นพ้องกับถ้อยคำและอารณ์ดนตรีที่ภูมิจิตนำเสนอก็เป็นได้

          เรื่องแบบนี้คงต้องให้ตัวเราของเราลองสัมผัสดูถึงจะรู้คำตอบ
.......................................
(หมายเหตุ รักคือความทุกข์ สุขคือ...? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)