บันเทิง

พรมแดนโลกมายา : THE FREEWHEELIN

พรมแดนโลกมายา : THE FREEWHEELIN

25 ต.ค. 2555

THE FREEWHEELIN’ : คอลัมน์ พรมแดนโลกมายา โดย... วีระศักดิ์ สุนทรศรี

          CD THE FREEWHEELIN’/BOB DYLAN 2003 วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1963 ปกอัลบั้มเดิม นับร่วมที่ออกมาแล้ว 22 ครั้ง แต่ครั้งนี้มีการรีมาสเตอร์ และสามารถรองรับทั้งระบบออดิโอซีดี และซูเปอร์ออดิโอซีดี พุ่งเป้าสู่กลุ่มเป้าหมายผู้อ่านประวัติของ สตีฟ จ็อปส์สาวกคนสำคัญของบ็อบ ดีลแลน และนี่คือผลงานเพลงในยุคแรกของเขาที่ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ของอัลบั้มอะคูสติกที่ควรสะสม

          Blowin’ in the Wind บ็อบเขียนเพลงนี้ในวัยแค่ 21 ปีเท่านั้น ณ ช่วงเวลานั้น(1962)เขาจงใจตั้งคำถามกับคนที่อายุมากกว่าเขาว่า พวกเขาได้ยินคำตอบในสายลมหรือว่าเพิ่งได้ยินครั้งแรก ดนตรีที่เล่นประกอบเสียงร้องมีแค่กีตาร์กับฮาร์โมนิก้า ซึ่งเข้าใจว่าบ็อบเป็นคนเล่นเอง หนุ่มสาวรุ่นใหม่ควรหาวิดีโอมาชม น่าจะพอหาได้

          Girl From the North Country คำร้องและทำนองซื่อใส เขียนขึ้นในปี 1962ทำนองหยิบยืมมาจากเพลงพื้นบ้านอังกฤษ ฟังไพเราะรื่นหูจนจอห์นนี่ แคชจัดอันอับให้เป็น1ใน100เพลงดีของคนอเมริกัน

          Masters of War ทำนองเพลงนี้หยิบยืมมาจากเพลงพื้นบ้านไอริช เพลง คนกับควายหยิบยืมทำนองมาจากบ็อบมาอีกทอดหนึ่ง รูปแบบการนำเสนอมักเข้าใจกันและเรียกเพลงแบบนี้ว่า เพลงบ่น เนื้อหาแสบจริงๆ

          Down the Highway ได้รับอิทธิพลจากศิลปินบลูส์รุ่นก่อนหน้าคือ Big Joe William เขียนคำร้องแบบไม่ได้คิดไว้ก่อน อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคอเพลงบลูส์นัก แต่ก็ควรศึกษาไว้บ้างเหมือนกัน

          Bob Dylan’s Blues นี่คือเพลงที่ไหลออกมาเองอีกเช่นกัน บ็อบว่าไว้เช่นนั้น

          “A Hard Rain A-Gonna Fall” บ็อบเขียนเพลงนี้ในช่วงสถานการณ์วิกฤติขีปนาวุธคิวบา เดือนตุลาคม 1962 การเผชิญหน้าทางการเมืองระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต เขาสารภาพว่าหลังจากเขียนเพลงนี้จบลง เขายังคงมีชีวิตรอดหรือไม่

          Don’t Thin Twice It All Right เป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเพลงหนึ่ง มันถูกนำไปใช้มากจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นเพลงของใคร จนคนเขียนเพลงเองก็แทบไม่กล้าเล่น

          Bob Dylan’s Dream ทำนองเพลงหยิบยืมมาจากเพลง Lord Frankin ของศิลปินเพลงโฟล์กอังกฤษชื่อ Martin Carthy ทำนองเพลงรื่นหูมาก เนื้อหาเพลงนี้น่าจะมีความหมายลึกล้ำเสียยิ่งกว่า การที่คนมีอายุจะนึกย้อนถวิลหาอดีต แต่มันหมายถึงการกลับไปทบทวนบทเรียน แทบไม่น่าเชื่อว่าคนเขียนเพลงเป็นคนหนุ่ม

          Oxford Town เพลงที่มีจังหวะลีลาลื่นไหล แต่เนื้อหาเพลงกลับตรงกันข้าม

          Talkin’ World War III Blues ฟังแล้วนึกถีงหมอลำอีสานบ้านเรา มันเหมือนการด้นกลอนสด คนรุ่นหลังสามารถศึกษาอารมณ์ร่วมสมัยของคนรุ่นก่อนได้ สภาพจิตใจของผู้คนที่ได้รับผลกระทบข่าวสารจากสังคม จากสื่อโดยเฉพาะภาพของสงคราม บ็อบสะท้อนเรื่องราวระหว่างคนไข้กับจิตแพทย์ จะให้ดีต้องฟังเอง

          Corrina,Corrina เพลงนี้มีนักดนตรีร่วมเล่นด้วย แต่คำร้องไม่ใช่ของเดิม แค่มีเค้าเดิมบ้าง บ็อบเขียนใหม่

          Honey Just Allow Me One More Chance บ็อบเอาเพลงนี้มาจากเพลงบลูส์ของนักร้องชาวเท็กซัส เขาจำได้แต่ชื่อต้นว่า เฮนรี่ เป็นเพลงรักที่น่ารัก

          I Shall Be Free เพลงที่เขียนขี้นอย่างฉับพลัน มีอารมณ์ขันปรากฏในท่อนที่ 4 เสียงโทรศัพท์ของประธานาธิบดีเคนเนดี้ดังขึ้นคำถามขอความเห็นว่า.”มีอะไรที่พวกเราอยากเห็นความเจริญของประเทศ ”เขาตอบว่า” จอห์นเพื่อนรัก บริจิตต์ บาร์โด แอนนิตา เอ็กเบิร์ก โซเฟีย ลอเรน” มันที่สุดตรงประโยคสุดท้าย
.......................................
(หมายเหตุ THE FREEWHEELIN’ : คอลัมน์ พรมแดนโลกมายา โดย... วีระศักดิ์ สุนทรศรี)