
มายาวิชั่น : รุ่นใหญ่ฝีมือเจ๋ง
รุ่นใหญ่ฝีมือเจ๋ง : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา
สัจธรรมของวงการบันเทิง หนีไม่พ้นเรื่องราวของคลื่นลูกใหม่ที่พร้อมซัดคลื่นลูกเก่า เป็นมาทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในยุคนี้ที่กระแสบ้าดาราวัยรุ่นลุกลามใหญ่โต จนนักแสดงรุ่นพี่ๆ ต้องถูกลดบทบาทลงไปตามระเบียบ ต่างจากนักแสดงฮอลลีวู้ด เพราะจะได้โอกาสให้แสดงบทดีๆ เสมอ แม้อายุเพิ่มมากขึ้น ถ้าคุณฝีมือดี
แต่ใช่ว่าดารารุ่นพี่หรือรุ่นใหญ่จะไม่มีความสำคัญ เพราะเอาเข้าจริงๆ รุ่นใหญ่นี่แหละฝีมือคมกริบ เพราะผ่านประสบการณ์แสดงที่เคี่ยวมาอย่างหนัก ไม่เหมือนนักแสดงรุ่นใหม่สมัยนี้ ขอแค่หน้าตา หน่วยก้านดี ก็ได้เป็นพระเอก นางเอกแล้ว โดยไม่คำนึงว่าฝีมือแสดงจะเป็นเช่นไร ขอให้พอแสดงได้เป็นพอ แต่อีกนั่นแหละ สุดท้ายเมื่อไร้ฝีมือหรือไม่พัฒนา ที่ยืนในวงการก็หมดเร็วเท่านั้น เมื่อปัจจุบันดาราเกิดขึ้นรายวันเป็นดอกเห็ด
ดูเหมือนว่าช่วงนี้ละครหลายต่อหลายเรื่อง นักแสดงรุ่นใหญ่จะวาดลวดลายการแสดงชนิดพระเอกนางเอกต้องหนาวๆ ร้อนๆ ไปเหมือนกัน
อย่างละครกระแสแรง แรงเงา ทางช่อง 3 นอกจาก 2 สาว เจนี่-ธัญญ่า จะฟาดฟันกันด้วยฝีมือแล้ว ลืมไม่ได้เลย ก็ต้นเรื่องความวุ่นวายที่แสดงโดยอดีตพระเอก “ปิ๊บ”รวิชญ์ เทิดวงส์ ที่ตอนนี้นานๆ จะเล่นละครสักครั้ง เนื่องด้วยไปมีครอบครัว บวกกับพระเอกเกิดใหม่เยอะ ทำให้เจ้าตัวต้องหายหน้าจากจอโดยปริยาย แต่การคืนจอในบทสามีจอมเจ้าชู้ในแรงเงาครั้งนี้ เจ้าตัวปล่อยฝีมือการแสดงที่พลิ้วไหว และเอาอยู่กับบทนี้ ไม่แปลกที่จะกลบรัศมีบทพระเอกของเรื่องที่แสดงโดย “เคน” ภูภูมิ เข้าตำรา บทตัวเอกบดบังรัศมีพระเอกเสียมิด
อีกหนึ่งอดีตพระเอกที่ยังโชว์ฝีมือการแสดงได้ดีสม่ำเสมอ “อู๋”ธนากร โปษยานนท์ ที่ในอดีตถือเป็นพระเอกแถวหน้าคนหนึ่งของช่อง 3 ล่าสุดเป็นที่พูดถึงในละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ ที่เพิ่งลาจอไปหมาดๆ ในบทหมอผีตัวร้าย ที่พลังการแสดงของเขาช่วยให้ละครยิ่งน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายของเรื่อง น่าเสียดายไม่น้อย เพราะโดยวัย รูปร่างหน้าตา รวมถึงฝีไม้ลายมือของหนุ่มอู๋ยังสามารถเล่นบทพระเอกได้สบายในละครประเภทพระเอกเป็นหนุ่มใหญ่ แต่อย่างว่า ช่วงหลังผู้จัดหรือสถานีไม่ค่อยทำละครแนวนี้ ส่วนใหญ่เน้นเรื่องพระเอกนางเอกเป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่หมดแล้ว
อีก 1 เรื่องที่เพิ่งลาจอไป ตะวันทอแสง ทางช่อง 7 เรื่องนี้หนุ่ม “โดม” ปกรณ์ ลัม กับสาว “ใหม่” ดาวิกา ได้คะแนนนิยมจากคนดูท่วมท้น แต่ที่ถูกพูดถึงไม่น้อยคือ อดีตนางเอกหน้าหวานจากวิกหมอชิต “ดา” ชฎาพร รัตนากร ที่ช่วงหลังกลับมาเล่นละครมากขึ้น ในตะวันทอแสง เจ้าตัวได้รับบทเด่นที่มีความสำคัญต่อเรื่อง แม้ช่วงแรกบทจะน้อยไปหน่อยเมื่อเน้นพระเอก นางเอก แต่ช่วงหลังที่เริ่มขมวดปมเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ บทของดาก็เพิ่มมากขึ้น แล้วเจ้าตัวก็ทำให้คนดูต้องทึ่งในฝีมือที่ยังเจ๋งอยู่ โดยเฉพาะบทเจ้าน้ำตาที่เรียกคะแนนสงสารจากคนดูได้ไม่น้อย หลังจากเรื่องนี้ก็น่าจะมีบทดีๆ เข้ามาให้เธอเลือกสำแดงฝีมือ
ไม่ต่างจากคุณแม่ยังสวย นุสบา ปุณณกันต์ ที่คืนจอช่อง 7 อีกครั้ง ในละคร ไฟมาร ที่กำลังเข้มข้นทุกขณะ กับบทที่ท้าทายความสามารถเจ้าตัวไม่น้อย นั่นคือ บทแม่ผู้ทะเยอทะยาน ยอมทิ้งลูกกับสามีไปหาความสุขสบาย บทค่อนข้างใกล้เคียงกับบทของชฎาพรใน ตะวันทอแสง เพียงแต่บทของสาวนุสมีความฉูดฉาด และอารมณ์ขึ้นลงมากกว่า เมื่อต้องเหมือนร้ายกาจในบางช่วง ซึ่งเจ้าตัวก็ทำให้เราคาดไม่ถึงว่าจะกล้ารับบทนี้ แต่เมื่อกล้ารับแล้วเธอก็กล้าเล่นอย่างไม่ออมฝีมือหรือกลัวคนดูเกลียด ไว้ลายอดีตนางเอกยอดฝีมือได้อย่างดีเยี่ยม ไม่แปลกที่คนดูจะอินเกลียดเธอในช่วงต้น แต่ขณะเดียวกันก็เรียกความเห็นใจจากคนดูได้ในช่วงท้ายๆ ที่เผยให้เห็นถึงความน่าสงสาร การตัดสินใจรับบทที่แหวกแนวครั้งนี้ของเธอถือว่าคุ้มเมื่อกลับมาเป็นกระแสชื่นชมของคนดูทั่วบ้านทั่วเมือง
แม้ตัวอย่างทั้ง 4 คนดังกล่าวข้างต้นจะเป็นคลื่นลูกเก่าที่โดนสาดซัดด้วยคลื่นลูกใหม่ประเภทวัยเอ๊าะวัยใส จนต้องหายจากหน้าจอไปบ้าง แต่เมื่อกลับมามีผลงานดีๆ เด็ดๆ สิ่งที่คลื่นลูกใหม่ไม่สามารถกลืนกินให้พวกเขาและเธอหายไปได้ คือ ฝีมือการแสดงที่ประจักษ์ต่อสายตาคนดู และทำให้คนดูยอมรับ นี่ต่างหากคือสิ่งสำคัญสำหรับการเป็นนักแสดงคุณภาพที่มีคุณค่า เพราะถ้าไม่มีฝีมือ เล่นแล้วไม่พัฒนา ย่ำอยู่กับที่ และไม่ได้รับการยอมรับจากคนดู คำว่าพระเอก นางเอกก็ไร้ความหมาย
.......................................
(หมายเหตุ รุ่นใหญ่ฝีมือเจ๋ง : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา)



