
'ใช้โซเชี่ยล...ให้เชี่ยวชาญ'
'ใช้โซเชี่ยล...ให้เชี่ยวชาญ' : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow
เราต่างรู้ดีว่ายุคนี้ Social Network สำคัญ! มันมีบทบาทมากสำหรับการสร้างแบรนด์...ทั้งแบรนด์สินค้าและแบรนด์ตัวบุคคล (Personal Branding) เพราะสื่อชนิดนี้เป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง ผู้อ่านสามารถปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ได้กับตัวผู้สื่อสาร แล้วหากตัวผู้สื่อสารสามารถตอบกลับไปด้วยได้ มันก็เกิดกระบวนการ Engagement ในใจคนขึ้นทันที .."Engagement" คำคำนี้ภาษาไทยแปลว่าการหมั้นหมาย แต่ศัพท์การตลาดเขาหมายถึง "ผูกพันกัน" การทำให้ลูกค้ามาผูกพันกับแบรนด์ได้ ไม่ว่าจะแบรนด์ตัวคนหรือแบรนด์สินค้า ก็น่าจะเป็นสิ่งดีๆ ที่ก่อเกิดรายได้ในอนาคต
แรงขับเคลื่อนของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กสร้าง "ปรากฏการณ์คน" มานักต่อนักแล้ว.. บางคนอยู่บนสื่อใหญ่อาจไม่ได้รับความสนใจมาก แต่พอใช้ Social Network กลับสามารถสร้าง "ตัวตนคนใหม่" ได้น่าสนใจทีเดียวเชียว
ผมเองก็คนหนึ่งซึ่งต้องยอมรับสภาพว่า "ไม่ได้ฮอตในสื่อหลัก" รายการในฟรีทีวีก็ไม่มี จะมีบ้างก็มาสัมภาษณ์ถึงประเด็นไอทีเป็นครั้งเป็นคราว ... เมื่อ 4 ปีก่อน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2008 ผมได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับ Twitter โดยอาจารย์ศุภเดช ตอนแรกงงๆ ว่าเป็น Chat แบบใหม่อะไรซสักอย่าง แต่เมื่อผมเลือกสื่อสารข้อความสั้นๆ บอกเล่าชีวิตงาน ครอบครัว ข่าวสารและทัศนคติในการเป็นคนไทยที่ดี ลงไปในเครือข่ายสังคมออนไลน์นี้
จู่ๆ ผมก็ได้ทราบ "จำนวนคนที่ชื่นชอบ" ที่เขาไม่เคยมีโอกาสแวะมาทักทายกันมาก่อน จากจำนวนหลักร้อย มุ่งสู่หลักพันในเวลาไม่นาน.. และปัจจุบัน 73,737 คน ถึงแม้จะยังฉลอง 100,000 Followers เหมือนนักร้องดังๆ ไม่ได้ แต่ก็ภูมิใจแล้วครับกับ Feedback ที่ได้
จากการที่ผม "ขลุกอยู่กับมัน" มานาน (ถ้า Twitter เป็นมหาวิทยาลัย ถึงตอนนี้ผมก็เตรียมรับปริญญาแล้วครับ) ใช้มันทุกวัน จนพอ มองเห็น "ธรรมชาติของมัน" และ "ธรรมชาติของ Social Network" ตัวอื่นๆ ด้วย ขอใช้พื้นที่เล็กๆตรงนี้ (ซึ่งเริ่มเล็กลงแล้วเนื่องจากมีโฆษณาเข้า... เย้~ :) บอกเล่าสิ่งที่ผมสกัดมาได้จาก Social Network ครับ สำหรับท่านที่อยากใช้มันให้เกิดประโยชน์
คุณต้องรู้ธรรมชาติของ "ความคาดหวังของคน" ในการเข้ามาดูข้อมูลใน Social Network ต่างๆ ดังนี้
- Twitter : ผู้คนเขาเข้ามาอ่าน "ข่าว" เวลาที่ได้ผลที่สุดของการขยายผลทางข่าวคือตอนเช้า
เครือเนชั่นทั้งเครือตัดสินใจให้นักข่าวสายต่างๆ ทั้งที่มีชื่อเสียงแล้วและทั้งที่ทำงานเขียนอยู่เบื้องหลังจำนวนกว่า 400ชีวิตเปิดบัญชี Twitter แล้วทวิตข่าวสารออกไป ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ออกมา
ทำไมเครือเนชั่นถึงตัดสินใจเช่นนั้น?
เพราะเนชั่นคือ "คนขายข่าว" ..คุณสุทธิชัย หยุ่น ใช้คำว่า "ข่าวจะอยู่ในอะไรก็ได้...ครั่บ!.." ไม่ต้องพิมพ์ลงบนกระดาษก็ได้ แต่ขอให้ผู้คนได้รับรู้มันเร็วที่สุด
การโพสต์หัวข้อข่าวสั้นๆ ลงไปในทวิตเตอร์ และลงลิงค์อ่านต่อ (ถ้ามี) ก็เป็นการจูงคนเข้าเว็บข่าวสร้างยอดวิวได้อยู่ดี (จากนั้นก็นำ "ยอดวิวที่มากพอ" ไปขายสปอนเซอร์ได้)
อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้คนคาดหวังจากทวิตเตอร์นอกเวลาเร่งด่วน เช่น ช่วงบ่ายๆ หรือดึกๆ คือ "คำคม" ...คนโพสต์คำคมประสบความสำเร็จเสมอบนอินเทอร์เน็ตประเทศไทย ความสำเร็จวัดได้จาก "ยอดรีทวิต" หรือ RT การส่งต่อข้อความ จริตคนไทยเราชอบคำคมครับ ชอบอ่าน แต่ไม่ชอบทำ การกด RT จึงชดเชยสิ่งที่ขาดคือ "การกระทำ" ลงไปได้ การที่ข้อความของคุณถูก RT ไปยังสังคมวงอื่นก็เป็นการเพิ่มโอกาสในการถูก Follow เพิ่มจากเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน..
- Facebook : ผู้คนเข้ามา 'เม้นท์รูป และอ่าน "ความรู้สึก" ของเพื่อนที่รู้จัก จะเรื่องดีใจ เสียใจ หรือเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วรับรอง Comment ตรึม! ต้องยอมรับครับว่า Facebook รับใช้ห้วงอารมณ์นี้ของผู้คนได้มาก ทำให้คนได้ "เจอกันในวาระที่ไม่ได้เจอกัน" บทความในลักษณะ Note บน Facebook ก็ง่ายต่อการถูกส่งต่อด้วยปุ่ม Share และทำให้เรื่องดีๆ มีประโยชน์ถูกแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนที่คิดอะไรเหมือนๆ กับเรา
- Instagram : ผู้คนเข้ามา 'เม้นท์รูป เหมือนกัน แต่ต่างจาก Facebook ตรงที่ "ภาพที่ได้รับความสนใจในอินสตาแกรม" ส่วนใหญ่เป็นภาพ "หน้าตา" ของคนนั้นๆ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ หรือภาพอะไรก็ได้ที่พบเจอ เนื่องจากธรรมชาติของคนเล่น อ.ต.ก. คือคนที่อยาก Engage กับเจ้าของ Account นั้นๆ และอ.ต.ก.ที่ได้รับความนิยมสูงๆ ก็คือ "ศิลปิน/ดารา" ที่เผยผิว เผยรูปให้เราดูอย่างสม่ำเสมอ ..ดูแล้วมันส์กว่าอ่านแม็กกาซีนดาราว่างั้น!
- Google+ : ถึงแม้จะเป็นเป็นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กที่สร้างโดยยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล แต่ก็ใช่ว่าจะดีดนิ้วเรียกความสำเร็จได้ ค่อนข้างเป็นสังคมที่เหงา โพสต์อะไรไปจะได้รับการ Interaction น้อย แต่ Google+ ก็มีฟังก์ชันที่ดีมากอยู่อันหนึ่งเหมาะกับคนที่อยากจัดรายการสดๆ เผยแพร่เรื่องราวตัวเองแบบโชว์หน้าโชว์ตา นั่นคือ Google Hangout ระบบวิดีโอสนทนาที่ดีมากระบบหนึ่งซึ่ง "ฟรี"
อีกหนึ่งจุดสุดท้ายที่คุณต้องรู้เพื่อเข้าใจประเภทของเพื่อนบนเครือข่ายสังคมออนไลน์
Twitter : สวัสดีครับเพื่อนใหม่ คุณเป็นใครครับ ขอผม Follow หน่อย
Facebook : สวัสดีเพื่อนเก่า! โอ้เราไม่ได้เจอกันนานนะ
Google+ : ...สวัสดี... เอ่อ... เมิงเป็นครายวะมา Add กู!!?(ฮา)
.......................................
(หมายเหตุ 'ใช้โซเชี่ยล...ให้เชี่ยวชาญ' : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)



