
พริกกะเกลือ : รีเมก
รีเมก : คอลัมน์ พริกกะเกลือ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected]
มีเสียงพูดขำๆ ว่า สังคมไทยเป็นสังคมรีเมก ชอบเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ หรือชอบทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ แบบเดิม เช่น ในทางการเมืองการปกครอง ก็รัฐประหารกันอยู่นั่นแล้ว ทั้งๆ ที่เห็นกันอยู่ว่า แก้ปัญหาที่เป็นข้ออ้างให้ทำรัฐประหารไม่ได้สักครั้ง ก็ยังคงมีเสียงขู่รัฐประหาร
เช่นเดียวกับมีเสียงตอบรับรัฐประหารในทางยินดี ประมาณว่า เออๆ ก็ปัญหามันดูเหมือนมาถึงทางตันนี่นะ ดังนั้น ล้มกระดานดีกว่า และถ้ามันตันแบบเดิม ก็ล้มอีก ง่ายออกและดีออก
แทนที่จะหาวิธีแก้ปัญหานอกกรอบคิดเดิม หรือเปลี่ยนความคิดความเชื่อเดิมเรื่องทางตัน ไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากทุบทิ้ง
ละครเวที หนังไทย สำหรับฉายในโรงภาพยนตร์ และละครไทยทางทีวี ที่บางคนบอกว่า ควรเรียกหนังไทยหลายตอนจบ หรือซีรีส์หนังไทยทางทีวี ก็มาแนวเดียวกัน
ขุดเรื่องเก่ามาเล่าซ้ำซาก และคนดูชาวไทยก็ยังพร้อมใจนั่งดูกันตาแป๋ว
ไม่ว่าจะเป็นงานรีเมก หนังเรื่องเดิม ละครเรื่องเดิม หรืองานใหม่แต่ชื่อ ส่วนเนื้อหากับการดำเนินเรื่องเหมือนเดิม
คนทำหนังบางคนบอกว่า นี่คือการรีเมกความสุข เพื่อให้ผู้ชมมีความสุข และในแวดวงบันเทิงทั่วโลกก็ล้วนมีการรีเมก
พูดแบบกำปั้นทุบดิน เหตุผลนี้จริง และเป็นปัญหาอยู่แถวๆ ฮอลลีวู้ดเหมือนกัน (แม้ว่าอเมริกาไม่มีรัฐประหารและรีเมกรัฐประหาร) แต่ถ้าพิจารณาให้ละเอียด อาจสงสัยว่า ไทยรีเมกถี่กว่าชาวบ้านไหม และเรื่องที่รีเมก มันยิ่งใหญ่คลาสสิกสมควรรีเมกไหม
แน่นอนว่า ถ้าถามฝ่ายผู้จัด คำตอบหลักๆ อาจเป็นว่า ถ้าได้เงินมีคนดูก็รีเมกไปเถอะ นอกจากนั้น โดยธรรมชาติแล้ว ถ้ารีเมกจากงานที่ไม่ยิ่งใหญ่มาก ผู้จัดจะมีความกดดันน้อยกว่ารีเมกจากงานที่ยิ่งใหญ่มากกว่า
สำหรับทีมผู้จัด การรีเมกงานเก่า ช่วยในแง่ที่ว่า คนดูรู้จักเรื่องเดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องโฆษณามาก แต่จำนวนครั้งที่เพิ่มขึ้นของการรีเมกจะเพิ่มความยาก ตรงที่คนทำงานยิ่งต้องทำการบ้านมากกับการตีความละครใหม่ ตั้งแต่ตัวละครจนถึงวิธีดำเนินเรื่อง
ต่างมากก็ไม่ได้ เหมือนมากจนหาความใหม่ไม่ได้ แถมคุณภาพแย่กว่าเดิม ก็น่าอาย ถูกคนดูและนักวิจารณ์ปาก้อนอิฐเลือดอาบ
ในแง่ผู้ชม มีหลายคำตอบ และมันไม่ใช่แค่เรื่องชี้หน้าฝ่ายผู้จัดว่า งก เห็นแก่ตัว จะเอาแต่เงินละสิ จึงมักง่ายไม่คิดเยอะ ทำแต่งานรีเมก
ประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายผู้จัดยืนยันคือ การหาบทประพันธ์ใหม่ๆ ที่เหมาะกับการทำเป็นละครนั้นช่างยากเย็น การรีเมกจึงแน่นอนกว่า แต่เรื่องนี้ก็ยังถกเถียงกันได้เยอะ ระหว่างฝ่ายผู้จัดทำกับฝ่ายผู้บริโภค เพราะฝ่ายหลังอาจบอกว่า เรื่องนั้นเรื่องนี้สนุกเหมาะเป็นหนังหรือละครเวที แต่ฝ่ายแรกบอกว่า ไม่ไหวหรอก สร้างออกมาแล้วไม่มีทางสนุก เพราะมันถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขต่างๆ เยอะแยะ เช่น เวลา และสถานที่
เรื่องง่ายๆ ที่หลายคนมองข้ามก็คือ พฤติกรรมปกติของคนทั่วไปในเวลาปกติ
ทางจิตวิทยา อธิบายว่า เวลาปกติของการดูหนังทางโทรทัศน์ที่มีเป้าหมายเพื่อการผ่อนคลายนั้น คนทั่วไป (ทุกชนชั้น) ไม่ได้ต้องการศิลปะลึกซึ้งที่ต้องมีการตีความมาก เท่ากับความ “สบายๆ” ซึ่งหมายความว่า คนดูไม่ต้องการเรื่องราวที่ไม่เคยคุ้นชินมาก่อน
ในภาษาอังกฤษบอกว่า ความสบายที่คนดูต้องการนี้เปรียบเสมือนอาหารเช้าสบายๆ ของวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือนมอุ่นก่อนเข้านอนที่คุ้นชิน ไม่ใช่อาหารที่แตกต่างไปจากนี้ ยกเว้นคนดูเพียงส่วนน้อยที่ชอบผจญภัย อยากกินอาหารแปลกๆ ใหม่ๆ ทุกมื้อ
หนังซีรีส์หลังข่าวหรือก่อนข่าว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความพอใจทางศิลปะของคนกลุ่มน้อย
ในแง่ของคนทั่วไป ความคุ้นชินกับเรื่องราวต่างๆ ซึ่งทำให้เราไม่ต้องตื่นเต้นตกใจเพราะ “รู้จัก” แล้ว คือส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราเอง การดูหนังรีเมก จึงหมายถึงการยืนยันตัวตนของเราในสภาพแวดล้อมของโลกปกติที่เรารู้จัก
ยิ่งตัวละครที่แสดงบุคลิกชัดเจน ตัวตนของเราก็ยิ่งชัดเจนไม่ว่าจะเหมือนหรือต่างจากตัวละคร เพราะบุคลิกตัวละครทำให้เราย้อนพิจารณาบุคลิกของตัวเราเองโดยไม่รู้ตัว นอกจากนั้น ดาราสวยๆ หล่อๆ ที่ทำให้สบายใจสบายตาเมื่อได้ดู ก็ยิ่งช่วยเติมเต็มโลกจินตนาการที่เราคิดว่า มันเป็นโลกจริงของเราให้สมบูรณ์
นี่คือเหตุผลง่ายๆ ของการรีเมก ซึ่งคงเอาไปเทียบกับรัฐประหารรีเมกไม่ได้ แม้ว่าจะมีปรากฏการณ์รีเมกเหมือนกัน
.......................................
(หมายเหตุ รีเมก : คอลัมน์ พริกกะเกลือ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected] <mailto:[email protected]>
<https://www.facebook.com/NithinandY>)



