บันเทิง

Rudy-ฝันต้องไกล ใจต้องถึง

Rudy-ฝันต้องไกล ใจต้องถึง

19 ต.ค. 2555

Rudy-ฝันต้องไกล ใจต้องถึง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง

          ผมเพิ่งให้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งแก่นักศึกษาของผมที่กำลังประสบปัญหากับชีวิตของตัวเอง ผมเลือกที่จะสอนนักศึกษาผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้  เพราะผมยังเชื่อมั่นว่าภาพยนตร์สามารถสร้างมหัศจรรย์ให้แก่ชีวิตได้เสมอ  แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า ถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้ช่วยให้พลังและกำลังใจกับคนได้จริง ทำไมผมไม่บอกเล่าเรื่องราวดีๆ ของภาพยนตร์ผ่านตัวหนังสือของตัวเอง  “Rudy” (1993) คือ1ใน 5 ของภาพยนตร์ในดวงใจของผม  ที่เล่าถึงความเพียรพยายามของรูดี้ (Sean Austin) เด็กหนุ่มที่เติบโตจากเมืองอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักอเมริกันฟุตบอลของทีมมหาวิทยาลัยนอร์ทเทอร์ดัม ทีมที่ทุกคนในเมืองนี้เป็นแฟน แต่รูดี้เป็นเด็กที่เรียนปานกลางบวกกับมีความสูงเพียง 168 ซม.ทำให้ฝันของการได้เข้าเรียนพร้อมกับการได้เป็นนักอเมริกันฟุตบอลของมหาวิทยาลัยนอร์ทเทอร์ดัมมันช่างดูห่างไกลสำหรับเขามาก
 
          แม้แต่ครูที่สอนเขามายังพร่ำบอกว่านอร์ทเทอร์ดัมไม่ใช่ที่ของเขา  จนจบไฮสคูลรูดี้ก็หยุดฝันไว้แล้วทำงานในเหมืองตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันของคนเมืองนี้ กระทั่งเพื่อนรักของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการทำงานในเหมือง รูดี้จึงคิดทันทีว่าจะไม่จบชีวิตของตัวเองที่นี่เด็ดขาด เขาออกจากบ้านเพื่อสานฝันของตัวเอง ผมยังจำฉากที่พ่อรูดี้มาส่งเขาที่ท่ารถบัสได้ไม่ลืม พ่อพยามเล่าเรื่องปู่ของรูดี้ที่เคยรั้นจะทำตามฝันของตัวเอง แล้วเมื่อปู่ทำไม่สำเร็จคนที่เจ็บปวดไม่ใช่แค่ปู่เท่านั้น เพราะความเจ็บปวดมันแผ่ซ่านมาถึงคนรอบข้างที่รักปู่ด้วย  ลองคิดดูก็ได้ว่าแม้แต่คนในครอบครัวยังไม่เคยเชื่อมั่นในตัวของเราเลย แล้วรูดี้จะเจ็บปวดมากเพียงใด  
       
          รูดี้ทำทุกอย่างเพื่อจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนอร์เทอร์ดัมให้ได้  รวมทั้งการเข้าทำงานพิเศษเป็นภารโรงในสนามฟุตบอลของนอร์ทเทอร์ดัมเพื่อเขาจะได้อยู่ใกล้ชิดกับสิ่งที่เขารักมากที่สุด  รูดี้ใช้ความพยายามอยู่หลายปีแต่ก็ได้รับแต่จดหมายปฏิเสธการสมัครของเขา จนวันที่เขานั่งอ่านจดหมายตอบรับให้เข้าเรียนจากมหาวิทยาลัย  รูดี้ไม่ใช่ญาติผม แต่ผมกลับรู้สึกดีใจไปกับเขาจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ 
 
          ฝันของเขาใกล้เข้ามาแต่ก็ยังไม่ถึง เขาได้เข้าทีมอเมริกันฟุตบอลของนอร์ทเทอร์ดัมด้วยแต่ก็ได้แค่ตัวสำรอง ไม่ว่าจะตั้งใจฝึกมากเพียงใดก็ไม่เคยได้ลงสนามแข่งเลย เพราะสำหรับอเมริกันฟุตบอลแล้วใจสู้อย่างเดียวไม่พอ ความพร้อมร่างกายต้องมาก่อน  จนใกล้จบการศึกษาและเป็นการแข่งขันครั้งสำคัญ  รูดี้ก็ยังเป็นได้แค่ผู้เล่นสำรอง อีกภาพที่ยังจำได้คือ ภาพของเพื่อนร่วมทีมถอนเสื้อทีมของตัวเองวางต่อหน้าโค้ช เพื่อขอให้ยกตำแหน่งของพวกเขาให้รูดี้ได้เล่นสักครั้งในชีวิต  แล้วรู้ดี้ก็ได้ลงเล่นแม้ว่าจะเป็นไม่กี่นาทีในสนาม เขาก็มีส่วนช่วยทำให้ทีมชนะได้  ท่ามกลางสายตาแห่งความยินดีของคนในครอบครัวที่ยกกันมาเชียร์
 
          และที่ทำผมอึ้งไปอีกครั้งก็เพราะเรื่องราวที่ผมดูมาตั้งแต่ต้นจนจบมันคือชีวิตจริงของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ รูดี้  รุตติเกอร์ (Rudy Ruettiger) เลยไม่อยากจะเชื่อว่าเส้นทางชีวิตของคนที่จะทำตามฝัน  มันช่างเหนื่อยยากมาก จึงทำให้ผมรู้ว่าเราจะไม่มีทางมาถึงฝั่งฝันได้เลย ถ้าเราไม่นำเอาความเพียรพยายาม และพลังใจขึ้นมาบนเรือแห่งความฝันนี้ด้วย  ระหว่างหนทางอันยาวไกลอาจจะมีคลื่นลมแรง สายฝนกระหน่ำ จงคิดเสมอว่ามันเป็นบททดสอบของคนกล้า เมื่อคุณถึงฝังแล้วมองย้อนกลับไปดูรอยทางที่ผ่านมา คุณจะรู้สึกภูมิใจกับตัวเองมากแค่ไหน เพราะไม่มีสุขใดที่หอมหวานเท่ากับสุขจากความสำเร็จในชีวิตที่เราสร้างด้วยตัวของเราเอง
         
          ประธานาธิบดีคลินตันได้พูดหลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบว่า “เด็กอเมริกันทุกคนต้องดู”  เลยทำให้ผมคิดต่อไปอีกว่า แล้วผู้นำประเทศของเราจะบอกให้เด็กไทยดูภาพยนตร์เรื่องอะไรดี... “รักเอาอยู่” ?
.......................................
(หมายเหตุRudy-ฝันต้องไกล ใจต้องถึง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง)