
โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง13
โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง13 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน
ยุคสมัยยิ่งเปลี่ยนไปดูเหมือนว่าคุณภาพของนักดนตรีไทยสมัยนี้ก็จะลดน้อยถอยลงไป จะมีบ้างในบางคนที่อาจจะมีฝีมือที่เก่งกาจแต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วก็กลายเป็นมีแต่ฝีมือ ในเรื่องของภูมิความรู้ที่เกี่ยวกับดนตรีไทยโดยเฉพาะเรื่องพิธีกรรมต่างๆ กลับไม่รู้เรื่องอะไร ยกตัวอย่างเช่นเมื่อฉบับที่แล้วผมได้เขียนถึงเรื่องการจับมือเด็กเล่นๆ ที่ไม่ควรกระทำกัน ยิ่งโดยเฉพาะการออกสื่อกับคนที่เป็นสถาบันหลักของชาติก็คือสถาบันนาฏดุริยางค์หรือกรมศิลปากร ยิ่งไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ยังไม่ทันจะข้ามวันเลยครับ พอคอลัมน์ของผมเมื่อฉบับที่แล้วลงในวันพฤหัสบดีที่ 4 ที่ผ่านมา พอตกกลางคืนก็มีศิลปินระนาดเอกคนเดิมที่ผมเขียนถึงออกมาจับมือเด็กตีเล่นๆ อีกครั้ง แล้วนำคลิปวิดีโอมาลงอวดให้คนกดถูกใจในเฟซบุ๊ก ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเขาจะได้อ่านที่ผมเขียนไปหรือเปล่า แต่บังเอิญว่าเด็กชายที่ถูกจับมือนั้นผมรู้จักกับคุณพ่อของเขาซึ่งก็เป็นนักดนตรีไทยอยู่ที่กรมศิลปากรเหมือนกัน ก็เลยต่อสายโทรศัพท์คุยกันถึงเรื่องการที่เขาให้คนอื่นๆ มาจับมือลูกชายตีระนาดกันเล่นๆ ท้ายที่สุดเขาบอกว่าตัวเขาเองไม่รู้ข้อห้ามแบบนี้ และตัวคนที่จับมือลูกเขาก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันจึงได้กระทำไป แถมยังบอกอีกว่าที่แผนกดนตรีไทยของเขาก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเรื่องแบบนี้และยังมีคนอื่นๆ หลายคนมาจับมือลูกชายเขาให้ตีระนาดเล่นๆ ก็เท่ากับว่าเขากระทำไปด้วยความที่ไม่รู้นั่นเอง แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายและเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่สถาบันหลักของชาติอย่างกรมศิลปากรหรือสถาบันนาฏดุริยางค์กลับไม่รู้เรื่องที่ควรกระทำหรือมิควรกระทำ แถมยังไม่ซีเรียสในเรื่องที่นักดนตรีไทยชาวบ้านหลายแห่งเขาเคร่งครัดกันอีกต่างหาก และถ้าเป็นแบบนี้อีกหน่อยจารีตที่ดีงามของชาวปี่พาทย์ก็คงต้องหมดไปตามกาลเวลาเนื่องจากไม่มีใครซีเรียสเรื่องแบบนี้ ซึ่งอันที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่ซีเรียสหรือไม่ซีเรียสแต่เป็นเรื่องของจารีตประเพณีหรือพิธีกรรมของชาวปี่พาทย์ที่ต้องรู้จักและไม่ควรที่จะเอาไปกระทำกันเล่นๆ ซึ่งจะนำพาถึงความเสื่อมและหมดความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของพิธีจับมือนั่นเอง ก็คือเด็กเขาถูกหลายคนจับมือจนเกิดความเคยชินและพอจะไปเข้าพิธีจับมือจริงๆ จังๆ เด็กก็ไม่เกิดความศรัทธาในพิธีนั่นเองแหละครับ ผมจึงได้เขียนฝากผู้หลักผู้ใหญ่ในฉบับที่แล้วให้ท่านได้เข้มงวดกับการออกสื่อกับข้าราชการของท่านบ้างครับ ผมไม่อยากจะบอกว่าพวกท่านทำอะไรลงไปก็อย่าให้ชาวบ้านเขาโจมตี แต่อยากจะบอกว่าพวกท่านควรทำอะไรให้นักดนตรีชาวบ้านอย่างพวกผมได้ศรัทธาในความเป็นสถาบันหลักของประเทศชาติมากกว่าครับ
ผมมีความเชื่อเหลือเกินว่าชาวบ้านดนตรีไทยอย่างผมและนักดนตรีปี่พาทย์ที่มีพื้นเพมาจากสำนักปี่พาทย์หรือตามบ้านปี่พาทย์ทุกคนนั้นมีความเชื่อในเรื่องจารีตประเพณีของปี่พาทย์ อย่างเช่นการไม่จับมือตีเล่นๆ กันในขณะที่ซ้อม หรือว่าในช่วงก่อนที่ตะวันจะตกดินทุกคนจะต้องหยุดซ้อมเพลงห้ามตีเครื่องดนตรีใดๆ ทุกชนิด ยกเว้นในขณะที่เราอยู่ที่งาน เพราะเนื่องจากมีความเชื่อกันว่าครูบาอาจารย์ที่ท่านสิงสถิตอยู่นั้นจะต้องเสด็จไปเฝ้าพระอิศวร แม้กระทั่งก่อนที่จะกินอาหารทุกมื้อก็จะต้องมีคนใดคนหนึ่งที่อาวุโสสุดพนมมือกล่าวเชิญให้ครูบาอาจารย์ลงมารับภัตตาหารก่อนที่เราจะกินกัน พอเสร็จแล้วก็ต้องรอทิ้งช่วงสักครู่แล้วก็จะลาของที่เหลือเดนจากครูมากินกันอย่างเอร็ดอร่อย และเป็นมงคลในทุกๆ มื้อ ซึ่งอะไรเหล่านี้มันเป็นจารีตที่ดีงาม หลายคนที่เป็นนักปี่พาทย์ยังยึดถืออยู่ไม่ใช่แต่ตัวผมเพียงคนเดียวเท่านั้น และผมก็ยังเชื่อว่ายังมีนักดนตรีไทยที่อายุใกล้เคียงกับผม และเป็นข้าราชการหรือนักดนตรีในสังกัดสถาบันนาฏดุริยางค์หรือกรมศิลปากรเดิมนั้นยังยึดถือในเรื่องของความเชื่อเหล่านี้เหมือนกับตัวผมอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่าทำไมนักดนตรีที่เป็นรุ่นพี่ข้างในนั้นเขาถึงไม่บอกกล่าวตักเตือน หรือสอนสั่งในเรื่องจารีตประเพณีหรือพิธีกรรมที่ดีๆ เหล่านี้ ให้แก่นักดนตรีรุ่นน้องในสังกัดเดียวกันบ้างหรือ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่เขาอาจจะไม่รู้เรื่องที่รุ่นน้องของเขากระทำเรื่องแบบนี้ออกตามสื่อต่างๆ หรืออีกนัยหนึ่งก็เป็นไปได้ว่านักดนตรีรุ่นน้องข้างในนั้นอาจจะไม่ให้ความเชื่อถือรุ่นพี่ ก็คือสอนสั่งกันไม่ได้เพราะไม่ใช่ครูของฉันนั่นเอง ซึ่งสมัยนี้เขาจะเรียกนักดนตรีแบบนี้ว่าเป็นนักดนตรีที่มี อีโก้สูง ก็คือมีความมั่นใจในตัวเองสูงจนไม่ฟังคำเตือนผู้อื่นก็เป็นไปได้นะครับ
คนที่เป็นพุทธศาสนิกชนที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมและยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีซึ่งเราก็จะเปรียบเขาเหล่านั้นเป็นคนที่อยู่ในจารีตประเพณีแต่ตรงกันข้ามถ้าคนคนนั้นเขาไม่นับถือศาสนาใดๆ และไม่อยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณี เราก็จะเรียกคนคนนั้นเป็น คนนอกรีต ก็คือไม่อยู่ในจารีตประเพณี เช่นเดียวกันกับนักดนตรีไทยที่เป็นคนที่เคร่งครัดต่อจารีตประเพณีและขนบต่างๆ นั้น ก็จะเปรียบเป็นนักดนตรีไทยที่อยู่ในจารีตก็คือไม่ใช่นักดนตรีนอกรีตนั่นเองแหละครับ และนักดนตรีแบบนี้หลายคนก็จะมีพลังพิเศษก็คือ พลังแห่งศรัทธา ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จต่างๆ อย่างมากมาย และเอาไว้ฉบับหน้าผมจะมาเขียนถึงความศรัทธาของผมในวัยเด็กที่มีต่อนักดนตรีกรมศิลปากรในสมัยก่อนให้อ่านกันครับ ...สวัสดีครับ
.......................................
(หมายเหตุ โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง13 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)



