
ดรีมเกิร์ลส์รอบอำลาเวที4รอบเท่านั้น!!!
ดรีมเกิร์ลส์รอบอำลาเวที 4 รอบเท่านั้น!!! : คอลัมน์ เปิดม่านมายา โดย... สุวรรณดี จักราวรวุธ
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสละครเพลงได้รับความนิยมขึ้นมากผิดหูผิดตาจากก่อนหน้าในช่วงทศวรรษเดียวกันนี้ อาจเป็นที่ภาพรวมของการแข่งขันในการสร้างงานที่เน้นคุณภาพนักร้องนักแสดงมากขึ้น การหยิบบทประพันธ์หรือซื้อลิขสิทธิ์บทละครเพลงเรื่องดังจากต่างประเทศที่พอจะเป็นที่รู้จักของคนไทยนำมาผลิตอย่างต่อเนื่องมากขึ้น ทำให้เกิดตัวเลือกจากบุคลากรคุณภาพของสายงานนี้เพิ่มขึ้นมากมาย อย่างไรก็ดีท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากของละครเพลงหลากหลายแนวที่ถาโถมประดังประเดเข้าสู่สนามธุรกิจใหม่ยามนี้ ปริมาณของงานละครเพลงที่เรียกว่า”ล้นตลาด”เมื่อวัดจากกลุ่มผู้ชมที่ชื่นชอบและสนับสนุนศิลปะแขนงนี้ ทำให้ผู้ชมแฟนพันธุ์แท้หลายคนต้องเลือกระมัดระวังค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณงานที่ล้นหลามเหล่านี้ สำหรับผู้ที่มีกำลังทรัพย์และมีรสนิยมชมชอบละครเพลงอยู่แล้วคงไม่มีปัญหาใดใด ส่วนคอละครมือใหม่ที่เลือกชมตามกระแสคงต้องเสี่ยงวัดดวงกับผลงานที่เลือกชมว่าตอบสนองความพึงพอใจมากน้อยแค่ไหน แต่อย่าเพิ่งท้อแท้สิ้นหวังหรือปิดกั้นประสบการณ์ดีๆ ของงานศิลปะที่มาเติมเต็มสติปัญญาและจิตวิญญาณไปเสียก่อน พึงระลึกเสมอว่าทุกประสบการณ์ล้วนมีคุณค่าและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อคัดกรองให้เส้นทางของศิลปะการแสดงแขนงนี้เติบโตแข็งแรงขึ้น
กระบวนการทำงานละครเวทีนั้นเหนื่อยยากลำบากทุกขั้นตอน ไม่มีเส้นทางลัดให้ทั้งกับคนทำงานและคนดู เป็นกระบวนการเรียนรู้และเติบโตจากประสบการณ์ของการลงมือกระทำอย่างแท้จริง หากตัดต้นทุนที่เป็นตัวเงินออกไป กระบวนการของละครนั้นพัฒนาทักษะและเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์ด้วยการฝึกฝนทุ่มเทและปฏิบัติอย่างจริงจังจนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญเช่นเดียวกับงานศิลปะ ดนตรี กีฬาทุกประการ ความสำคัญของศาสตร์เหล่านี้จึงเสมือนการลงทุนทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดศักยภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม
ละครเพลงนั้นเป็นงานที่รวบรวมศิลป์และศาสตร์ในทุกแขนงอาชีพทั้ง ศิลปะการแสดงและขับร้อง วรรณกรรม ดนตรีและนาฏศิลป์ งานออกแบบฉาก แสง เสียง เสื้อผ้าหน้าผม ระบบบริหารจัดการ และงานประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งทำให้มีลักษณะของ ”ศิลปะร่วม” ที่จะเกิดความงดงามหมดจดได้ด้วยเอกภาพของตัวงานชิ้นนั้น คุณค่าของงานที่ดีมักไม่ได้มีแค่ความบันเทิงที่ให้ความพึงพอใจระดับอารมณ์เท่านั้น แต่ยังสามารถส่งแรงสั่นสะเทือนให้เกิดความเข้าใจต่อเพื่อนมนุษย์ สัจธรรมของโลกหรือเติมเต็มความละเมียดละไมละเอียดอ่อนสุนทรียรสที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์โลกอื่นๆ นั่นเอง
เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ละครเพลง Dreamgirlsเปิดการแสดงไปเพียง 8 รอบจากกลุ่มคนทำละครมืออาชีพอย่างดรีมบอกซ์ ที่รวบรวมบรรดานักร้องนักแสดงชั้นนำจากค่ายเพลงดัง อาร์เอส แกรมมี่ ทรูมิวสิค และเลิฟอีส มาสวมบทบาทสำคัญของตัวละครหลักในเรื่อง ได้แก่ "ปาน" ธนพร แวกประยูร, "ลูกหว้า" พิจิกา จิตตะปุตตะ, "ปุยฝ้าย" ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล, คริส เดกอง, "ต้น" ธนษิต จตุรภุช ร่วมกับนักร้องนักแสดงอีกหลายชีวิต ถ่ายทอดเรื่องราวของคนดนตรีผิวสีกลุ่มหนึ่งที่ต่อสู้ดิ้นรนจนสามารถก้าวข้ามสู่ความนิยมของคนทั่วโลก ก่อให้เกิดเส้นทางดนตรีแอฟริกัน-อเมริกันที่ส่งอิทธิพลต่อวงการเพลงมาตั้งแต่ยุค’60และ’70 เสียงร่ำลือเกี่ยวกับฝีมือการแสดงและร้องเพลงมิวสิคัลในแนวดนตรีของคนผิวสีที่ทำให้ละครเรื่องนี้เป็นมิวสิคัลที่โหดหินและยากสุดๆ แล้วสำหรับคนไทย ด้วยข้อจำกัดของธรรมชาติและกายภาพด้านสรีระอันเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะเชื้อชาติที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ทีมสร้างสรรค์ละครเพลงเรื่องนี้ยังแปลและถ่ายทอดบทเพลงดังก้องโลกอย่าง One Night Only, Family,Dreamgirls, It’s All Over,And I’m Telling You (I’m Not Going), I’m Changing ในแบบฉบับภาษาไทยที่ตั้งใจเก็บคำและความของต้นฉบับเพื่อให้บทเพลงถ่ายทอดจิตวิญญาณที่สะท้อนการปลดปล่อยตัวตนจากแรงกดขี่เหยียดหยามทางสังคมได้ใกล้เคียงกับเนื้อหาดั้งเดิมมากที่สุด ทำให้ละครเพลงเรื่องนี้เป็นความท้าทายที่บ้าบิ่น แต่กลับทรงพลังอย่างเหลือเชื่อสำหรับผู้ที่ได้ชมกันไปแล้ว นักแสดงหลักต่างสวมบทบาทคณะนักร้อง 3 สาวดรีมเมทส์ เอฟฟี่ ไวท์ ดีน่า โจนส์ ลอเรล รอบินสัน ได้สมบูรณ์แบบลงตัวทั้งสีสันวิธีการร้องและบุคลิกลักษณะตัวละคร และคนที่ได้รับคำกล่าวขวัญเป็นพิเศษสำหรับความสามารถทางการแสดงครั้งแรกบนเวทีละครก็คือ "ปาน" ธนพร "ต้น" ธนษิต สองพี่น้องตระกูลไวท์ที่สร้างชีวิตเลือดเนื้อให้ตัวละครได้หมดจดน่าประทับใจ
แต่ความงดงามที่จับใจที่สุดคือ ชั้นเชิงของบทละครเรื่องนี้ที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ทับซ้อนทั้งเรื่องส่วนตัวและอาชีพการงานของตัวละครทั้งหมดผ่านช่วงเวลากว่า 10 ปี สามารถกระเทาะภาพเบื้องหน้าเบื้องหลัง สะท้อนวัฏจักรชีวิตศิลปินในแวดวงบันเทิงที่คล้ายคลึงกันทั้งโลกได้อย่างเจ็บปวดแต่ไม่สิ้นหวัง สมกับที่เคยกวาดรางวัลโทนี่อวอร์ดของปีค.ศ.1982 มามากมายหลายสาขา และทำให้ละครเพลงเรื่องนี้ได้รับความสนใจนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เพลงโด่งดังของฮอลลีวู้ดเมื่อ 6 ปีที่แล้วครั้งนี้ ดรีมบอกซ์ยังดำเนินเรื่องราวตามต้นฉบับดั้งเดิม แต่เลือกออกแบบฉากโดยใช้ระบบจอภาพ LED และองค์ประกอบของอุปกรณ์ประกอบฉากเพียงเล็กน้อยมาสร้างความเปลี่ยนแปลงของสถานที่และเวลาอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถเล่าเหตุการณ์ได้ต่อเนื่องเข้มข้นไม่สะดุด เป็นกลวิธีสร้างสรรค์ที่ชาญฉลาดและมีศิลปะแบบทำน้อยได้มากตามรูปแบบเฉพาะตัวของทีมงานคณะนี้ จึงเป็นละครที่อยากเชิญชวนให้ผู้ชมที่ชื่นชอบละครเพลง หรือผู้ชมที่รักในเสียงดนตรีได้ไปพิสูจน์ฝีมือและความสามารถของคนไทยด้วยกันอย่างยิ่ง นับเป็นหนึ่งในประสบการณ์งานโปรดักชั่นละครเพลงระดับมาตรฐานสากลที่ควรค่าแก่การเก็บเกี่ยวและต้องดูให้ได้!!!
เป็นที่รู้กันว่า น้อยครั้งที่ดรีมบอกซ์จะยอมนำละครกลับมาให้ชมกันอีกครั้งด้วยทุนรอนและข้อจำกัดของคณะละครที่ทำงานด้วยใจรักและแรงสนับสนุนจากผู้ชมที่เป็นคอละครเวทีขนานแท้ ผู้ชมส่วนใหญ่จึงรู้จักผลงานคุณภาพสูงที่มีรอบการแสดงจำกัด ที่ทำให้เสียงชื่นชมเป็นแค่กระแสปากต่อปากถูกบอกต่อไปยังผู้ที่พลาดชมไปอย่างน่าเสียดาย นี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่ Dreamgirls จะกลับมาแสดงใหม่อีกเพียง 4 รอบเพื่อให้ทุกท่านไปร่วมพิสูจน์ผลงานคุณภาพชิ้นนี้ด้วยตัวเอง และร่วมซึมซับบทเพลงอำลาจากคณะนักร้องชวนฝันที่จะอยู่ในความทรงจำของคุณตลอดไป
คงไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า พวกเราต้องค้นหาเส้นทางเดินไป
และเรายืนอยู่ตรงนี้เศร้าใจ พยายามหาคำพูดลา
เราร่วมกันเดินทางมาเนิ่นนาน ไม่เคยคิดว่าจะจบสิ้นลง
เราต่างคนอยู่ใกล้ชิดกันตลอดมา เธอจะเป็นเพื่อนฉันยืนยง
และมันยากจะพูดถ้อยคำอำลา ยากจะดูน้ำตาเธอรินไหล
ยากจะก้าวเดินไกลเธอไป เมื่อเราไม่รู้ว่าจะไปทางไหน....
Dreamgirls เปิดรอบอำลาเวที 4 รอบสุดท้ายในวันศุกร์ที่ 16 ถึงวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2555 (ศุกร์ 19.30 น. เสาร์ 14.00 น. อาทิตย์ 14.00 น. และ19.30 น.)ติดต่อสอบถามรายละเอียดและจองบัตรได้ที่ 08-02600-771-6 หรือ www.bananabooking.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวของดรีมบอกซ์ได้ที่ http://www.facebook.com/dreamboxtheatre.bkk?fref=ts
.......................................
(หมายเหตุ ดรีมเกิร์ลส์รอบอำลาเวที 4 รอบเท่านั้น!!! : คอลัมน์ เปิดม่านมายา โดย... สุวรรณดี จักราวรวุธ )



