
ชวนใครมาเล่นชวนใครมาร่วม?
ชวนใครมาเล่นชวนใครมาร่วม? : คอลัมน์ Ear Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
วันจันทร์ที่แล้ว เปิดนิตยสาร “สีสัน” ที่ผมรัก เห็นโฆษณาเครื่องดื่มแบรนด์หนึ่ง ชวนคนมาร่วมกิจกรรมออนไลน์ เข้าไปร่วมตัดต่อไอเดียเพื่อชิงรางวัลใหญ่มาก
วันอังคารนั่งดูโฆษณาตัวหนึ่งที่ชอบ ของโอเรียลทัล พรินเซสส์ ที่เสนอหนังแนวฟิล์มนัวร์ เรื่องราวหักมุมฆาตกรรม ที่มีลิปสติกเป็น “ตัวเดินเรื่อง” เขาไม่ให้ดูจบ แต่ชวนให้ไปชมต่อในหนังที่ยาวเป็นชั่วโมงๆ ไม่ต่างอะไรจากหนังใหญ่เรื่องหนึ่ง
วันพุธถ้าจำไม่ผิด เห็นหนังโฆษณาของรถค่ายหนึ่ง ชวนคนดูไปร่วมสนุกในเฟซบุ๊ก ด้วยการเอาตัวผู้ชมเข้าไปเล่นเกมของรถค่ายนั้น เพื่อได้รางวัลชิ้นใหญ่ ไม่ต่างกับโฆษณาไลฟ์สไตล์ตัวหนึ่ง ที่ใช้ผู้หญิงเป็นตัวเล่าเรื่อง แต่หญิงสาวคนนี้ มีการนำเสนอว่าเธอมีการใช้ชีวิตแตกต่างหลายอย่าง เช่น เวลาอยู่ที่ทำงานอาจเป็นคนคาแรกเตอร์แบบหนึ่ง แต่เวลาเลิกงานหรือไปเที่ยววันหยุด เธอมีไลฟ์สไตล์มันๆ
จริงๆ มันก็คือ การเซตขึ้นมา เขียนสคริปต์ขึ้นมา เพื่อให้เรารู้สึกว่าในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เราสามารถมีอะไรอยู่ในตัวมากมายหลายอย่าง (ส่วนจะมีจริง หรือไม่มี อันนั้นอีกเรื่อง) เพียงแต่ในฐานะของครีเอทีฟแล้ว นี่คือ "ส่วนหนึ่ง” ของเทรนด์ที่เหมือนน้ำที่กำลังไหลบ่า คล้ายลมพายุที่กำลังพัดแรง สู่การขายของแบบใหม่
นั่นคือเอาคนดู หรือลูกค้า หรือคนทั่วไป เข้ามาร่วมเล่นกับสินค้า ผ่านเฟซบุ๊กและ social media
“การหย่อน” ไอเดียหรือโฆษณายั่วๆ ไว้ในทีวี และให้ตามต่อในเฟซบุ๊กนั้น เป็นอะไรที่เวิร์กและฮิตมากในตอนนี้ เพราะหลายค่ายแบรนด์ดังๆ ต้องหันมาเล่นและใช้การตลาดแบบนี้ เพราะมันพิสูจน์แล้วว่า มันเวิร์กและสามารถกระตุ้นตัวเลข แถมยังเป็น solution ให้กับโปรดักได้
ถามว่าบางโฆษณาหรือบางตัวนั้น ถ้ากลยุทธ์หรือเกมไม่ได้จบลงที่การ “ซื้อสินค้า” หรือเอาแต่พร่ำบอกเรื่องลดราคา มันจะมีประโยชน์ไหม ผมว่ามีประโยชน์มาก เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดนั้น มันทำให้เกิดการมองเห็น เกิดการรู้จักสินค้าชื่อนี้ และอาจผูกพันไปโดยไม่รู้ตัว มันก็เหมือนแบงก์ที่ทำโฆษณาดีๆ อย่าง TMB แต่ตัวระบบการรองรับหรือความน่าเชื่อ อาจจะยังไม่ขยับตาม หรือบุคลากรอาจจะยังไม่พร้อม แต่อย่างน้อยในแง่ของ perception ที่คนมองเข้าไปนั้น มันเกิดแล้ว หรือมันมีความเข้าใจใหม่ๆ ผุดพรายขึ้น
บทความวันนี้ ประเด็นที่ต้องการแชร์ก็คือ เราจะเห็นว่าตอนนี้เทรนด์ของการทำการตลาดและโฆษณาควบรู้กันไปนั้น มักจะมีเรื่องของการคิดอะไรก็ตาม แต่จบลงที่การชวนลูกค้า ชวนคนดูมาเล่น มาร่วมกับกิจกรรมที่เราจัดขึ้น มันจึงมักจะมีโฆษณาที่มีปลายทางที่ว่า “สามารถติดตามดูต่อได้ทางเฟซบุ๊กสินค้า (อะไรก็ว่ากันไป)”
การที่ครึ่งปีหลังนี้ สินค้าหลายค่ายหันมาใช้เฟซบุ๊ก ในการประชาสัมพันธ์ผ่านโฆษณานั้น ทำให้น่าคิดว่า ถ้ามันเวิร์กจริงๆ แสดงว่าแง่มุมที่มันหลุดออกมาบอกเราก็คือ สินค้าอะไรก็ตาม ที่สามารถคาดเดาลงลึกได้จับใจคนจริงๆ ก็จะเป็นผู้ชนะและมีอนาคต
ไม่ใช่ว่าไซส์สินค้าต้องใหญ่หรือเล็ก
ไม่ใช่ว่าแพ็กเกจจิ้งต้องสีอะไร
แต่มันคือ คุณเป็นเจ้าของสินค้าที่ “เดาใจคนซื้อ” ได้แค่ไหน
และทุกค่ายเริ่มเดาที่ “ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า” เสมอ
.......................................
(หมายเหตุ ชวนใครมาเล่นชวนใครมาร่วม? : คอลัมน์ Ear Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



