บันเทิง

เล่นหูเล่นตา : เหงา

เล่นหูเล่นตา : เหงา

15 ต.ค. 2555

เหงา : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

          แม้ว่าจะเลยเวลาของหน้าฝนมาแล้ว แต่ฝนก็ยังตะบี้ตะบันตกตามใจมันอย่างไม่ลืมหูลืมตา กลางวันแดดจัด … ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงจู่ๆ ฝนก็เทลงมาพอเปียกแฉะแล้วก็หยุดไปดื้อๆ อย่างนั้น ตอนเย็นตกอีกสักรอบให้รถติด ตกดึกกระหน่ำลงมาราวกับจะไม่จบไม่สิ้น…ก็ยังดีที่มีบางวันฝนไม่ตก จมูกฉันจะได้กลิ่นบางอย่างขณะที่ผิวหนังก็รับรู้ความเย็นที่มากระทบ กลิ่นและอุณหภูมิเฉพาะตัวมันบอกฉันว่า … หน้าหนาวกำลังมา … กลิ่นของลมหนาวจะก่อตัวเป็นความเหงาเล็กๆ ที่มารบกวนจิตใจคนโสดทั่วไปได้ไม่ยาก สำหรับฉันไม่ทัน 5 วินาทีที่จะรู้รับถึงความเหงา หน้าที่และความรับผิดชอบประจำวันก็เข้ามาบดบังความเหงาโง่ๆ นั้น มัวแต่เหงาอยู่จะเอาอะไรกินกันล่ะ … ไม่มีผัวน่ะไม่ตาย แต่ไม่มีงานทำนี่แหละตายแหงๆ ยังจะมีสิ่งใดที่ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจสำหรับคนหาเช้ากินค่ำปากกัดตีนถีบแบบฉันได้เท่ากับการไม่มี “ เงิน ”
 
          จะบอกให้ว่าที่มีเรี่ยวแรงต่อสู้และยืนหยัดได้จนบัดนี้ก็เพราะ “ เงิน ” คือแรงบันดาลใจ! และถึงตรงนี้มันคือ   “ รักแท้ ”   ของฉัน! … หลังจากเสียเวลาไปกับการตามหาความรักตั้งแต่ยังสาว        ฉันก็ได้สำเนียกในกะลาหัวแล้วว่า “ หาไม่เจอ รักแท้มันไม่เกิดขึ้นกับฉัน ” (แต่ก็ยังเชื่อว่ารักแท้มีจริง!) เมื่อก่อนฉันคือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เชื่อว่าเราเกิดมาคู่กับใครสักคน … รักกัน … แต่งงานกัน … มีลูกด้วยกัน … อยู่ด้วยกันจนแก่ตายไปข้าง “ รัก เข้าใจ และอภัย ” คือสิ่งที่วนเวียนอยู่ในสารบบของความรักอันยั่งยืน ฉันเคยยอมแลกทุกอย่างที่มี แม้แต่ชีวิตกับคำคำเดียว “ รัก ” ฉันรักทุกอย่างที่เป็น “ เขา ” แต่ฉันไม่รู้จักรักสักอย่างที่เป็น “ ตัวเอง ” ต่อให้ต้องจุนเจือคนคนนั้นฉันก็ทำ ต่อให้เป็นรองฉันก็ยอม คนเราจะ “ ฉลาด ” ได้อย่างไรถ้าไม่ผ่านคำว่า “ โง่ ” มาก่อน โชคดีที่ฉันโง่ตอนยังสาวแล้วมาฉลาดเอาตอนนี้ ถ้ามันต้องมาสลับกันเวลานี้ก็คงแย่กว่าที่เห็น ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงต้องการความรักและความเข้าใจจากผู้ชายอก 3 ศอกดีๆ สักคน (ถ้าหาเจอนะ) แต่ด้วยความที่ฉันตรงและจริงเกินไปคงหาใครสักคนยาก ไอ้จะให้มารักกันซบอกกันแล้วฉันยังคงเป็นคนจ่าย! เอ่อ … อันนี้ก็คงไม่ไหว สำหรับฉันเงินมีไว้เลี้ยงครอบครัว ยกเว้นผัว!
 
          ความที่โตมากับครอบครัวที่ผู้ชายเป็นใหญ่และรับผิดชอบเอฟเวอร์รี่ติงทุกๆ สิ่งแบบเตี่ยฉันเลี้ยงฉันมา เตี่ยชอบพูดว่า “ ไม่เป็นไร ป๊าเลี้ยงไหว ” ฟังดูป๋ามาก นั่นคือคำมั่นรับประกันความปลอดภัยและสบายใจ แต่ในความเป็นคนรักฉันต้องการคำว่า “ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการเอง ” นั่นมันหมายถึงคนคนนั้นคงต้องมีทั้งเงินและมันสมองพอที่จะคุ้มหัวฉันได้ แต่ที่ผ่านๆ มา เจอแต่พวกที่ไม่มีหัวคิด ถามอะไรตอบได้แค่ “ ผมยังไม่รู้เลย ” ฟาย! แล้วก็ไปกันไม่รอด ฉันชอบคนพูดจาตรงๆ แม้ว่าความจริงมันจะเจ็บปวด แต่ที่สุดก็ต้องยอมรับให้ได้ … เวลาที่เห็นใครรักกันฉันยินดีและภาวนาให้รักนั้นสมหวังและยั่งยืน เพราะความรักทำให้โลกสวยงาม ความรักคือแรงบันดาลใจ ความรักทำให้คนเปลี่ยนไป … เพื่อนนอกวงการคนหนึ่งของฉัน มันตัวคนเดียวพ่อแม่เสียไปหมดแล้ว ชีวิตของมันก็ทำงานไปวันๆ เหงาๆ มันก็นัดเพื่อนสมัยเรียนไปกินไปเที่ยวกัน วันดีคืนดีมันก็โทรมาคุยกับฉันจนดึกดื่น วัยกลางคนแล้วดันอยู่คนเดียวมันก็ต้องเปล่าเปลี่ยวเป็นธรรมดา ฉันเห็นแววตาโดดเดี่ยวของมันทุกครั้งที่เจอกันราวกับว่ามันอยากให้อยู่เป็นเพื่อนคุยกับมันนานๆ มันชอบบ่นว่า “ บางทีกูก็เหงานะ กลับบ้านไปก็ไม่มีใคร ” มันเล่าว่ามันกลับไปอยู่คนเดียวที่คอนโด วันหยุดมันก็จะต้มข้าวต้มกินกับผักกาดกระป๋อง แล้วก็นั่งๆ นอนๆ ดูทีวีให้วันนั้นหมดไปอีกวัน แล้วก็กลับมาทำงานอีก 6 วัน บางทีเจอกันมันก็จะบ่นเรื่องปวดหัวปวดตัวตามประสาคนทำงานหนักที่ต้องยืนและเดินทั้งวัน ฉันก็ได้แต่อือๆ … วันหนึ่งไปเจอกับมันหลังจากไม่เจอกันนาน หน้าตามันดูสดใส ตาเป็นประกาย รู้จักกับมันตั้งแต่ป.1 ยังไม่เคยเห็นแววตาแบบนี้ของมันมาก่อน
 
          “ มึงเป็นอะไรของมึง หน้าตามีความสุข ” ฉันพูดจากูมึงกับมันตามประสาเจ๊กทั้งคู่ มันยิ้มๆ ทำท่าเขินๆ แล้วเล่าให้ฟังว่า มันกำลังมีความรัก หลังจากห่างเหินมานาน แต่คนที่มันรักทำงานขายบริการ! ทีแรกฉันใจหายกลัวมันจะโดนเด็กหลอก แต่ดูจากสิ่งที่มันเป็นอยู่แล้วไม่มีอะไรจะเสีย เพราะไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวกับหัวใจ ผู้หญิงเขาทำงานแล้วเรียนไปด้วย บางวันก็แวะมาปัดกวาดเช็ดถูให้กับมัน กินง่าย อยู่ง่าย เธอว่าจะทำงานเก็บเงินอีก 3 ปี คงเรียนจบพอดี แล้วจะกลับบ้านต่างจังหวัดไปตั้งต้นชีวิตใหม่ เพื่อนฉันมันก็ไม่มีเงินพอจะจุนเจือครอบครัวฝ่ายหญิง สิ่งเดียวที่มันทำได้คือรอคอยอย่างเข้าใจและมองข้ามบางอย่างไป … ความรักมันไม่ต้องอยู่ในรูปแบบที่สังคมสร้างขึ้นและยอมรับมัน เพราะความรักมันมีเหตุผลและรูปแบบเฉพาะตัวองมันเอง (ฉันคิดอย่างนั้น) ตราบเท่าที่มันไม่ได้ไปฉกฉวย แย่งชิง หรือสร้างความเดือดร้อนและสูญเสียให้แก่ใคร จะรักกันแบบไหนรักนั้นก็มีความหมายและคุณค่าในแบบของมัน ต่างคนก็ต่างทำมาหากินไม่ได้เป็นภาระต่อกัน มันดีเสียยิ่งกว่าสิ่งที่ฉันเคยผ่านมาเสียอีก รูปแบบนี้ไม่ยากสำหรับฉันที่จะเข้าใจเพราะสมัยร้องเพลงกลางคืนตามเลาจน์ (ที่มีผู้หญิงนั่งดริงก์ ยังไม่มีโคโยตี้แบบทุกวันนี้) ตามผับ ตามบาร์สารพัดผู้คนที่ฉันได้เรียนรู้จากการพบเห็นและพูดคุยตามประสาคนกลางคืนด้วยกัน     พนักงานนั่งดริงก์ที่ลูกค้าผู้ชายจ่ายค่าเครื่องดื่มให้เป็นค่าเพื่อนคุย ซึ่งอาจถูกจาบจ้วงล้วงลึกได้เมื่อหมดเวลางาน สามีหรือแฟนก็จะขี่มอเตอร์ไซค์มารับกลับบ้าน เมื่อมันเป็นงานก็ต้องแยกให้ออก บางที่ๆ ฉันไปร้องก็มีพนักงานขายบริการที่ลูกค้าจะซื้อชั่วโมงออกไปทำอะไรต่อมิอะไรที่ข้างนอก แต่พอถึงเวลาหนึ่งพนักงานเหล่านั้นก็เลิกอาชีพแล้วไปมีครอบครัวแบบคนธรรมดาทั่วไป ชีวิตที่ฉันเห็นรวมทั้งชีวิตของฉันเองมันไม่ง่ายต่อการที่ตัวเองหรือใครๆ จะเข้าใจหรือยอมรับได้ จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อบางครั้งชีวิตก็ไม่มีทางให้เลือกมากนัก
 
          เวลาที่เห็นใครมีชีวิตแปลกแยกจากคนอื่น ฉันไม่เคยตัดสินคนเหล่านั้น ทุกๆ สิ่งมันมีอดีต มีที่มาที่ไปที่ไม่จำเป็นต้องเป็นที่เข้าใจหรือยอมรับเสมอไป ชีวิตของใครก็ดำรงและดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังคงต้องต่อสู้อยู่บนโลกอันแสนวุ่นวายใบนี้ …
 
          อีกไม่นานก็จะหน้าหนาวจริงๆ แล้ว เมื่อไหร่ที่กลิ่นและอากาศมันกำลังจะสร้างบรรยากาศเหงา ฉันจะรีบเอาแบงก์พันขึ้นมาดม เมื่อนั้นความเหงาจะหายไปทันที! … คนที่ผ่านอะไรไม่สวยงามมามากมายอย่างฉันอาจจะให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าความรัก ก็ไม่เห็นว่าจะเดือดร้อนใครที่ไหน ยิ่งนานวันเข้าความเหงาก็ยิ่งทำอะไรฉันไม่ได้ ไม่ว่าหน้าไหน แล้วความเหงาก็ไม่อันตรายเท่ากับความหิว หรือว่าไม่จริง!
 
          คำเตือน : บทความตอนนี้ไม่เหมาะสำหรับคนอ่อนต่อโลก คนรวย และคนที่ยังไม่หมดเมนส์
.......................................
(หมายเหตุ เหงา : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)