บันเทิง

พี่ชาย'พัชรา'เล็งยื่นกงสุลผ่าพิสูจน์

พี่ชาย'พัชรา'เล็งยื่นกงสุลผ่าพิสูจน์

13 ต.ค. 2555

ญาติ "พัชรา แวงวรรณ" ไม่เชื่อเป็นการฆ่าตัวตาย พี่ชายกำลังประสานผ่านกงสุลและสามีเพื่อหาความชัดเจนพร้อมขอผ่าพิสูจน์ ขณะที่กงสุลเผยตร.มะกันยันไม่ใช่เหตุฆาตกรรม

                13ต.ค.2555 สำหรับการเสียชีวิตของนักร้องชื่อดัง "พัชรา แวงวรรณ" ที่กลับกลายเป็นการฆ่าตัวตายนั้น นายผดุงศักดิ์ แวงวรรณ อายุ 52 ปี พี่ชายของ น.ส.พัชรา  กล่าวว่า ตนและญาติรวมทั้งแม่และพ่อต่างก็ไม่เชื่อว่าน้องสาวจะฆ่าตัวตาย ดังนั้น ตนกำลังเตรียมหลักฐานเอกสารเพื่อที่จะยื่นผ่านเจ้าหน้าที่ผ่านศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ไปยังสถานกงสุลไทย ประสานส่งไปยังกงสุลไทยที่สหรัฐอเมริกา  แสดงความจำนงรับศพจากกรมตำรวจสหรัฐเพื่อทำการชันสูตรและผ่าพิสูจน์ศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนต่อไป ก่อนที่จะนำศพกลับมาประเทศไทย  

               "ผมไม่เชื่อว่าน้องสาวจะผูกคอตายเพราะแกไม่ใช่คนยังงั้น แกเป็นคนต้นแบบของครอบครัวที่พาคนต่อสู้ชีวิต ตอนอยู่ที่เมืองไทยพ่อ แม่ แยกทางก็ทำหน้าที่ปลอบใจทุกคนให้ต่อสู้ชีวิต ปลอบใจทั้งพ่อ และแม่ ตลอดเวลาที่แยกทางกัน และหาเงินได้ก็ยังไปสร้างบ้านให้พ่อที่ชีวิตแทบไม่เหลืออะไร ด้วยการใช้เงิน 8 แสนบาท ซื้อที่ดินสร้างบ้านให้พ่ออยู่ ซึ่งพ่อตั้งชื่อว่าบ้าน”ลูกกตัญญู” ที่พ่ออาศัยอยู่มาจนปัจจุบัน ส่วนการเดินทางไปอเมริการก็ต่อสู้สร้างเนื่องสร้างตัว ทั้งร้องเพลงตามร้านอาหารไทย ไปทำงานทุกอย่าง” นายผดุงศักดิ์ กล่าวและว่า

              น้องสาวไปอยู่ที่อเมริกาได้ 10 กว่าปีแล้ว ตอนแรกไปเรียนภาษาอังกฤษ เมื่อเรียนภาษาเก่งจึงได้รับการว่าจ้างเป็นคนดูแลผู้สูงอายุ จากนั้นจึงเรียนต่อผู้ช่วยพยาบาลประมาณ 2-3 ปี  ปกติน้องสาวจะเป็นเหมือนเสาหลักของบ้าน ส่งเงินมาให้แม่สร้างบ้าน ส่งเงินให้หลานได้เรียนหนังสือ ส่วนตัวเสียใจต่อการจากไปครั้งนี้  ซึ่งนายวิเชียร อัศว์ศิวะกุล อดีตผู้บริหารบริษัทนิธิทัศน์ โปโมชั่น ต้นสังกัด กับนายนฤชา เพ่งผล ดีเจชื่อดัง กำลังประสานงานกับสถานทูต เพื่อนำศพกลับมาเมืองไทย

               นายผดุงศักดิ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังจากผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" โทรศัพท์สอบถามถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.พัชรา ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เกิดจากการแขวนคอในลานจอดรถว่า เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม ทางกงสุลของสหรัฐอเมริกาโทรศัพท์มาที่บ้านตอนกลางดึก แต่ไม่มีคนรับ จากนั้นได้โทรศัพท์กลับมาอีกครั้งประมาณตีหนึ่ง โดยถามว่า เป็นญาติน้องสาวหรือไม่ ตอนนั้นแม่เป็นคนรับ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกอะไร จึงไปรับสายแทน เมื่อรับสายเจ้าหน้าที่บอกว่า น้องสาวเสียชีวิตแล้ว ตอนนั้นถามกลับไปว่า เป็นอะไรตาย เจ้าหน้าที่บอกเพียงว่า อุบัติเหตุรถควํ่า

               "ส่วนสาเหตุการตายของเอ๋จะเกิดจากอะไร ตอนนี้ผมคงต้องรอรายละเอียดจากทางกงสุลที่อเมริกา หากเขาบอกว่า เป็นอุบัติเหตุทางรถก็ตามนั้น หรือจะผูกคอตายก็แล้วแต่ แต่ทางกงสุลบอกว่าจะติดต่อกลับมาอีกครั้ง" นายผดุงศักดิ์ กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.พัชรามีปัญหาครอบครัวหรือไม่ นายผดุงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร ล่าสุดน้องสาวได้โทรศัพท์มาบอกว่า ต้องการวุฒิการศึกษาเพื่อเอาไปยื่นทางอเมริกา เพราะสอบผู้ช่วยพยาบาล และจะได้บรรจุเป็นคนของรัฐหากมีหลักฐานการศึกษาไปยืนยัน น้องสาวยังบอกอีกว่า จะพาแม่กับหลานไปเที่ยว จากนั้นแม่ได้ไปค้นวุฒิการศึกษาให้ที่โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ ย่านดินแดง และเพิ่งส่งไปให้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตอนนี้แม่เป็นลมหลายครั้งแล้ว คงต้องรอข้อเท็จจริงอีกครั้ง


              ด้านนายบรรณา วังวิวัฒน์ กงสุลฝ่ายคุ้มครองดูแลคนไทย ณ สถานกงสุลไทยประจำลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า กงสุลได้คุยกับตำรวจเมื่อตอนบ่ายและได้รับคำตอบว่าไม่ใช่เหตุฆาตกรรมแน่นอน แต่ยังไม่มีรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร คาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนอีกครั้ง


พ่อไม่เชื่อลูกฆ่าตัวตาย

                 นายโกศล แวงวรรณ อดีต สส.ร้อยเอ็ด 2 สมัย ซึ่งเลิกกับภรรยาคือ แม่ของพัชรา และมีภรรยาใหม่ อาศัยอยู่ที่ไร่สระโพนทองน้อย ที่บ้านโพนเงิน ต.แวง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า  ตนสับสนกับสาเหตุการตายที่ทีแรกแจ้งว่า ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ซึ่งตนก็เชื่อเช่นนั้นเพราะปกติลูกสาวเป็นคนขับรถเร็ว  แต่การที่กลับกลายมาเป็นการฆ่าตัวตาย ซึ่งตนเองไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เพราะรู้จักนิสัยลูกดีตั้งแต่เล็กว่า ไม่ใช่คนแบบนั้น เพราะเป็นคนร่าเริง ไม่เครียด และแม้แต่ตอนที่พ่อแม่แยกทางกันพัชราก็เป็นคนปลงตกปลอบใจแม่ และพ่อตลอดเวลา ให้รู้จักปล่อยวางและต่อสู้กับชีวิต

                 "ปกติผมมีลูกชาย 3 คน ลูกสาวคนเล็ก 1 คน คือ พัชรา แวงวรรณ  ตอนที่สูญเสียพี่ชายไป 2 คน ก่อนหน้านั้น พัชรา แวงวรรณ เป็นคนที่ตั้งสติได้ และปลอบโยนทุกคน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นคนคิดสั้น ถึงกับแก้ปัญหาอะไรไม่ได้และคิดฆ่าตัวตาย เพราะหากมีปัญหาก็ต้องเล่าให้ฟัง แต่เท่าที่ติดต่อกันตลอด ไม่เคยบอกว่าชีวิตมีปัญหาอะไร มีแต่บอกว่าทุกอย่างราบรื่นดี" นายโกศล กล่าว

                  นายโกศล กล่าวต่อว่า ตนจึงเชื่อมั่นว่าการฆ่าตัวตายจะต้องมีเงื่อนงำ  หลังจากเหตุกลับกลาย เป็นฆ่าตัวตายทุกคนช็อคหมด มีการประสานไปพูดคุยกับแม่ คือ นางศรีสุดารัตน์  และพี่ชาย เขาก็ไม่เชื่อว่าพัชราจะฆ่าตัวตาย ดังนั้นตอนนี้กำลังประสานไปยังกงสุลไทยให้ช่วยตรวจสอบหาความชัดเจน ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรแน่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน และหาสาเหตุออกให้ได้ว่ามีเงือนงำหรือไม่ และหากสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ก็จะต้องพิสูจน์ให้ชัดว่าอาจจะเป็นการฆาตรกรรมอำพรางหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้น จะให้ทางแม่เป็นผู้ประสานไปยังสามีซึ่งเป็นตำรวจ ที่สหรัฐอเมริกาช่วยหาสาเหตุแจ้งกลับมาให้ทราบอีกทางหนึ่งด้วย ก่อนที่จะสรุปและนำศพกลับประเทศไทยเพื่อบำเพ็ญกุศลต่อไป

              ด้านนางศรีสุดารัตน์  แวงวรรณ มารดาของน.ส.พัชรา เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจกับข่าวการเสียชีวิตของลูกสาวมาก และยังสับสนเรื่องสาเหตุการตายอยู่ ขณะนี้ได้ประสานไปยังสถานกงสุล เพื่อให้ตรวจสอบสาเหตุและให้นำศพของลูกสาวกลับมาบำเพ็ญกุศล โดยปกติที่ผ่านมาก็โทรศัพท์คุยกับลูกสาวตลอด และลูกสาวได้ส่งเงินกลับมาบ้านเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเดือนละ 2-3 หมื่นบาท โดยลูกสาวได้ไปทำงานดูแลคนแก่ที่อเมริกามานานกว่า 20 ปีแล้ว และไม่เคยบอกมีปัญหาอะไร ซึ่งคาดว่าจะได้ศพลูกสาวกลับมาบำเพ็ญกุศลในเดือนธันวาคมนี้ เพราะต้องใช้เวลาในการติดต่อประสานงานเพื่อนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลในอนาคต

 

เพื่อนวง"โอเวชั่น"ช็อก

            
               ด้านนายวิเชียร กล่าวถึงการดำเนินการนำศพกลับเมืองไทยว่า ตอนนี้นายนฤชา บุคคลผู้ชักนำ น.ส.พัชราเข้าวงการกำลังติดต่อประสานงานกับสถานทูตอเมริกาอยู่ เพื่อนำศพกลับมา โดยอาจจะนำมาไว้ที่วัดสายไหม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ส่วนค่าใช้จ่ายการนำศพกลับมาบริษัทนิธิทัศน์จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ และจะจัดงานให้อย่างสมเกียรติ

              "เอ๋เป็นศิลปินที่ทำให้บริษัทเราเป็นที่รู้จัก ผมทราบข่าวว่าเขาไปอยู่ที่อเมริกาส่งเงินมาเลี้ยงแม่ เขาเป็นเด็กดี เพื่อนๆ พี่น้องชาวนิธิทัศน์จะช่วยเหลือกัน ซึ่งผมบอกทางแม่ของเอ๋ไปแล้วว่า ไม่ต้องห่วง ทางลูกๆ  และผมจะช่วยเหลือส่งเสียแม่เอง ในด้านผลงานเพลงนั้น เขามีเสน่ห์เหมือนเจ้าแม่เพลงอกหักเลย สมัยนั้นเป็นเทปขายได้เป็นล้านๆ มาถึงวันนี้อัลบั้มคนก็ซื้อฟังอยู่ เพราะเพลงแนวอกหักซึ้งๆ แบบเอ๋ทุกวันนี้ไม่มีแล้ว เพื่อนชาวนิธิทัศน์เสียใจต่อการจากไปของเขา ก็จะช่วยกันจัดงานศพให้ดีที่สุด“ นายวิเชียรกล่าว
   
               ขณะที่นายตวงสิทธิ เรียมจินดา หรือ "กุ้ง" ศิลปินร่วมค่ายและเคยร้องเพลงคู่กันในอัลบั้ม 18 กะรัต กล่าวว่า ทราบข่าวจากเฟซบุ๊กของน้องคนหนึ่งที่แชร์มาจากนายนฤชา ตอนแรกไม่เชื่อ แต่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ของเอ๋ว่าเสียชีวิตเป็นจริง
   
               "ช่วงหนึ่งได้ร้องเพลง 18 กะรัต ชุดที่ 3 และก็มีภาพยนตร์เรื่อง 18 กะรัตด้วย พี่เขาเป็นคนอารมณ์ขัน น่ารัก หลังจาก 18 กะรัตแยกย้ายไป ได้ข่าวว่าเขาไปอยู่อเมริกา แต่ไม่ทราบว่ารัฐไหน การจากไปครั้งนี้ผมรู้สึกเสียใจ และตกใจมาก" กุ้งกล่าว
   
               ส่วน น.ส.พรพิมล ธรรมสาร หรือ "ก้อย" อดีตสมาชิกวง "โอเวชั่น" ส.ส.เขต 4 จ.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เพิ่งทราบเรื่องการเสียชีวิต รู้สึกตกใจและใจหาย เพราะเคยเป็นนักร้องนำในวงเดียวกัน เมื่อ น.ส.พัชราลาออกจากการเป็นนักร้องนำ จึงได้มาร้องแทน ส่วนตัวเคยเจอกันบ้าง ตามงานโชว์ตัว ในฐานะที่เคยเป็นนักร้องในวงเดียวกัน นิสัยส่วนตัว น.ส.พัชรา เป็นคนน่ารัก และนิสัยเหมือนผู้ชาย จะออกแนวลุยๆ
   
               "ก้อยเพิ่งทราบเรื่อง และได้คุยกับคุณวิเชียร เขากำลังดำเนินการติดต่อประสานงานเรื่องการนำศพกลับมา ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวเธอต่อไป ฝากความห่วงใยไปให้ครอบครัวด้วย รวมถึงแฟนเพลงที่คงรู้สึกใจหาย และในส่วนของสมาชิกวงโอเวชั่นอาจจะลองคุยกับเพื่อนๆ ในวงดูว่าพอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง" พรพิมลกล่าว

...................................

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ตร.มะกันแจ้งศพ'พัชรา'ลักษณะแขวนคอ : http://www.komchadluek.net/detail/20121012/142183/ตร.มะกันแจ้งศพพัชราลักษณะแขวนคอ.html