
พิพิธภัณฑ์ในดวงใจ
พิพิธภัณฑ์ในดวงใจ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง
ไปญี่ปุ่นครั้งที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสไปพิพิธภัณฑ์ 2 แห่ง คือ Ghibli Museum และ Fujiko F Fujio Museum ซึ่งไม่ได้ไปชมกันได้ง่ายๆ ว่ากันว่าบัตรเข้าชมต้องจองกันล่วงหน้าเป็นเดือนๆ !!
ปกติก็ไม่ได้มีโอกาสไปพิพิธภัณฑ์บ่อยหรอกครับ
แต่สำหรับมิวเซียมทั้ง 2 ที่นี้ ขณะอยู่ในนั้น มีหลายหนที่ เล่นเอาผมน้ำตาซึม...
Ghibli Museum คือ พิพิธภัณฑ์ที่รวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับจิบลิ สตูดิโอผลิตการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น อย่าง My neighbor totoro, Spirited Away, Ponyo, สุสานหิ่งห้อย ฯลฯ
ถ้าจะให้คำจำกัดความถึงแอนิเมชั่นของจิบลิ ก็คือ เป็นการ์ตูนแบบใช้มือวาด ที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางการ์ตูนที่ใช้เมาส์วาด ตัวละครมีเสน่ห์ ภาพสีสันสวยงาม เพลงประกอบไพเราะ และมีเนื้อหาพูดถึงเรื่องรักษ์โลกทั้งหลาย
ตัวมิวเซียมก็มาในสไตล์เรียบง่าย เป็นอาคารเล็กๆอยู่ท่ามกลางต้นไม้เขียวร่มรื่น เดินเข้าประตูไปก็จะพบตัวละครคุ้นตา โผล่มาให้เห็นตามสุมทุมพุ่มไม้บ้าง อยู่บนดาดฟ้าอาคารบ้าง เหมือนยืนตระหง่านรอทักทายผู้คน
คนที่มามิวเซียมก็มีหลากหลายทั้งพ่อแม่ลูก หนุ่มสาว หรือแม้แต่คนเฒ่าคนแก่ รวมไปถึงบรรดาชาวเนิร์ด แอนิเมชั่นของจิบลิอย่างพวกผม
ห้องที่น่าตื่นตาตื่นใจ ผมเรียกมันว่าเป็นห้องที่แสดงให้เห็นว่า จากภาพการ์ตูนที่เขียนบนแผ่นกระดาษนั้น มันทำงานยังไงถึงกลายเป็นการ์ตูนเคลื่อนไหวสวยงามได้ เขาแสดงให้เราเห็นกันจะจะเลยครับ อย่างการเอาภาพนิ่งที่ดูเผินๆ เหมือนเป็นภาพเดิมมาเคลื่อนไหว เราจะเห็นว่าจากภาพนิ่งที่ดูเหมือนกันไปหมด ค่อยๆเคลื่อนไหวได้ จากหลักการนั้น ทางจิบลิมิวเซียมก็เลยทำเป็นตุ๊กตาจำลองที่ดูเผินๆ เหมือนกัน วางเรียงกันเป็นวงกลม อารมณ์เหมือนร้านขายตุ๊กตา ที่ตุ๊กตาวางเรียงกันเยอะๆ แต่พอมันหมุนวนด้วยความเร็วระดับเดียวกับจังหวะกะพริบตาเรา เราก็จะเห็นมันค่อยๆเคลื่อนไหวสวยงาม
มีอยู่โซนนึงมีการเอารูปภาพที่วาดและลงสีอย่างสวยงามมาถ่ายลงแผ่นฟิล์มทีละภาพ แล้วจากแผ่นฟิล์มก็ให้เราทดลองหมุนจนเห็นว่ามันเคลื่อนไหวได้ เด็กๆ ที่เข้ามาชมพอได้ลองหมุนเครื่องฉายแล้วเห็นมันเคลื่อนไหวด้วยมือตัวเองได้ ก็ดีอกดีใจ ร้องออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่น (แต่ผมฟังไม่ออก) กันอย่างตื่นเต้น
ในฐานะของคนทำหนังเป็นอาชีพที่เคยผ่านกระบวนการถ่ายหนังด้วยฟิล์มมาบ้าง อยู่ในห้องนี้ เห็นภาพตรงหน้าก็รู้สึกจุกในลำคอขึ้นมาทันที
ยังมีห้องที่จำลองโต๊ะทำงานของ ฮายาโอะ มิยาซากิ หัวเรี่ยวหัวแรงของจิบลิ สตูดิโอ เรียกว่าคือผู้ให้กำเนิดก็ว่าได้ ได้เห็นลายเส้นร่างบนแผ่นกระดาษ ที่วางอยู่บนโต๊ะ มันมีร่องรอยผ่านกาลเวลา ห้องก็ดูกะทัดรัด รกๆ หนังสือเต็มโต๊ะ เป็นห้องทำงานของคนเขียนการ์ตูน แต่ผมกลับไม่เห็นหนังสือการ์ตูนอยู่บนนั้นเลย มันเต็มไปด้วยตำราวิชาการ ทั้งหนังสือแพทย์พวกกายภาพ หนังสือชีววิทยาสัตว์และพืช และตำราที่เป็นแหล่งข้อมูลมากมาย มันแสดงให้เราเห็นว่า เขาเอาจริงเอาจังกับการวาดการ์ตูนแค่ไหน
เป็นบรรยากาศขลังๆ ที่ดูสมถะ ไม่ได้ดูยิ่งใหญ่อลังการเหมือนความยิ่งใหญ่ของการ์ตูนที่เขาสร้างเลย
...หลังจากนวดผู้ชมจนอยู่มือแล้ว ห้องสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์ก็คือ ร้านขายของที่ระลึก ที่รับรองไม่มีใครรอดไปได้ ช็อปกันกระจาย ...
ผมกลับออกมาจากจิบลิมิวเซียม ด้วยความรู้สึกว่า ถ้ามีพิพิธภัณฑ์แบบนี้ในเมืองไทยบ้างมันจะดีแค่ไหนนะ
( หน้ากระดาษน้อย ยังไม่ได้เขียนถึงไฮไลท์สำหรับทริปญี่ปุ่นของผมเลย พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน หรือ Fujiko F Fujio Museum ต้องผัดไปก่อนนะครับ)
สวัสดีครับ.
.......................................
(หมายเหตุ พิพิธภัณฑ์ในดวงใจ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง)



