
(หน้า 3 อี 2 ) - ตร.ตั้งชุดฉก.2 ทีม ล่ามือฆ่าโกแบน
19 ม.ค. 2552
(หน้า 3 อี 2 ) - ตร.ตั้งชุดฉก.2 ทีม ล่ามือฆ่าโกแบน
ผู้การฯ ตรัง สั่งตั้งชุดฉก. 2 ทีม ไล่ล่าสืบสวนหาพยานหลักฐาน คลี่คลายคดีกลุ่มมือปืนใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 กราดยิงถล่ม "โกแบน" นักธุรกิจดังเมืองตรัง ดับกลางสี่แยกไฟแดง ย้ำรายงานผลทุก 3 วัน
///
ความคืบหน้ากรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ สีน้ำเงิน ตอนครึ่ง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน แล้วคนในท้ายกระบะหลังใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 กราดยิงถล่มนายวิโรจน์ วิเศษพงศ์พันธ์ อายุ 62 ปี หรือโกแบน นักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งประกอบกิจการแพปลา สถานบันเทิง ทั้งใน จ.ตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี จำนวน 47 นัด จนเสียชีวิตคารถเก๋งโตโยต้าคัมรี สีขาว ทะเบียน กค 6684 ตรัง กลางสี่แยกไฟแดง บริเวณถนนเลี่ยงเมืองตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ขณะเดินทางมาดูแลสถานบันเทิง เซเยสผับ ที่เช่ากิจการใต้โรงแรมธรรมรินทร์ธนา เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นสังหารโหดไว้กว้างๆ หลายประเด็น ทั้งเรื่องพัวพันการเสียชีวิตของนายสมนึก ผดุงวิทย์วัฒนา ผู้จัดการแพปลาห้วยเม้ง ต.บางเป้า อ.กันตัง ซึ่งขัดผลประโยชน์ในธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อน ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว ค้าอาวุธและชู้สาว
ล่าสุดวันที่ 18 มกราคม พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทร์สว่าง ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า ได้แต่งตั้งชุดเฉพาะกิจ เพื่อสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าว ซึ่งถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชนอย่างมาก โดยแยกการทำงานออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดตรัง กับชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง โดยมี พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ภัทรภาณุ รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง เป็นหัวหน้าชุด เพื่อติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ขณะเดียวกันได้แต่งตั้งให้ พ.ต.อ.ไพบูลย์ จ้อยกุล รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง เป็นหัวหน้าชุดสอบสวนหาพยานหลักฐานคลี่คลายคดี
เบื้องต้นตำรวจยังคงมุ่งประเด็นหลักไปที่เรื่องการประกอบธุรกิจของผู้ตายทั้งในระบบ นอกระบบ และความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้ เนื่องจากเป็นกุญแจที่สำคัญในการเชื่อมโยงไปสู่การคลี่คลายและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
พล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ จ.ตรัง ได้ตรวจวิถีกระสุนที่รถผู้ตาย ปรากฏว่า พบปลอกกระสุนปืนอาวุธสงครามเอ็ม 16 เพิ่มเติมอีก 2 ปลอก และหัวกระสุนเพิ่มอีก 2 หัว ตกหล่นในรถผู้ตาย ส่วนอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 ที่กลุ่มคนร้ายนำมาใช้ก่อเหตุนั้น จะเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญในพื้นที่ จ.ตรัง หรือไม่ นั้น พล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ ต้องรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานปลอกกระสุนปืนทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน ส่วนกลุ่มมือปืนที่ก่อเหตุจะมีกลุ่มคนมีสีหรือนักการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้เช่นกัน แต่หากสอบสวนพบว่ามีบุคคลใดเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพันในคดีดังกล่าวก็จะต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ
"ไม่รู้สึกหนักใจกับคดีดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาแม้ว่าในพื้นที่ จ.ตรัง จะมีคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นหลายคดี แต่ตำรวจก็สามารถสืบสวนหาพยานหลักฐานจนสามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ สำหรับคดีนี้ยอมรับว่า ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ในการรวบรวมพยานหลักฐานให้รอบคอบและรัดกุม จะได้ไม่เกิดความผิดพลาด ซึ่งได้สั่งให้ชุด ฉก.ที่แต่งตั้ง รายงานผลความคืบหน้าของคดีให้ทราบทุกๆ 3 วัน แล้ว" พล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าว
ด้าน พ.ต.ท.เธียร บาลทิพย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า ได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 2 ปาก ซึ่งตำรวจยังคงมุ่งประเด็นไปที่เรื่องธุรกิจของผู้ตายทั้งในระบบ นอกระบบ และความขัดแย้งส่วนตัว ผลการสอบสวนทำให้คดีมีความคืบหน้าพอสมควร ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ส่วนกลุ่มมือปืนที่ก่อเหตุ กำลังอยู่ระหว่างสืบสวน ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก เพราะเกรงจะเสียรูปคดี ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุจะมี 2 ชนิดหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ
////



