
ชีวิตหลังความดัง'เพท ช็อป บอยส์'
ชีวิตหลังความดัง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening
ช่วงหลังๆ นี่เวลาเห็นอัลบั้มใหม่ของ Pet Shop Boys แล้วผมมีความรู้สึกขัดแย้งกันอยู่สองอย่าง คือทั้งตื่นเต้นดีใจ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเฉยๆ นะครับ
เพท ช็อป บอยส์ เป็นวงดูโอจากอังกฤษที่ทำดนตรีเต้นรำและดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ป๊อปได้เยี่ยมยอดมากๆ พวกเขาโด่งดังมาตั้งแต่ปลายยุค 80 มีเพลงฮิตก้องโลกนับไม่ถ้วน ความเจ๋งของพวกเขาก็คือผ่านมาจนถึงวันนี้ พวกเขายังได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์ จากผู้ฟัง และยังถือเป็นผู้นำเทรนด์ในแวดวงดนตรีอยู่เสมอ เรียกว่าได้ว่า เพท ช็อป บอยส์ เป็นเหมือนสถาบันของดนตรีแนวประมาณนี้ไปแล้ว
คู่ดูโอที่ประกอบไปด้วย คริส โลว์ (ซินธิไซเซอร์) และ นีล เทนเนนต์ (ร้องนำ) คู่นี้เคยทำอะไรเท่ๆ เก๋ๆ มาแล้วหลายอย่างครับ อาร์ตไดเรกชั่นของพวกเขาตั้งแต่ปกอัลบั้ม มิวสิกวิดีโอนั้นจัดว่าเฉียบขาดทุกครั้ง พวกเขาเคยคัฟเวอร์เพลงแปลกๆ ที่ไม่น่าจะเอามาทำเป็นดนตรีเต้นรำได้อย่างเช่นการเอาเพลง Where the Streets Have No Name ของวงร็อกอย่าง U2 มายำรวมกับเพลงเต้นรำมาตรฐานอย่าง I Can't Take My Eyes off You หน้าตาเฉย เอาเพลงป๊อปคลาสสิกของ เอลวิส เพรสลีย์ อย่าง Always on My Mind มาทำใหม่ได้ชวนดิ้นมาก เคยไปหาเรื่องไปทำดนตรีประกอบให้หนังเงียบสุดคลาสสิก Battleship Potemkin เสียใหม่ หรือเมื่อปีกลายพวกเขาก็เพิ่งออกอัลบั้มชื่อ The Most Incredible Thing ที่เป็นดนตรีประกอบบัลเลต์!
อัลบั้มล่าสุดซึ่งนับเป็นชุดที่ 11 ของพวกเขาใช้ชื่อว่า Elysium ซึ่งพอหาคำแปลแล้วก็ได้ความประมาณว่าคำนี้หมายถึงดินแดนหลังความตายตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณ เปิดอัลบั้มมาเพลงแรกคือ Leaving ที่เป็นเพลงป๊อปหม่นๆ เมโลดี้ไม่เลว แต่ที่น่าตกตะลึงเล็กน้อยคือเนื้อหาที่เปรียบเปรยความรักที่ผ่านพ้นไปว่าเหมือนกับคนตาย จากไปแต่ยังไม่ได้ห่างหายไปไหน ความทรงจำในอดีตยังคงหลอกหลอนเราอยู่เรื่อยไป มาถึงเพลงที่ 2 คือ Invisible ยิ่งชวนให้น่าคิดเข้าไปใหญ่ เพราะเพลงช้าๆ นิ่งๆ เพลงนี้พูดถึงคนที่เคยมีเป็นดาวเด่นแต่วันนี้กลับไม่มีใครมองเห็น หรือในอีกความหมายหนึ่งก็อาจจะเป็นเพลงที่พูดถึงวิญญาณที่ยังวนเวียนอยู่กับชีวิตในอดีตที่เคยรุ่งโรจน์ก็เป็นได้
ฟังแค่สองแทร็กนี้แล้วเริ่มสนุกครับ หรืออัลบั้มใหม่ของพวกเขาจะเป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มที่ว่าด้วยชีวิตหลังความตายใช่ไหม? น่าสนใจมากๆ ว่า เพท ช็อป บอยส์ จะตีความธีมนี้ออกมาอย่างไร
แต่ว่าในเพลงต่อๆ ไปพวกเขาก็เริ่มพูดประเด็นอื่นๆ บ้าง อย่างเพลงอลังการ Winner ที่พูดถึงเรื่องช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของผู้ชนะ เพลงป๊อปฟังสบายๆ Give It A Go เป็นเพลงรักออดอ้อน เพลงกึ่งเต้นกึ่งพูด Ego Music เล่าเรื่องของศิลปินที่ทำเพลงเพื่อสนองอัตตาของตัวเอง หรือเพลงสนุกจังหวะติดหูที่นีลโชว์ฝีมือเรียบเรียงได้จัดจ้านอย่าง A Face Like That ก็พูดถึงรูปโฉมโนมพรรณที่สามารถส่งอิทธิพลมหาศาลต่อคนที่พบเห็น ในขณะที่เพลงอลังการอีกเพลงคือ Hold On นั้นพูดไปถึงอนาคตของมนุษยชาติโน่นเลย
เพลงในอัลบั้ม Elysium ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะติดหูนะครับ เพลงส่วนใหญ่เป็นจังหวะกลางหรือช้าด้วยซ้ำไป เหมือน เพท ช็อป บอยส์ ตัดสินใจว่าจะทำเพลงแบบสบายๆ อยากพูดเรื่องที่อยากพูด มีทั้งเรื่องใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แต่การทำเพลงแบบผ่อนคลายแบบนี้ก็เป็นมุมมองแบบที่พวกเขาทำต่อเนื่องมาแล้วหลายอัลบั้ม อีกอัลบั้มที่ให้ความรู้สึกคล้ายกันก็คือ Yes เมื่อราว 3 ปีก่อนนั่นล่ะ
แต่อย่างไรก็ตาม พอถึงเพลงสุดท้ายที่ชื่อว่า Requiem in Denim and Leopardskin พวกเขาก็วกกลับมาเล่นในธีมเรื่องเกี่ยวกับความตายอีกหน คำว่า Requiem นั้นหมายถึงเพลงสวดส่งวิญญาณครับ ดนตรีในแทร็กนี้มีจังหวะสบายๆ เครื่องสายรองรับอย่างหรูหรา แต่เนื้อร้องไม่ได้บอกอะไรชัดเจน เพียงแต่พูดถึงการอำลา และเต็มไปด้วยภาพแฟลชแบ็กจากอดีตที่เกี่ยวพันกับวัฒนธรรมป๊อปหลายๆ อย่างของวงการดนตรีอังกฤษ ...นี่อาจจะเป็นเพลงที่สองหนุ่ม เพท ช็อป บอยส์ ผู้ผ่านเรื่องราวในแวดวงดนตรีมาไม่น้อยลองจินตนาการถึงการเผชิญหน้ากับความตายของพวกเขาก็เป็นได้
เวลาเห็นอัลบั้มใหม่ของ เพท ช็อป บอยส์ แล้วผมมีความรู้สึกขัดแย้งกันอยู่สองอย่าง คือรู้สึกเฉยๆ เพราะรู้ว่าพวกเขาทำเพลงได้มาตรฐานแบบนี้อยู่แล้วมาแต่ไหนแต่ไร จุดสูงสุดของชื่อเสียงและการพิสูจน์ฝีมือนั้นผ่านไปนานแล้ว แต่อีกใจหนึ่ง ผมก็อดตื่นเต้นดีใจไม่ได้ เพราะมันแสดงว่าวงดนตรีวงนี้ยังมีชีวิตอยู่
และการหันมาพูดถึงความตายบ้างสักหน่อย ก็เป็นเพียงการทดลองเล็กๆ น้อยๆ ทางศิลปะของ เพท ช็อป บอยส์ ที่บอกเราได้ว่า พวกเขาจะยังมีชีวิตชีวาไปพักใหญ่ๆ แน่นอน
.......................................
(หมายเหตุ ชีวิตหลังความดัง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)



