
แอนิเมชั่นไทยปัญหาใหญ่อยู่ที่การเคลื่อนไหว
รู้แล้ว! แอนิเมชั่นไทย...ปัญหาใหญ่อยู่ที่การเคลื่อนไหว? : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
นานน้าน..บ้านเราจะมีหนังแอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ออกฉายโรงใหญ่ให้ได้ดูกัน หลังจาก "ก้านกล้วย"? แล้วก็ดูเหมือนยังไม่มีเรื่องใดจะ "โดนใจคนไทย" ในระดับสร้างปรากฏการณ์ได้อีก (แม้แต่ "ก้านกล้วย2" เองก็ยังสู้อารมณ์อิ่มเอมแบบก้านกล้วยภาคแรกไม่ได้)
งานแอนิเมชั่นเป็นเรื่องยากนะครับ เพราะเมื่อใครก็ตามที่ลงมือทำแล้วย่อมต้องใช้เวลานาน และการ "ขลุกอยู่กับอะไรนานๆ" เราจะบอกตัวเองไม่ได้ว่า มันสนุกหรือมันดีพอรึยัง ต้องให้มุมมองบุคคลภายนอกมาช่วยตัดสินถึงความกลมกล่อมแซบในรสชาติ แบบว่าลูกกะตาดวงใหม่เห็นได้แจ่มแจ้งกว่าลูกกะตาดวงเดิม... แต่หลายๆ ครั้งการเปิดให้คอมเม้นต์ในช่วงท้ายของโปรดักชั่นก็อาจไม่สามารถช่วยอะไรคนทำได้เลย
ที่บอกอย่างนี้เพราะว่า ส่วนตัวเคยไปยุ่งเกี่ยวกับงานแอนิเมชั่นหนังใหญ่มา 2 เรื่องนั่นคือ "ก้านกล้วย" ?ซึ่งผมได้ให้เสียงพากย์เป็น นกจิ๊ดริด (ปัจจุบันเสียงจิ๊ดริดของผมยังไปก้องกังวาลอยู่ในพิพิธภัณฑ์มาดามทรูโซด์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไปลองหาฟังได้ที่หุ่นก้านกล้วย) พากย์อยู่ 2 ปี ตอนพากย์ก็ไม่เห็นชิ้นงาน เห็นแต่ภาพ Story Board ซึ่งต้องใช้จินตนาการช่วย ช่วงท้ายๆ ถึงจะได้เห็นงานแอนิเมทที่เรนเดอร์*แบบหยาบๆ (*สังเคราะห์ภาพออกมาดูการเคลื่อนไหวชั่วคราว)? เพื่อเก็บแต่งเสียงบางจุดให้ซิงค์กับสิ่งที่พากย์ไป
ตอนผลงานออกมาฉายบนผืนผ้าใบ (เรียกซะราวหนังกลางแปลง!) หัวใจมันก็ได้พองฟู เพราะมันออกมาดีมากและคนดูก็ชอบมันมากๆ ด้วย
พอมาเรื่องที่ 2 "Echo Planet" โดยกันตนาแอนิเมชั่นเจ้าเดิม ผู้สร้างก็ชวนผมไปดูรอบ Screen Test เปิดโอกาสให้ผมช่วยวิพากษ์วิจารณ์กันตรงๆ ผมก็วิจารณ์ให้เขาหลายจุดมาก แต่มันเป็น "ปัญหาใหญ่ที่เกินกว่าการแก้ไขทัน" ทั้งนั้นแล้ว..
ปัญหาใหญ่ๆ ของ Echo Planet คือ "การจงใจสอน" ในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ผู้กำกับ (คุณคมภิญญ์ เข็มกำเนิด) อยากสื่อสารกับชาวโลก เมื่ออยากสื่อสารมากไปบทก็เลยไม่คมคาย (ต่างจาก Wall-E ของ Pixar ที่ตั้งใจสื่อสารเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมแต่เลือก "ทำตัวอย่างเลวให้ดู" แทนการจงใจสอนตรงๆ) อีกปัญหาก็เป็นเรื่องตามจั่วหัวคอลัมน์คือ "จังหวะแอนิเมชั่น" ที่ไวเกินไป จนไปตัดทอนเฟรมภาพที่ควรจะละเอียดเพื่อให้เห็นการเคลื่อนไหวอย่างสมบรูณ์ กลายเป็นงานที่มองไม่ทัน
จุดนี้ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ให้ความรู้ว่ามันเป็นปัญหา "Grammar ของหนัง" คนทำหนังได้เห็นภาพนั้นแล้วจากกระบวนการดูแล้วดูอีกในสตูดิโอ แต่ภาพนั้นมันกลับกลายเป็น "เร็วเกินกว่าที่คนปกติหรือคนที่ดูครั้งแรกจะมองเห็นได้" จึงกลายเป็นปัญหาการเล่าเรื่องที่ไม่ Smooth และส่งผลให้เราไม่ลุ้นตามตัวละครที่กำลังผจญในสถานการณ์ตื่นเต้น
Echo Planet สร้างอยู่ 4 ปี ออกจากโรงฉายด้วยความชีช้ำกระหล่ำปลี มีรายรับเพียง 17 ล้านบาทจากเงินลงทุน (รวมโปรโมท) 170 ล้านบาท ทำเอา 2 ตั้ม* ณ กันตนาต้องเอาเท้าก่ายหน้าผากและเอามือยกแก้วน้ำใบบัวบก! (*คุณตั้ม จาฤก/ พี่ตั้ม อัจฉรา)
2 ตุลาคมที่ผ่านมาผมได้ไปร่วมชมรอบพรีเมียร์ของ "ยักษ์" แอนิเมชั่นบ่มนานอีก 1 เรื่องจากจินตนาการอันบรรเจิดของ "ประภาส ชลศรานนท์"? ชื่อชั้นที่ทุกคนวางใจได้กับความครีเอทีฟ เพราะเขาคือเบื้องหลังความสำเร็จของเกมโชว์และรายการระดับสวดยวดของ WorkPoint กว่า 2 ทศวรรษ
"ยักษ์"? สร้างนานกว่า 5 ปี?? โดยสตูดิโอ "บ้านอิทธิฤทธิ์" ที่มี ประภาส, ปรัชญา ปิ่นแก้ว และ "เอ็กซ์" ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ร่วมเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะรายหลังนี้ มีเครดิตระดับนักสร้างแอนิเมชั่นในงานโฆษณาระดับโลก เรียกได้ว่าเอเยนซี่ดังๆ ใครๆ ก็ต้องมาใช้เขา
เขาเปิดบ้านอิทธิฤทธิ์พร้อมทีมงาน 28 ชีวิต บ่มงาน "ยักษ์" ร่างอวตารที่สิบล้านเอ็ดของทศกัณฐ์และหนุมาน ตามวรรณกรรมชมพูทวีป "Ramayana" หรือ "รามเกียรติ์"? ที่เราอ่านกันมาแต่เด็ก ทรานฟอร์มมาเป็นร่างหุ่นยนต์ในโลกที่ไกลออกไปจากยุคสมัยนี้มากนัก ดูจากธีมหนังแล้วคนไทยใจอวยฝรั่งจะพูดว่า"เหมือนเรื่อง Robot เลย" แต่เนื้อเรื่องและจินตนาการสุดบรรเจิดมันคนละเรื่องและต่างกันลิบลับนัก!
คุณประภาสตีความรามเกียรติ์ใหม่หมดแบบถอดด้ามแต่สามารถทิ้งกลิ่นความเป็นทศกัณฐ์-หนุมานไว้ในหนังได้ คนที่แม้ไม่เคยอ่านหรืออ่านแต่ไม่เข้าใจรามเกียรติ์ก็ดูสนุก รู้เรื่อง ..ผมทึ่งในการตีความเนื้อหาหลากหลายจุดในเรื่อง เช่น "เสาเที่ยงวัน" (ไปดูเอาเอง) "พระราม" ที่เรียกว่า RAM (เขียนเหมือนหน่วยความจำคอมพิวเตอร์) "สดายุ" หรือแม้แต่ส่วนหัวของทศกัณฐ์ ไม่ขอเล่ามากไปกว่านี้เดี๋ยวพาลสปอยล์
ส่วนงานที่ต้องชมเป็นพิเศษนอกจาก "จินตนาการเหลือเฟือของคุณประภาส" แล้วก็คือ Character Design ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและงาน Texture พื้นผิวหุ่นที่ช่างละเอียดละออให้เกียรติสายตาผู้ชมเป็นอย่างมาก
แต่สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ของแอนิเมชั่นไทยทุกเรื่องที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขคือ "การเคลื่อนไหว" ที่เร็วเกินไปในจังหวะแอ็กชั่น ..มีการตัดทอนการเคลื่อนไหวในจังหวะ เหวี่ยง-กระแทก เหมือนใส่ภาพมาไม่ครบเฟรม ทำให้"ความเจ็บปวดของตัวละคร "มันส่งไม่ถึงคนดูอย่างเรา อารมณ์ลุ้นจึงทำได้ไม่เต็มที่นัก จุดนี้ผมได้คุยกับ1ในทีมงานผู้สร้างที่เป็นแฟนแบไต๋ไฮเทคของผม เขาเผยว่า "เพราะเวลาไม่พอ" ผมก็ย้อนไปว่า "นี่มัน 5 ปีแล้วนะ!? ไม่พออีกหรือ?" Rapunzel แอนิเมชั่นที่ดิสนีย์ลงทุนมากสุด-สร้างนานสุดยังแค่ 6ปี มากกว่ายักษ์นิดเดียวเองนะ จริงๆ คือ "คนที่น้อยเกินไป" หรือไม่? แต่เรื่องนี้คุณตั้ม อัจฉรา ฝั่งกันตนาเธอยอมรับว่าเป็นปัญหา "ทักษะ" ของนักแอนิเมชั่นที่อาจยังเคี่ยวกรำไม่มากพอ
"ยักษ์" มาครบเครื่องครับ ทั้งฉายในระบบ Digital และฟิล์ม ถึงแม้จะไม่มี 3D ให้หวือหวาตามยุคสมัย แต่มีทั้ง Soundtrack และ "พากย์อังกฤษ" (นี่~ นานๆ จะพูดคำนี้ได้!) เสียงพากย์อังกฤษ นำทีมโดยคุณท็อดด์ ทองดี (มีซับไทย) ผมตั้งใจว่าจะไปดูพากย์อังกฤษนี้อีกสักครั้งครับ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีเวลานักก็เถอะ...แต่จะไปดู คุณเองก็ควรดู "ยักษ์" สักรอบนะครับ และจะรักในมันสมองและจินตนาการของพี่จิกประภาสและทีมงาน
.......................................
(หมายเหตุ รู้แล้ว! แอนิเมชั่นไทย...ปัญหาใหญ่อยู่ที่การเคลื่อนไหว? : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์)



