
"ทัช มี คอนเสิร์ต" เปิดตัวตนที่ลึกกว่า ของ "หนึ่ง-จักรวาร เสาธงยุติธรรม"
รับหน้าที่เป็นมิวสิก ไดเรคเตอร์ ดูแลคอนเสิร์ตให้ศิลปินคนอื่นมามากมาย คราวนี้ถึงคิวของมือเปียโนฝีมือดี หนึ่ง" จักรวาร เสาธงยุติธรรม จะมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเองบ้าง หลังจากที่ได้มีผลงานอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 2 "ทัช มี" จากค่าย เคพีเอ็น มิวสิค ออกมาก่อนห
คอนเสิร์ตครั้งนี้หนึ่งให้ชื่อตรงตัวตามชื่ออัลบั้มล่าสุดว่า “ทัช มี คอนเสิร์ต” จะมีขึ้นในวันที่ 20 มิถุนายน ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยจะมีแขกรับเชิญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วงอีทีซี "ตอง" ภัครมัย โปตระนันทน์ Janice B.Javier "กร" สวรินทร์ เสือครบุรี นักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ปี 2542 "ปาล์มมี่" อีฟ ปานเจริญ "เบน" ชลาทิศ อาภาพร นครสวรรค์ มัม ลาโคนิค และ 5 นักร้องเสียงคุณภาพจากเวทีเคพีเอ็น อวอร์ด 2009
หนึ่ง เปิดใจให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ไม่คิดว่าจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเอง เพราะอัลบั้มที่ออกมานั้นเน้นเพลงบรรเลงเสียส่วนใหญ่ แต่เมื่อได้การตอบรับที่ออกมาดี ตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยไป จึงเริ่มมาคิดว่าถ้ากระแสตอบรับดีขนาดนี้ก็น่าจะมีคอนเสิร์ตได้
"ในเมื่ออัลบั้มนี้เป็นเพลงบรรเลงเสียส่วนใหญ่ พอเราคิดที่จะทำคอนเสิร์ต ก็ต้องมาคัดเลือกศิลปินที่จะมาขึ้นคอนเสิร์ต ผมก็เลือกจากน้องๆ ที่เคยร่วมงานกันมา โดยนำเพลงที่มีอยู่แล้วมาเรียบเรียงใหม่ ทำให้มีเสียงร้องเพิ่มขึ้น เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่จะไม่เคยได้ฟังจากที่ไหน แล้วก็มีเพลงฮิตของศิลปินคนนั้นๆ เองด้วย
แขกรับเชิญที่มา ก็เช่น เบน ชลาทิศ คนนี้ทำงานด้วยกันมานานมาก ผมเคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้ด้วย ส่วนปาล์มมี่มาสนิทกันจริงๆ ตอนงานคอนเสิร์ตใหญ่ของปาล์มมี่ ผมไปเล่นดนตรีเป็นแขกรับเชิญให้ พี่มัม ลาโคนิค เมื่อก่อนผมเล่นดนตรีที่ผับ เจอพี่มัมทุกคืน เป็นนักร้องอีกคนที่ผมชอบมาก เวลาเล่นด้วยกัน พี่มัมไม่เคยซ้อมเลย จะบอกว่าวันนี้จะร้องเพลงนี้เท่านั้น พี่มัมแทบจะไม่ฟังเพลงต้นฉบับมาเลย จะร้องกันสดๆ บางวันนึกสนุกเล่นลูกทุ่งแกก็ร้องได้
สำหรับพี่ฮาย อาภาพร หลายคนอาจจะมองว่าทำไมอัลบั้มผมดูอินเตอร์ แต่เชิญพี่ฮายมาร้อง เหมือนฉีกไปเลย แต่สำหรับผมไม่ฉีกเลย นี่คือตัวตนของผมด้วยซ้ำ ผมเล่นดนตรีตั้งแต่แรกก็คือลูกทุ่ง เพลงเชฟบ๊ะ ผมก็ได้มีโอกาสเล่นมาตั้งแต่ช่วงนั้น กับพี่ฮายเองผมเคยร่วมงานในรายการทีวีรายการหนึ่ง พี่ฮายเป็นอีกคนที่ไม่ต้องซ้อมเลย เล่นและร้องกันสดๆคือผมไม่ชอบนักร้องที่ต้องซ้อมบ่อยๆ แต่เวลาร้องก็ได้เท่าเดิม ผมชอบแบบไม่ซ้อมแต่ร้องได้ดีกว่าเดิม
จริงๆผมเป็นคนทำงานซีเรียส เวลาทำงานอะไรก็แล้วแต่ จะเลือกศิลปินเลย ถ้าเป็นศิลปินที่เราอยากทำด้วยก็จะเต็มที่ ศิลปินที่เลือกคือศิลปินคุณภาพ เลือกด้วยใจ ไม่ใช่ประเภทแกะตามต้นฉบับมาร้อง บางคนที่ผมเลือกไม่ต้องซ้อมด้วยซ้ำ มาวัดใจกันบนเวที มามองหน้า มองใจกันบนเวที โดยมีดนตรีเป็นเครื่องสื่อ" หนึ่ง ร่ายยาวถึงการเลือกศิลปินที่จะมาร่วมร้องบนเวที
เมื่อถามกึ่งแซวว่าแล้วจะมีโอกาสได้ยินเสียงร้องของตัวเขาเองด้วยหรือไม่ หนึ่ง ตอบแบบไม่ต้องคิดว่าไม่น่ามีโอกาส เพราะแค่พูดได้ก็ถือว่าโอเคแล้ว และแม้ว่าจะเคยร้องไกด์ให้นักร้องคนอื่น แต่ถ้าจะให้ร้องแบบเอาจริง เอาจัง คงไม่น่าไหว
ถามต่อว่าหลายคนคุ้นชินกับการเล่นในแบบแจ๊สของเขา ทำให้อาจสงสัยว่าในคอนเสิร์ตครั้งนี้สำหรับคนที่ไม่ชอบจะทำให้ง่วง ไม่สนุกและฟังยากหรือไม่ หนึ่ง ตอบว่า
"แจ๊สเป็นความชอบโดยส่วนตัว แต่พอจะต้องมาทำเป็นคอนเสิร์ต มันต้องทำให้ง่ายลงอยู่แล้ว ผมอาจจะแฝงความยากของผมไว้ในฮาร์โมนี่ ส่วนการนำเสนอจะนำเสนอในความเป็นป็อบ อาจจะเป็นลูกทุ่งสนุกๆ หรืออย่างหนึ่ง อีทีซี เราอาจจะคุ้นกับการที่เขาร้องเพลงซึ้งๆ แต่สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็จะเห็นวงอีทีซีกับวงของผมเล่นดนตรีสู้กัน โดยที่ไม่ซ้อม
เรื่องนักดนตรีที่จะมาเล่นกับก็ล้วนเป็นน้องๆรุ่นใหม่ที่เจ๋งสุดแล้วในยุคนี้ ผมเป็นคนซีเรียสเรื่องดนตรี ถ้าดีต้องดีเลย ครึ่งๆกลางๆผมไม่เอา ในคอนเสิร์ตครั้งนี้จะมีทั้งพาร์ทเพลงบรรเลง ป๊อป ป๊อปร็อก อาร์แอนด์บี และมิวสิคัลแบบออเคสตรา หลายคนอาจจะคิดว่ามีวงใหญ่มาหรือเปล่า แต่จริงๆ ไม่ใช่ คนอาจจะคิดว่าเปียโนก็คือเปียโน ทั้งที่จริงๆ ทำอะไรได้มากกว่านั้น และจะได้เห็นในงานนี้ว่าเปียโนทำอะไรได้บ้าง"
ถามต่อว่าภาพที่ออกมาเป็นนักเปียโน เช่นเดียวกับรุ่นน้องอย่าง "โต๋" ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ตัวเขาคิดว่าแตกต่างกันอย่างไร หนึ่ง อธิบายว่า "ผมกับน้องโต๋ไม่เหมือนกันแน่ๆ น้องเขาเป็นแนวน่ารัก อย่างผมเป็นอีกแบบหนึ่ง สนุกสนาน เฮฮา บางครั้งเอาเสียงเปียโนมาทำเป็นเสียงกลอง กีตาร์ เบส ออเคสตราบ้าง น้องโต๋จะเป็นทางคลาสสิก ของผมจะเป็นฟังก์ เป็นโซล เวลาเล่น คนดูก็จะดูออก
วันนี้ผมคิดว่าผมได้เกินสิ่งที่ใจต้องการแล้วด้วยซ้ำ ตอนแรกคิดเลยว่าคนไทยจะฟังเหรอ เพราะผมรู้ว่าคนไทยไม่ฟังแน่ๆ จากประสบการณ์ 10 กว่าปีที่เราเล่นดนตรีมา เหมือนตอนอัลบั้มแรกที่ผมทำโดยที่ไม่ได้คิดถึงตลาดในประเทศเลย แล้วพองานชุดนี้ออกไป มีกระแสตอบรับ มีคนพูดถึง ก็ดีใจที่เริ่มมีคนไทยที่เริ่มฟังเพลงอีกแนวหนึ่งแล้ว" หนึ่งบอกเล่าถึงความภูมิใจในตอนท้ายหลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาเคยเอ่ยไว้ว่าตั้งใจทำอัลบั้มดีๆ ออกมาเพื่อให้คนฟังได้รู้ว่าคนไทยก็ทำได้



