บันเทิง

มิติของผู้บริโภคด้าน'ศรัทธา-ลัทธิ-ความเชื่อ'

มิติของผู้บริโภคด้าน'ศรัทธา-ลัทธิ-ความเชื่อ'

05 ต.ค. 2555

มิติของผู้บริโภคด้าน'ศรัทธา-ลัทธิ-ความเชื่อ' : คอลัมน์ เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์

          ก่อนหน้านี้นักการตลาด และนักสร้างแบรนด์ทั้งหลายได้เคยวิเคราะห์ ไว้ว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้นไปนั้น จะมีกำลังซื้อสูง มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์มาก และเป็นกลุ่มที่จะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

          คนกลุ่มนี้ ถูกคาดการณ์ว่า มีกำลังซื้อสูง อยู่ในช่วงเปลี่ยนสถานภาพ มีหน้าที่การงาน สูงขึ้น มีภาระหนี้สิน น้อยลง มีบ้านและรถยนต์เป็นของตนเอง โดยสินค้าและบริการที่ควรจับตลาดคนกลุ่มนี้คือ สุขภาพ ความปลอดภัย บ้านพัก การท่องเที่ยว และกิจกรรมบันเทิงต่างๆ

          ที่สำคัญสินค้าของคนกลุ่มนี้ต้อง “เน้น” ที่คุณภาพของการใช้งาน และบริการได้อย่างแท้จริง เพราะตัดสินใจ ด้วย “เหตุผล”มากกว่า “อารมณ์”

          ที่เกริ่นมาทั้งหมดข้างต้นคือสิ่งที่ถูกวิเคราะห์ไว้ใน เชิงการตลาด หากปัจจุบันกลับพบว่า มิติของผู้บริโภค วัย 40 + ในปัจจุบันอาจมีมากกว่าที่เคยเป็น สังเกตได้จาก รายการที่คนกลุ่มเหล่านี้เป็นแฟนประจำ ทั้งภาคข่าว ภาคบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นช่องฟรีทีวี หรือ ดาวเทียม ประเด็นและเรื่องราวถูกนำเสนอ จะเน้นที่ ความเชื่อ ศรัทธา ลัทธิและโชคลาง

          ว่ากันง่ายๆ ข่าวภาคเช้า ประเด็นที่ถูกนำเสนอต่อเนื่อง เรียก เรทติ้ง ก็ประเภทจิ้งจก ตุ๊กแก ยืนสองขาพนมมือ ดอกไม้หน้าตาเหมือนคน การเกิดเกลียวคลื่นจากพญานาคกลางลำน้ำ ส่วนรายการภาคบ่าย และค่ำ ก็เป็น ประเภท สัมภาษณ์ หมอดูดัง หรือ ผู้มีความเชื่อและศรัทธาในลัทธิบูชา

          อย่างเรื่องของ กุ้ง(ตบนม) ที่มีต่อ “ชูชก” โดยเชื่อว่า การเป็นผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง จะต้องนำ”องค์”ไปด้วยในทุกที่ การแต่งกายต้องสื่อและแสดงสัญลักษณ์ที่โดดเด่น อยากมีบารมีก็ต้องตกแต่งบูชาผ่านเครื่องประดับ หรือเรียก ชูชก ด้วย ชื่อ “ป๋าอัน (ฑะโอฬาร) “ เพื่อแสดงคารวะ ผ่านการขีดเขียนบนกระเป๋าดัง (ยี่ห้อเดียวกับ ของเอ ศุภชัย) ไม่รวมถึงถวายบูชาด้วยทีมสาวโคโยตี้

          อีกตัวอย่าง คือ การเกิดของลัทธิใหม่ บูชาสัญลักษณ์ที่เป็นเสมือนสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ถูกจัดทำในรูปแบบ เครื่องประดับ เครื่องราง มีให้เช่าและจำหน่ายตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักพัน โดยสื่อถึงความเชื่อว่า ถ้าสวมใส่ หรือวางไว้ใกล้ตัว จะสร้างพลัง เมื่อใดที่จิตตก หวาดกลัว ให้ เรียกชื่อ “อาจารย์” (ต่างจากทางพราหมณ์ ที่จะกล่าวพระนามเพื่อความสิริมงคล ก่อนกระทำการใด) ถ้าเจาะลึกเข้าไปดูจะเห็นได้ว่า ฐานกลุ่มใหญ่ ของคนเหล่านี้ คือ ผู้หญิง แม่บ้าน วัย 40+

          ความเชื่อ และศรัทธาในโชค ลาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคนไทยนั้นได้ถูกปลูกฝังมานาน เรื่องนี้แม้ไม่ใหม่แต่ก็ ได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือการตลาดมากเท่าปัจจุบัน และเมื่อใดที่ประเด็นของ “ความเชื่อ และศรัทธา” ไต่อันดับขึ้นสูง นั่นย่อมหมายถึง สภาวะจิตใจของคนในสังคม “กำลังสั่นคลอน” รู้สึก “ไม่มีความมั่นคง” โดยถ้าย้อนกลับไปดู ข้อมูลและหลักการทางการตลาดก็ขัดกับ “การตัดสินใจเลือก หรือ ซื้อ” ของสถานภาพ วัย 40+

          การเลือก หรือซื้อ ที่ว่า ขัดหลักการคือ.. ไม่ได้ดูที่เหตุผล แต่ดู “ผลลัพธ์ที่ต้องการ” คือสุขภาพ มั่นคง ปลอดภัย เป็นไปได้ว่าคนกลุ่มนี้กำลังเกิดความรู้สึกหมดหวัง กับ คำว่า “พยายาม ขยัน ประหยัด อดทน” เพราะคิดว่า ไม่มีผล เท่ากับโชคช่วย

          ดังนั้นรายการ หรือธุรกิจที่เล่นกับความเชื่อของคน เรตติ้งหรือยอดขายจึงพุ่งแรง ไม่อย่างนั้น โฆษณาชุดล่าสุด ของ อิชิตัน คงไม่นำเสนอในรูปแบบลัทธิความเชื่อและโชคช่วย

          ของแบบนี้ ยิ่งแรง ยิ่งเชื่อ ยิ่งศรัทธา ราคายิ่งสูง !!
.......................................
(หมายเหตุ มิติของผู้บริโภค ด้าน'ศรัทธา ลัทธิ ความเชื่อ' : คอลัมน์ เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์)