บันเทิง

'ใช้สุขภาพแลกเงิน-ถึงกาลเอาเงินแลกสุขภาพ'

'ใช้สุขภาพแลกเงิน-ถึงกาลเอาเงินแลกสุขภาพ'

02 ต.ค. 2555

'ใช้สุขภาพแลกเงินมานาน...ถึงกาลเอาเงินแลกสุขภาพ' : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow

          "82.5กิโลกรัม" เป็นน้ำหนักที่โคตะระเฮฟวี่เวทเลยสำหรับร่างที่สูงพ้นพื้นเพียง 166 ซม.ของผม! ผมทำงานอยู่ในวงการไอทีมานาน หากนับนิ้วก็เกิน 10 นิ้วจะนับแล้ว กับงานที่ต้องใช้รูปร่างหน้าตาและการพูด ผมอยู่ในสถานะอ้วนๆ ผอมๆ สลับกันไปมาราว 3 รอบ ช่วงอ้วนฉุสุดๆผมก็ยังมีงานทั้งพิธีกรและวิทยากรไม่เคยขาด ดีที่งานในวงการนี้เป็นงานขายความสามารถมากกว่ารูปร่าง แถมยังไม่มีหนุ่มหล่อๆ ที่เก่งๆ เข้ามาทำกัน ผมจึงยังยืนหยัดอยู่บนเวทีแห่งนี้ได้ ..แต่จะว่าไปก็มีหลายครั้งที่ผมละอายเมื่อมีคนทักว่า "ทำไมตัวจริงเป็นงี้อ่ะ!?"

          หัวเรื่องวันนี้เป็นประโยคทองที่ผมจำไม่เคยลืมของพี่เป้ CopyWriter หนุ่มนักโฆษณาที่โคจรมาเจอกันเมื่อ 10 ปีก่อน แกเห็นผมทำงานหนักแกก็พูดให้แง่คิดว่า "ตอนนี้คุณเอาสุขภาพแลกเงิน..อีกหน่อยต้องเอาเงินไปแลกสุขภาพนะ" ตอนนั้นผมรับฟังไว้แล้วได้แต่ฮัมเพลงพี่เต๋อ เรวัต "คงจะมีซักวัน~"

          มาวัยนี้ 34 ปี จากน้ำหนักที่มากขึ้น ก็ลองฮึดกลับเข้าฟิตเนสอีกครั้ง (ซึ่งมาเปิดสร้างแรงจูงใจอยู่หน้าหมู่บ้านเลย) 3 ครั้งก่อนที่ผมอ้วนๆ ผมผอมได้โดยการเข้าฟิตเนสนี่แหละ เข้ามาย้อมตัวเองซักพัก ร่างกายก็ลดขนาดลงได้ ปีก่อนถ้าจำได้ตอนผมขึ้นรายการแบไต๋ไฮเทค Daily 5 LIVE ที่ดิจิตอลเกตเวย์ สยามฯ ผมก็ผอมลงด้วยการว่าจาก Trainer มายืนเฆี่ยนผมอยู่ข้างๆ

          แต่ครั้งนี้แปลกคือ "ผมเริ่มออกกำลังกายไม่ไหว" ..ออกไปหน้ามืด พาลจะอาเจียร ..เทรนเนอร์ก็เอาไม่อยู่ เรียกว่าร่างกายมันเริ่มไม่เป็นตามใจคิดนัก

          ผมไปปรึกษาหมอโอ๊ค สมิทธิ์ อารยะสกุล หนุ่มมัลติฟังค์ชั่นที่เป็นทั้งศิลปิน, นายแบบ, แพทย์, เซเลปฯ และล่าสุดเป็นแฟนโอปอล เราเรียนหนังสือที่เดียวกันคือสถาบันพระปกเกล้า ผมผ่าน Siam Dermatik คลีนิคเขาหลายครั้งแล้วเนื่องจากอยู่ใกล้สตูดิโอแบไต๋ไฮเทคที่สยามสแควร์ เคยว่า "เดี๋ยวจะๆ" จะไปๆ หลายครั้ง ผลัดผ่อนกันเป็นปีๆ ไม่ได้ไปซะที ปรากฏครั้งนี้ได้เจอ ..นั่งคุยกันอยู่เกือบชม.พบว่า "หมอโอ๊คเป็น Serious Doctor" อย่างที่เขาเขียนไว้ในโปรไฟล์ Twitter @Oak_Smith จริงๆ เขาจริงจังกับการให้ความรู้คนมาก โดยเฉพาะศาสตร์ด้านการกิน-อยู่-หลับ-นอน +ออกกำลังกาย เขาแนะนำให้เยอะจนผมเดินออกมาจากคลีนิคแล้วคิดว่าจะตายวันนั้นเลย! (มีอีกทางเลือกหนึ่งคือ "ทำตามเขา..แล้วใช้ชีวิตที่ยืนยาวต่อไป")

          หมอโอ๊คนัดผมไปพบเขาอีกครั้งที่ "Royal Life" แผนกการแพทย์ชะลอวัย ของโรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งอยู่ชั้น3 ตึกทันตกรรม หน้าซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรี ผมไปแต่เช้า พยาบาลสูลเลือดชั่วออกจากตัว 4 หลอดเพื่อตรวจอย่างละเอียด เป็นการตรวจที่บอกได้ตรงนี้เลยว่าแพงครับ แต่แตกต่างจากการตรวจเลือดเพื่อเช็คสุขภาพทั่วๆ ไปที่ผมตรวจมา
ผลเลือดตามหลังออกมาบอกให้ผมขนหัวลุกในอีก 5วันถัดมา

          ปรากฏว่าผมขาดสารอาหารค่อนข้างมาก ซึ่ง ณ จุดนี้ข้าพเจ้าตกใจเพราะที่ผ่านมาเลือกสรรแต่อาหารดีๆ ให้ความบันเทิงกระเพาะอาหารทั้งนั้น แต่พฤติกรรมการเลือกกินดีๆของเราจริงๆ มันคือ "กินไม่เลือก" ต่างหาก ร่างกายจึงฟ้องออกมาเช่นนี้

          จุดนี้ยังบอกถึง "ฮอร์โมน" ที่ไม่สมดุลหลายตัว ส่งผลให้ผมมีพฤติกรรมที่เมียไม่ปลื้ม 2 อย่างคือ "ตื่นสาย" และ "ขี้โมโห" (อันหลังนี่ลูกน้องก็ไม่ชอบ..ฮา) จุดหลังนี่ถ้าผมแก้ไขได้มันก็ได้ประโยชน์ด้าน Anger Management ด้วยเลย!

          หมอสั่งวิตามินแบบ Custom เป็นพิเศษให้ผม เกิดมาผมก็เพิ่งเห็นนี่แหละครับ ที่รพ.กรุงเทพเขามีแล็ปอัดเม็ดยาเอง โดยหมอคำนวนจากอัตราที่เราขาดจริงๆ (ตามผลเลือด) แล้วอัดเม็ด แยกซองให้เรากินเป็นมื้อๆ ณ จุดนี้แพคเกจอลังการมากครับ เห็นห่อยาแล้วขนลุก มันจะเว่อร์ไปไหน? แต่ก็เข้าใจแหละจ่ายราคาขนาดนี้ให้เป็นซองยาปกติก็คงไม่น่าเลื่อมใสนัก

          หมอโอ๊คน่ารักที่ขอให้ผม "ถ่ายรูปส่ง WhatsApp" อาหารที่ผมกินให้ดูทุกมื้อเพื่อเช็คว่า "กินถูก" หรือไม่? เรื่องนี้ผมสบายเพราะปกติก็ถ่ายรูปก่อนกินเพื่ออัพ Instagram อยู่แร้น!

          ความรู้ที่ได้จากหมอคือใน 1 มื้อให้เราแบ่งอาหารในจานเป็น 3ส่วนเหมือนตรารถเบนซ์ เราควรให้ผัก,ผลไม้มีอิทธิพลในจานถึง 2ใน3ส่วน ในกรณีผมที่ผลเลือดออกมาน่าเพลียมาก ผมต้องตัด "คาร์โบไฮเดรต" ออกจากชีวิตในระยะหนึ่งเลย ความหมายคือผมต้องกินข้าวแต่กับ (โบราณบอกจะเป็นตาลขโมยนะนั่น!) ข้าวหอมมะลิที่ผมโปรดปราน..ผมจะไม่ได้กินมันแล้ว และรวมถึงขนมปังและอาหารทุกชนิดที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบ

          แต่ใช่ว่าผัก-ผลไม้ ทุกอย่างจะดีหมดทันทีนะครับ
          "มะเขือเทศ"จะให้สารอาหารเต็มที่กับเราได้มันต้องผ่านกระบวนการ "ปรุง" เสียก่อน จะเอาไปต้ม เอาไปย่าง หรือเอาไปคลุกๆ ก็ต้องทำก่อนเอาเข้าปาก ฉะนั้นการกินสดๆ มันก็งั้นๆ (ลิ้นเฟื่อนฟรี!)

          "ผลไม้อบแห้ง" สังเกตว่ามีรสชาติหวานขึ้นมากอย่างชิมได้ชัดนั้นเป็นเพราะกระบวนการอบแห้ง(บางยี่ห้อใช้การทอด)มันเร่งให้ "น้ำตาล" มีปริมาณสูงขึ้นกว่าตัวมันในสถานะสดๆฉะนั้นในเชิงสารอาหารแล้วมันคือ "แคนดี้" ดีๆนี่เอง..อย่ากิน

          "ถั่ว" สุดยอดสารอาหาร ไม่มีคอเลสเตอรอล (การ์ตูน,วรรณกรรมดังๆ ยังต้องเอาถั่วมาเป็น "ไอเท็มพิเศษ" เช่น "ถั่วเซียน"ของท่านคารินในดราก้อนบอล กินแล้วอิ่มไปเจ็ดวันเจ็ดคืน) หมอโอ๊คยอมรับว่าถ้าเป็นส่วนตัวเขา..เขาก็จะ "นับเม็ด" กิน เช่น 25เม็ดสำหรับแอลมอนด์, 5เม็ดสำหรับแมคาดีเมีย หรือ 20เม็ดสำหรับถั่วลิสง อะไรอย่างงี้! ทำได้ก็ทำ

          "น้ำผลไม้" ต้องคั้นกินสดๆเท่านั้น ที่อัดกล่องอัดกระป๋องวางขาย การผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์หรือ UHT กว่าจะมาถึงเราก็สายเสียแล้วเพราะวิตามินหมด! สิ่งที่เราจะได้แน่ๆจากมันคือ"น้ำตาล" (รู้แล้วจ๊ากส์เลยใช่ไหม?)

          ขนมห่อๆ แทบทุกอย่างในท้องตลาดเป็น "Empty Calorie" กล่าวคือมันให้พลังงานอย่างเดียวโดยไม่เหลือประโยชน์ใดๆ ตกสู่ร่างกายเราเลย ลองพิจารณาดูเองนะครับว่า "ขนมห่อๆ" ที่ผมกล่าวถึงมันหมายถึงยี่ห้อใดบ้าง?

          นอกจากผมปรับพฤติกรรมการกินตามหมอโอ๊คผู้หน้าใสแล้วผมยังเริ่มต้นชีวิตการปั่น จักรยาน โดยติ๊ก ชิโร่ ชายอายุ 51 ที่เซลส์ความแก่ไม่เคยแทะร่างกายเขาได้ ฟังเพลงเขาตั้งแต่สมัยเราขี่ BMX มาวันนี้เขากำลังพาเราไปซื้อจักรดึง(วิธีการเรียกจักรยานของเขา) ที่ร้าน Sport Bicycle ตึกอื้อจือเหลียง พระราม4

          ผมลงทุนควักเงินแลกสุขภาพตามคำแนะนำติ๊กชิโร่ ด้วยการถอยจักรยานเสือหมอบ (Road Bike) ยี่ห้อ Specialized ราคาป้ายระบุครึ่งแสน (แต่ด้วยความเป็นตั่วเฮียของคนพาไปซื้อ..มีรึ?จะไม่ได้ลดพิเศษ)

          ขนาดราคาถูกลงบ้างแล้ว..ผมหันไปหาเมีย เมียยังส่ายหน้า พี่ติ๊กบอกขอเวลาเดี๋ยว แกจับเมียผมเข้าที่แคบแล้วร่ายมนตร์อดุ๋ยๆๆๆ แป๊บเดียวเมียผมยอม! (เขาบอกเธอว่า "เพื่อหนุ่ยจะได้อยู่กับตุ๊กไปนานๆ ไงจ้ะ" ..ฮิ้วววว~)

          ถอยมาแล้วจะขับออกถนนเลย เฮียติ๊กแกก็ไม่ยอม บอกว่าต้องซื้อเสื้อก่อนเพื่อเป็นการปั่นอย่างมีจิตวิญญาณ! ด้วยความที่แกกลัวผมไม่มีจิตวิญญาณในการปั่นแกเลยถอยเสื้อใหม่ให้ผมตัวหนึ่ง พร้อมมอบหมวกกันน็อคและไฟท้าย เพื่อเสริมความปลอดภัย

          เราไปปั่นกันที่สวน "เบญจกิติ" ครับ เป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์เป็นผืนดินติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ .. ก่อนหน้านี้เรามองเข้าไปเราก็ว่าสวยดี ..แต่พอได้มาปั่นจักรยานที่นี่บน "เลนจักรยาน" ที่ออกมาแบบอย่างดี ผมดีใจจริงๆ ที่มีคนรู้จริงในงานออกแบบสวนสาธารณะและตั้งใจสร้างให้ประชาชนอย่างพวกเรา.. ขอบคุณจริงๆ ครับ

          ชีวิตการปั่นของผมกำลังดำเนินอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการกินแบบถูกวิธี.. น้ำหนัก 82.5 จากที่จั่วหัวไว้ลดเหลือ 77.5 ณ วันที่ปิดต้นฉบับนี้ ..แต่เป้าหมายครั้งนี้ของผมมันไกลกว่าความผอมเพราะผมจะเอา Six Pack มาประดับท้องเป็นครั้งแรกในชีวิต ผมจะได้อยู่กับคุณผู้อ่านไปนานๆ ไงครับ :

          ปล.ผมอาจพูดถึงตัวเองในหน้ากระดาษนี้ได้ไม่บ่อย ไปพิสูจน์แบบเรียลไทม์กันที่ Instagram @nuishow /Twitter @nuishow และ FB /nuishow
.......................................
(หมายเหตุ 'ใช้สุขภาพแลกเงินมานาน...ถึงกาลเอาเงินแลกสุขภาพ' : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)