
มองโลกแบบวิกรม : 'จีน'(ต่อ)
'จีน'(ต่อ) : คอลัมน์ มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์
ผมอยากพูดถึงเมืองใน มณฑลเจียงซู (Jiangsu) ที่เป็นมณฑลที่มีความพิเศษ สิ่งที่ผมได้เห็นคือมณฑลเจียงซูนั้นเป็นมณฑลที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความมั่งคั่ง มีการพัฒนาเมือง และทางมณฑลนี้ไปไกลกว่าที่อื่นมาก สาเหตุเป็นเพราะว่า ที่นี่มีคนที่เรียนเก่ง เขาบอกว่าคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในจีนได้เกือบครึ่งหนึ่งมาจากมณฑลนี้ แทบทุกหัวเมืองในมณฑลนี้ล้วนแต่มีคนเรียนเก่ง จึงแน่นอนว่ามีโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้มาก
จากนั้นผมได้มาที่เมืองนานจิง (Nanjing) อดีตเมืองหลวงเก่า และมีเมืองโบราณเป็นเมืองที่จัดสอบ จอหงวน (zhuangyuan) จอหงวนนั้นคือคนที่มีความรู้ คนที่มีความสามารถเพื่อที่จะเข้าไปทำงานในวังของจักรพรรดิ์ในอดีต ถ้าจะว่าไปแล้วจีนในแต่ละมณฑลนั้นมีความโดดเด่นของตนเอง แต่ที่นี่นั้นมีความโดดเด่นด้านคนเรียนเก่งจริงๆ คนที่เรียนเก่งนั้นล้วนแต่ต้องมีการฝึกฝน มีการเรียนรู้ในสิ่งที่เรียกว่าจากครูบาอาจารย์ มณฑลนี้เมืองนี้จึงกลายเป็นมณฑลแห่งคนเรียนเก่งนั่นเอง
แน่นอนว่าคนที่เรียนเก่งมาพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาบ้านเมืองนั้นย่อมมีความรวดเร็ว และมีโครงสร้างที่มั่นคง เมืองนี้เป็นเมืองที่มีนักวิทยาศาสตร์ นักคิด นักค้นคว้า และเป็นเมืองที่พัฒนาไปในเชิงอุตสาหกรรมมากทีเดียว บริษัทต่างๆในเมืองนี้ล้วนแต่เป็นบริษัที่มีขนาดใหญ่ ฉะนั้น รายได้ต่อหัวของประชากรในเมืองนี้ถือว่าสูงกว่าหมื่นเหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อหัวต่อปีและมีความแตกต่างทางรายได้น้อยมาก (ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน)
การพัฒนาเมืองในแต่ละมณฑลนั้นประเทศจีนเขาให้โอกาส ให้อำนาจในการพัฒนาตัวเมืองของตนเองอย่างมีเสรี ให้ใครๆ สามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ สามารถเอาเงินที่ได้จากภาษีเอามาพัฒนาเมือง ฉะนั้น ในแต่ละเมืองของจีนนั้น วันนี้ต่างคนต่างแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างระบบสาธารณูปโภค การสร้างผังเมือง การสร้างพื้นที่สีเขียว หรือแม้กระทั่งการลงทุนในต่างประเทศ วันนี้ประเทศจีนนั้นยิ่งใหญ่มาก เพราะแต่ละมณฑลเขาให้ความเป็นเอกเทศในการที่จะไปพัฒนาและไปบุกเบิกในต่างประเทศ วันนี้มณฑลเจียงซูถือว่าเป็นมณฑลแนวหน้าของประเทศจีนไปแล้ว
หลังจากนั้นผมได้เลยไปในเมืองชิงเต่า (Tsingtao) ในมณฑลซานตง (Shandong) เมืองชิงเต่าถือว่ามีชื่อเสียงจาก “เบียร์ชิงเต่า” ผมมีภารกิจไปบรรยายในงานสัมมนา ได้พูดคุยพบปะกับนักธุรกิจที่สนใจมาลงทุนในบ้านเรา และได้ไปเดินดูที่โรงเบียร์ชิงเต่า เบียร์ชิงเต่านั้นมีอายุกว่าร้อยปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ยุโรปได้ไปยึดครองประเทศจีนในบางส่วน และชิงเต่านั้นก็เริ่มโดยคนยุโรป หลังจากนั้นชิงเต่าจึงได้ค่อยๆมาเป็นของจีน แต่ปัจจุบันเบียร์ชิงเต่านั้นได้ลงทุนโดยญี่ปุ่น ถือว่าเป็นเบียร์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของประเทศจีน ปัจจุบันนี้บริษัทผลิตเบียร์ชิงเต่าได้มาลงทุนในประเทศไทยแล้ว ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เบียร์ชิงเต่าได้ออกไปต่างประเทศ ก่อนหน้านั้นเคยลงทุนในไต้หวันมาแล้ว เรื่องราวในสองมณฑลนี้มีความน่าสนใจทั้งด้านประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคมสมควรที่เราควรเรียนรู้ และทำความเข้าใจให้มากขึ้น
.......................................
(หมายเหตุ 'จีน'(ต่อ) : คอลัมน์ มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์ <http://www.facebook.com/VikromKromadit> )



