บันเทิง

ผู้ประกาศข่าวหนุ่มไฟแรง'ภาษิต'กับช่องใหม่วิก 3

ผู้ประกาศข่าวหนุ่มไฟแรง'ภาษิต'กับช่องใหม่วิก 3

25 พ.ค. 2552

กลายเป็นข่าวที่ถูกพูดถึงอยู่ในขณะนี้ ว่าเหตุใดผู้ประกาศข่าวหนุ่ม "ไก่" ภาษิต อภิญญาวาท ที่เติบโตจากวิก 7 สี ถึงข้ามช่องมาอยู่กับช่อง 3 อีกทั้งมีข่าวลือออกมา ว่าสาเหตุหลักนั้น มาจากมีปัญหากับผู้ประกาศคนดัง ภัทร จึงกานต์กุล วันนี้ "คม ชัด ลึก" เลยขอเปิดใจ

ข้ามวิกมาได้อย่างไร
 พอดีได้มีโอกาสพบปะกับ คุณวิบูลย์ ลีรัตนขจร ตามงาน ได้คุยกันมาตลอด จนมาสู่การทาบทาม เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ใช้เวลาในการตัดสินใจนานมาก

ปรึกษาใครบ้าง
 ปรึกษาคุณพ่อคุณแม่  ก็มีปรึกษาเพื่อนๆ บ้าง แล้วก็ผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน คือการตัดสินใจมันยากมาก อย่างที่เคยบอกไปหลายๆ ครั้งว่า กับช่อง 7 ผมมีความสุขดี แล้วก็มีช่วงเวลาออกอากาศที่ดีในช่อง 7 อยู่แล้ว ไม่ได้ทะเลาะกับใคร (หัวเราะ) ไม่ได้ตีกับพี่ภัทร (ภัทร จึงกานต์กุล) กับพี่ภัทรก็เป็นพี่ที่สนิทสนมกันดีมาก มีความสุขดี ก็เลยทำให้ตัดสินใจยาก  ใช้เวลานานมาก เครียด แล้วก็กดดันทุกอย่าง แต่ว่าสุดท้าย  หลักๆ ที่ผมตัดสินใจ แน่นอนคือพื้นที่หน้าจอ โอกาสที่ได้รับจากช่อง 3 ไม่ว่าจะเป็น "เรื่องเด่นเย็นนี้"  หรือว่า "เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์" ผมมองว่าเป็นพื้นที่ที่ท้าทาย แล้วก็น่าสนใจ ประกอบกับว่ามีพี่ๆ เพื่อนร่วมงาน อย่างคุณธีระ คุณวราภรณ์  คุณสรยุทธ ผมว่ามันเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะได้เรียนรู้ ได้นำประสบการณ์จากพี่ๆ ที่น่าจะถ่ายทอดให้แก่เรา ก็เลยนำมาสู่การตัดสินใจ

แต่การข้ามช่องครั้งนี้ มาพร้อมกับข่าวลือว่าทะเลาะกับ ภัทร จึงกานต์กุล แล้วก็มีปัญหากับโปรดิวเซอร์
 ไม่มีปัญหากับใครเลย ไม่รู้ว่าเขามีปัญหากับผมหรือเปล่านะ โปรดิวเซอร์ไม่มีแน่นอน สนิทกันดี พี่ภัทรไม่มีแน่นอน พี่ภัทรเป็นรุ่นพี่ที่สนิทเลย เพราะในช่อง 7 มีผู้ชายไม่กี่คน คนอาจจะมองว่าพี่ภัทรมาทีหลัง กลุ่มของช่อง 7 ส่วนใหญ่จะเป็นลูกหม้อช่อง 7 แต่พี่ภัทรก็จะมาจาก ทีวีไทย แล้วก็มาอยู่ช่อง 7 คนอาจจะมองว่าเป็นกลุ่มเป็นก้อน แต่พอเข้ามาด้วยกัน ช่อง 7 จะทำงานเป็นทีมมาก มันไม่มีเวลามาตีกันหรอก ทุกวันนี้ก็คุยกันว่าทำไมมีข่าวแบบนี้ พี่ภัทรก็บอกว่ามันตลกมาก

อยู่กับช่อง 7 มากี่ปี
 3 ปีครึ่ง คนอาจจะมองว่าทำไมเราต้องย้าย เราเกิดมาจากช่องนี้ เราอกตัญญูหรือเปล่า  ผมอยากจะบอกว่าถ้ามองสายงานอื่นที่ไม่ใช่ทีวี  การปรับเปลี่ยนงาน มันก็คืออยากจะพัฒนาตัวเอง หรือก้าวไปสู่อีกจุดหนึ่ง แต่ในงานทีวี ช่องที่ให้กำเนิด เป็นช่องที่มีพระคุณ แล้วเราต้องตอบแทนบุญคุณ ผมใช้เวลาในการตัดสินใจนานมาก  ผมเกิดจากช่อง 7 ได้สะสมประสบการณ์จากช่อง 7 คนก็รู้ว่าผมมาจากช่อง 7 ถ้าผมย้ายไป ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม แล้วผมประสบความสำเร็จ ผมพูดได้เต็มปากว่าผมมีพื้นฐานที่ดี ผมได้รับการเคี่ยวมาอย่างดีจากช่อง 7

การมายืนตรงนี้ยากไหม เพราะช่อง 3 มีผู้ประกาศข่าวค่อนข้างเยอะ
 ช่อง 3 มีผู้ประกาศเยอะมาก แล้วแต่ละท่านก็มาจากหลากหลายสถาบัน ผมมาอยู่ที่นี่ได้ 1 เดือน ผมรู้สึกสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น รวมถึงบริษัทเซิร์ชฯ ที่น่ารัก ดูแลเราอย่างดี ถึงแม้ว่าจะมีผู้ประกาศข่าวเยอะ แต่ก็มีปริมาณรายการที่เยอะเช่นกัน ซึ่งทุกคนก็มีหน้าที่รับผิดชอบรายการตัวเองอย่างชัดเจน มันทำให้ผมรู้สึก ว่าจริงๆ ผู้ประกาศไม่ได้เยอะเลย เพราะว่ารายการข่าวช่อง 3 เยอะมาก แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะนำไปสู่การตีกัน เพราะว่าแต่ละคนมีหน้าที่บริหารรายการที่ตัวเองได้รับมอบหมาย ทำให้ดีที่สุด

กดดันไหม
 กดดัน ในแง่ที่ว่าคนจะเข้าใจเรามั้ย เพื่อนๆ ร่วมงานจะเข้าใจหรือเปล่า ที่เก่าเขาจะคิดกับเรายังไง  แต่ว่าเราต้องข้ามตรงนั้นไปให้ได้ในความคิดของผม

ต้องปรับตัวเยอะไหม
 ส่วนใหญ่พี่ๆ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ รู้จักกันอยู่แล้ว งานข่าวจะเจอกันเป็นปกติอยู่แล้ว อาจจะมีการปรับตัวบ้าง เพราะแต่ละที่ทำงานไม่เหมือนกัน

เกร็งไหมร่วมงานกับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ในเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์
 ตอนแรกที่ยังไม่สัมผัสพี่ยุทธ จะรู้สึกว่าเฮ้ย...น่ากลัวจังเลย ด้วยความที่พี่เขามืออาชีพอยู่แล้ว แล้วเราประสบการณ์ไม่ถึงเขา เราจะต้องทำยังไงบ้าง สิ่งแรกที่ทำพยายามทำการบ้านให้มากที่สุด จริงๆ พี่ยุทธช่วยเราได้มาก พี่ยุทธกลายเป็นรุ่นพี่ที่ผมรักมากคนหนึ่งเลย พี่ยุทธให้ความเป็นกันเอง ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับพี่ยุทธ

นั่งแท่นคู่กับสรยุทธ แบบนี้จะเป็นลูกไล่ให้เขาหรือเปล่า
 ผมยินดี ที่จะเป็นนะ ผมว่าคนดูรับได้จุดหนึ่ง เพราะประสบการณ์ต่างกัน ด้วยความที่พี่มีประสบการณ์มากกว่า ผมยินดีที่จะเป็นลูกไล่ เพราะด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิมันได้

กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
 กระแสค่อนข้างดี ขอบคุณทุกๆ กระแสตอบรับ ไม่ว่าจะเข้าทางช่อง 3 หรือมาตามเว็บไซต์ต่างๆ แต่ก็ยอมรับว่ามันก็ยังไม่ดีที่สุด คงต้องพัฒนาอีกเยอะ ก็จะพัฒนาต่อไป

ถือเป็นผู้ประกาศไฟแรง
  ถูกต้อง...ไฟแรงมาก อยากทำงานเยอะ อยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เยอะๆ ประสบการณ์ 3 ปีครึ่ง ก็ถือว่ายังใหม่นะ การที่ไปนั่งกับผู้ประกาศรุ่นใหญ่ ทำให้เราต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะเลย มันก็เป็นแรงผลักดันให้เราต้องตั้งใจทำงานต่อไป

การเติบโตมาได้ทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหน้าตาด้วยหรือเปล่า
 งานข่าวมันแตกต่างจากดาราอยู่แล้ว โอเคอาจจะมีคนชื่นชอบภาพลักษณ์ภายนอก ผมก็ต้องขอขอบคุณ แต่สุดท้ายคนก็ต้องดูที่เนื้อหาของข่าวอยู่แล้ว หน้าตาอาจจะเป็นตัวชักจูง มันแค่เป็นความประทับใจแรกที่คนดูได้เห็นเท่านั้น แต่ไม่เกิน 5 นาที ที่คนดูเห็นเรา คนดูเขาก็จะเปลี่ยนเป็นดูข่าวแล้ว ถ้าเราพรีเซ็นต์ได้ไม่ดี ข้อมูลไม่ปึก พอเราพูดผิดพูดถูก คนก็จะเริ่มรำคาญ แล้วมันก็จะกลายเป็นดาบสองคม อ้าวนี่...หน้าตาดี แต่อย่างอื่นไม่ได้เรื่อง มันยิ่งเป็นแรงกดดันผมนะ เราก็ต้องทำการบ้านให้เยอะขึ้น

ด้วยความที่หน้าตาดี มีทาบทามให้มาทำงานในวงการบันเทิงบ้างไหม
 มีทุกอย่างเลย ตั้งแต่เล่นละคร ร้องเพลง  แต่ผมตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ก่อน อย่างตอนนี้ผมมาทำงานข่าว ผมชอบงานพิธีกร ผู้ประกาศข่าว ผมต้องตั้งใจทำตรงนี้ให้ดีก่อน กว่าที่ผมจะได้มาอ่านข่าว ผมวิ่งข่าวภาคสนามมาก่อน แต่ละวันผมให้เวลากับงานข่าวเยอะ ยอมรับว่ามีการติดต่อให้เป็นนักแสดงค่อนข้างเยอะ แต่ผมไม่มีเวลาให้คิวได้เยอะมาก ผมไม่มีเวลาให้ตรงนั้นเลย ผมตั้งใจทำงานตรงนี้ให้ดีก่อน ไม่ใช่ไม่สนใจนะ แต่ขอทำทีละอย่างก่อน เพราะงานมันยาก ถ้าจับหลายๆ อย่าง แล้วมันจะไม่ได้อะไร