บันเทิง

เอนหลังดูหนังแผ่น สุขทั้งกายและใจ

เอนหลังดูหนังแผ่น สุขทั้งกายและใจ

28 ก.ย. 2555

เอนหลังดูหนังแผ่น สุขทั้งกายและใจ : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

          ประเทศไทยได้ชื่อว่า เป็นชาติที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญามากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก...ซอฟต์แวร์ไหนออกใหม่ไม่กี่วันก็มีโปรแกรมเถื่อนถูกๆ ให้ใช้...หนังฟอร์มยักษ์เข้าโรงฉายได้แค่วันเดียว รุ่งขึ้นมีแผ่นผีวางขายเกลื่อน ไม่นับซีดีเพลงที่ทุกวันนี้ขายไม่ได้อีกแล้ว...
 
          นี่เป็นสถานการณ์ที่คนทำสื่อ คนทำงานศิลปะ ต้องยอมรับชะตากรรม ก้มหน้าก้มตาหาทางดิ้นรนเอาตัวรอดต่อไป มากกว่าจะลุกขึ้นสู้รบปรบมือกับ ‘ผี’ ทั้งหลาย ซึ่งทำอย่างไรก็ไม่มีวันชนะ เรียกว่าปราบยังไงก็ไม่มีวันหมด จับยังไงก็ออกมาขายต่อ ทางเดียวที่พอจะทำให้สถานการณ์ทุเลาเบาบางลงได้คือรณรงค์ให้หันมาใช้ของแท้ หรือสินค้าถูกลิขสิทธิ์ ซึ่งมีข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ คุณภาพดีกว่า
 
          ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็หนังแผ่นไงครับ...หนังผีละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะหนังเข้าใหม่ชนโรง อยากดูเร็วๆ อยากดูไว แต่รับรองว่าได้ของถูกไร้คุณภาพแน่นอน ทั้งภาพที่ขาดความคมชัด เพราะบันทึกด้วยกล้องคุณภาพต่ำที่แอบถ่ายซูมผ่านจอฉายภาพยนตร์ในโรง ระบบเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะอัดเสียงจากลำโพงในโรงหนัง ผ่านไมโครโฟนของโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องเล่นเอ็มพี 3 แม้กระทั่งไอพอด
 
          แต่ถ้าอดใจรอไม่เกินสามเดือน หนังดังๆ ก็จะทยอยกันลงแผ่น คุณภาพของภาพและเสียงคมชัด ยิ่งถ้าเล่นผ่านเครื่องขยายเสียงโฮมเธียเตอร์คุณภาพดี ก็จะให้ความรู้สึกประหนึ่งนั่งดูในโรงหนังยังไงยังงั้นเลยทีเดียว ปัญหา ‘แผ่นผี’ ส่วนหนึ่ง น่าจะมาจากแผ่นลิขสิทธิ์มีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะหนังจากสตูดิโอยักษ์ใหญ่ ที่ราคาหน้าปกตั้งไว้ไม่ต่ำกว่า 500 บาท
 
          มีหนังแผ่นจากบางค่าย บางร้าน เป็นหนังถูกลิขสิทธิ์ ที่จำหน่ายในราคาถูกมาก แต่อาจไม่ใช่หนังใหม่ๆ ที่เพิ่งถอดออกจากโปรแกรม เป็นหนังกลางเก่า ถึงเก่ามาก แต่คุณค่าเนื้อหาภายในนั้น ไม่เคยล้าสมัยตามกาลเวลา ซื้อเก็บไว้ดู หรือแจกจ่ายให้เพื่อนฝูงก็ยังดูเป็นของมีค่ามีราคา
 
          หนังอย่าง “chaplin” ของอัครมหาผู้กำกับเซอร์ ริชาร์ด แอทเทนเบอร์โรห์ว ราคาไม่ถึง 100 บาท หนังเพลงที่มาดอนนาถอดหัวใจเล่นอย่าง “evita” “a woman a gun and a noodle shop” หนังของผู้กำกับ จาง อี้โหมว ที่รีเมกมาจากหนัง “simple blood” ของพี่น้องผู้กำกับโคเอนอีกที รวมถึง “shine” หนังที่ทำให้ เจฟฟรีย์ รัช คว้าออสการ์นักแสดงนำชายมาครองได้ โดยทั้งสามเรื่องวางเรียงรายในกระบะขายรวมกันในราคา 3 เรื่อง 99 บาทเท่านั้น ซึ่งหนังเหล่านี้หาได้ในร้าน cap ทุกสาขา ไม่นับรวมร้านอย่าง boomerrang หรือ mangpong ที่จัดโปรโมชั่นลดราคาหนังแผ่นดีๆ ทั้งเนื้อหาและคุณภาพคมชัดบ่อยครั้ง และเท่าที่ผ่านมาก็ล้วนได้รับความสนใจ จากคอหนังที่ได้หนังแผ่นดีๆ ในราคาถูกมานอนดูอย่างมีความสุข ในราคาสมเหตุสมผล โดยเฉพาะร้าน cap สินค้าที่นำมาลดราคาก็เป็นหนังที่ไม่เก่ามาก ผ่านการฉายในโรงภาพยนตร์ไม่น่าจะเกินสามปี ผมเห็นหนังเรื่อง the road ของผู้กำกับจอห์น ฮิลล์โค้ท  (ซึ่งเร็วๆ นี้หนังแอ็กชั่นดราม่าเรื่องล่าสุดของเขาชื่อ lawless กำลังจะเข้าฉาย) วางจำหน่ายในราคา 65 บาท แต่ที่สะดุดตาไปกว่านั้น คือหนังตอนหนึ่งของ วรรณกรรม ‘สามก๊ก’ เรื่อง “three kingdoms” ที่มีหลิวเต๋อหัว, หงจินเป่า และ แม็กกี้ คิว เป็นดารานำ จัดวางอยู่บนชั้นอย่างเป็นระเบียบในราคาเพียง 45 บาท
 
          มีหนังมากมายหลายเรื่องให้เลือกซื้อหาด้วยราคาที่ถูกมากๆ ครับ หากหนังใหม่หน่อยก็ราคาไม่กี่ร้อยบาท (แต่ยังไงๆ ราคาก็ต่ำกว่า 500 บาทแน่นอน) เพราะเหตุนี้ ทำไมเราจะต้องไปอุดหนุนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์กันด้วย เพราะราคาแทบไม่ต่างกัน (เผลอๆ ของก๊อบแพงกว่า) แต่ทว่าคุณภาพของสินค้านั้นห่างไกลกันลิบลับ แม้หนัง ‘ก๊อบ’ บางเรื่อง ภาพคม เสียงชัด แต่เล่นๆ ไปถ้าแผ่นไม่สะดุด ก็เล่นแบบติดๆ ขัดๆ คิดจะเอาไปเปลี่ยนก็เสียเวลาเดินทาง สู้ซื้อแผ่นแท้ ราคาถูก ที่มั่นใจได้ว่า ยัดใส่เครื่องกดเพลย์เมื่อไหร่ไม่มีปัญหารำคาญใจแน่นอน
 
          หากบริษัทจัดจำหน่ายหนังแผ่นลดราคาหนังใหม่ๆ ลงมาบ้าง แม้กำไรที่ได้จะน้อยลงไปสักหน่อย แต่ถ้ามีคนอุดหนุนสินค้าดีมีคุณภาพจำนวนมากๆ ก็คงไม่ต้องปวดใจกับปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ใดใด และถึงแม้กำไรจะน้อย แต่หากขายได้เยอะยังไงก็ยังคุ้มค่าสำหรับการลงทุนอยู่ดี
 
          ถ้าหลายคนคิดกันแบบนี้ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์อาจจะลดน้อยถอยลงก็เป็นได้ อย่างน้อยยังมีคนชอบดูหนังแผ่นลิขสิทธิ์คุณภาพดี ราคาถูกอยู่อีกมาก ที่สำคัญอยากให้ผู้ผลิตเหล่านั้น อยู่ด้วยกันไปอีกนานๆ 
.......................................
(หมายเหตุ เอนหลังดูหนังแผ่น สุขทั้งกายและใจ : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)