
คลื่นชุมชนการเมือง
คลื่นชุมชนการเมือง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรอุบลและจังหวัดใกล้เคียง ได้จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ "หยุดเผด็จการรัฐสภา รวมพลังปฏิรูปประเทศไทย" ที่โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ ปรากฏว่ามีกลุ่ม นปช.อุบล ประมาณ 300 คน นำโดย จรูญศักดิ์ จันทรมัย ยกขบวนมาชุมนุมบริเวณหน้าทางเข้าโรงแรม โดยปิดถนนชยางกูร ตั้งแต่ตอนสายๆ จนกระทั่งบ่ายสามโมงจึงยกแยกย้ายกันกลับ
การระดมพลเข้ามาประท้วงพันธมิตรฯครั้งนี้ "จรูญศักดิ์" ใช้วิทยุชุมชนของ นปช.อุบลฯ เป็นเสมือนกองบัญชาการปลุกเร้าให้คนเสื้อแดงมาเข้าร่วม และเป็น 1 ใน 9 กลุ่มของแดงเมืองดอกบัว ที่ชุมนุมต้านกิจกรรมของ ปชป.และกลุ่มพันธมิตรมาโดยตลอด
จากภาพข่าวดังกล่าวข้างต้น ทำให้นึกถึง "21 ข้อเสนอแนะของ คอป." ที่บรรจุไว้ในรายงานฉบับสมบูรณ์ ซึ่งมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสื่อตอนหนึ่งว่า
"คอป.เห็นว่า การนำเสนอข้อมูลข่าวสารของ "สื่อ" เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความแตกแยก และทำให้ความขัดแย้งในสังคมยกระดับเป็นความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอข้อมูลและการใช้ภาษาที่มีการปลุกเร้าและกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชัง (Hate Speech หรือ Propaganda) และปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงต่อฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ ซึ่งได้สร้างความแตกแยกในสังคมไทยให้มีความร้าวลึกยิ่งขึ้น
"คอป.เห็นว่าสื่อมวลชนจำนวนน้อยเท่านั้นที่พยายามนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงและสะท้อนความคิดเห็นที่รอบด้านและหลากหลายของคนในสังคม คอป.ขอเรียกร้องให้สื่อเพิ่มบทบาทในการคลี่คลายวิกฤติความขัดแย้งของประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะหรือสำหรับทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้ที่มีความเห็นในสายกลาง (moderates) เพื่อลดบทบาทของกลุ่มที่มีความเห็นอย่างสุดโต่ง (extremists) และมุ่งประสงค์ให้เกิดความรุนแรง"
ดูเหมือนข้อเสนอข้างต้น มิได้เห็นสื่อนำไปเผยแพร่มากนัก โดยเฉพาะสื่อมีสี ต่างให้ความสำคัญกับวิวาทะเรื่องชายชุดดำมากกว่า
วิทยุชุมชนเป็นสื่อใกล้ตัวชาวบ้าน การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนก็อาจสร้างความเข้าใจผิด ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยข่าวตามสภากาแฟ
แม้ กสทช.จะเข้ามาจัดระเบียบวิทยุชุมชน ด้วยการดำเนินการจับกุมสถานีวิทยุที่ไม่ยอมขึ้นทะเบียน และออกร่างประกาศควบคุมวิทยุชุมชน แต่ก็ไม่ง่ายเมื่อกลุ่มวิทยุชุมชนมีสี ได้รวมตัวกันต่อสู้ปกป้องคลื่นของตัวเอง
ดังเช่นกรณี "เครือข่ายวิทยุธุรกิจภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบ กสทช. ที่ได้อนุมัติดำเนินการออกหมายจับ ยึดเครื่องส่ง พร้อมอุปกรณ์ และให้ยุติการออกอากาศของคลื่นวิทยุกระจายเสียงของผู้ร้องเรียน
โดย กสทช.อ้างเหตุในการจับกุมว่า มีการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และจัดตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 6 และ 11 ของ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ทั้งที่ กสทช.ยังไม่เคยกำหนดวิธีการพิจารณาอนุญาตเพื่อกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่ และเครื่องวิทยุคมนาคม
ที่น่าจับตาคือ การปรากฏตัวของ "เครือข่ายวิทยุธุรกิจภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ที่อ้างว่าจะปกป้องสิทธิสื่อภาคประชาชนนั้น ต่างก็เป็น "คลื่นชุมชนคนเสื้อแดง" และเปิดตัวเครือข่ายฯ ไปแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค
มินับ "กลุ่มศิษย์หลวงตาบัว" ที่เตรียมยื่นถอดถอน กสทช. เพราะไม่พอใจร่างประกาศ กสทช.ฯ ที่ปิดกั้นสื่อวิทยุ "เสียงธรรม" ของหลวงตาบัว
นี่เป็นสัญญาณเตือน กสทช. หากบอร์ดใหญ่มัวแต่ทะเลาะกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รับประกันเรื่องวิทยุชุมชนเอาไม่อยู่แน่
.......................................
(หมายเหตุ คลื่นชุมชนการเมือง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



