
เรยา เดอะ มิวสิคัล
เรยา เดอะ มิวสิคัล : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
ฉบับนี้ขออนุญาตนอกเรื่องนะครับ ไม่แนะนำหนังแผ่น หนังโรง แต่อยากชักชวนมาชมละครเวที เชื่อว่าตอนนี้ หลายท่านคงรู้จัก “เรยา เดอะ มิวสิคัล” กันบ้างแล้ว
ไม่ว่าจะด้วยอานิสงส์ของละครทีวี และบทประพันธ์ “ดอกส้มสีทอง” หรือไม่ แต่หลังเปิดการแสดงมาตั้งแต่ 14 กันยายนที่ผ่านมา “เรยา เดอะ มิวสิคัล” ก็ได้พิสูจน์ถึงคุณค่าของตัวเอง โดยไม่ต้องอ้างอิงเรื่องราวความทะเยอทะยานของหญิงสาวในรูปแบบอื่นๆ ก่อนหน้าแต่ประการใด เพราะที่สุดแล้ว คุณค่าทางศิลปะของ “เรยา เดอะ มิวสิคัล” ก็ได้เปล่งประกายจรัสแสงเรืองรองออกมาให้เห็น ไม่นับถึงอรรถรสความบันเทิงที่มีอยู่ครบไม่ตกหล่นผิดแผกแผกไปจาก่อนหน้านี้
‘ฟ้า’ ยังคงเป็นหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความฝัน ออกวิ่งไล่ไขว่คว้าหาความสุขความสบายในชีวิต เพื่อชดเชยปมด้อยในวัยเด็กที่ถูกดูหมิ่นดูแคลนจากฐานะลูกคนรับใช้ในบ้านเศรษฐีใหญ่ เป็นการสร้างมิติและแรงขับในพฤติกรรมให้ตัวละครได้อย่างเยี่ยมยลผ่านการรจนาของคุณถ่ายเถา สุจริตกุล ตั้งแต่ครั้งต้นฉบับนวนิยายเมื่อ 13 ปีก่อน ต่อมาถูกนำมาแต่งแต้มสีสันให้จัดจ้าน เพิ่มอารมณ์ความรู้สึกเผ็ดร้อนมากขึ้นผ่านการตีความใหม่โดยอาจารย์แดง ศัลยา สุขะนิวัตติ์ ผู้เขียนบท นำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ โดยยังใช้ชื่อเดิมของนวนิยายต้นฉบับ ก่อนที่คุณถ่ายเถา จะนำเรื่องราวที่ได้เขียนเอาไว้กลับมาเรียบเรียงและบอกเล่าใหม่อีกครั้งในรูปแบบละครเวที ซึ่งดูเหมือนว่าการเดินทางของ ‘ฟ้า’ หรือ ‘เรยา’ ในครั้งนี้ แก่นแกนของเรื่อง ตลอดจนประเด็นในใจที่ผู้เขียนตั้งใจบอกกล่าวเล่าขานจะยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่ถูกดัดแปลงบิดเบือนไปเหมือนในครั้งที่ผ่านมา ที่สำคัญนี่เป็นครั้งแรกทั้งของ ‘เรยา’และคุณถ่ายเถา ที่ขยับก้าวไปสู่ศิลปะละครเวที
ไม่น่าเชื่อว่าจากนวนิยายความหนากว่าสี่ร้อยหน้า ถ้าจะตั้งอกตั้งใจอ่านก็น่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันถึงจะอ่านจบ แต่คุณถ่ายเถาบรรจงตัดถ้อยร้อยความ รวบรัดเนื้อหาให้เหลือเพียง 2 ชั่วโมงด้วยการเล่าเรื่องผ่านเสียงเพลงและบทสนทนา ที่บางช่วงตอนแทบจะถอดมาจากบทประพันธ์ต้นฉบับชนิดบรรทัดต่อบรรทัด แต่ด้วยสำนวนแบบพรรณนาโวหาร และความสละสลวยของถ้อยคำในบทร้อยแก้วที่เปี่ยมด้วยวรรณศิลป์ของต้นฉบับ ทำให้ไม่เพียงตัวละคร ‘เรยา วงศ์เศวต’ จาก“ดอกส้มสีทอง” จะถูกขับเน้นโดดเด่น กลายเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวเท่านั้น หากแต่ยังขับเคลื่อนเรื่องราวอย่างมีลีลา งามด้วยท่วงท่า และมีความเฉียบคมในประโยคสนทนาที่กล่าวอย่างเชือดเฉือนกับตัวละครรายล้อมตั้งแต่ ‘สินธร’ ‘เด่นจันทร์’ ‘ก้องเกียรติ’ ‘ณฤดี’ ไปจนถึง ‘ซีเค’ (โดยเฉพาะฉากปะทะคารมในตอนท้ายที่ไม่เพียงดุเด็ดเผ็ดร้อนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการต่อสู้ของชนชั้นอยู่ในที)
การมีทายาทเป็นวาทยากรระดับโลกอย่างคุณสมเถา สุจริตกุล ไม่เพียงทำให้คุณถ่ายเถา มีแต้มต่อหรือต้นทุนการทำ ‘มิวสิคัล’ ที่สูงกว่าคนอื่น เพราะหากไม่ใช่การร่วมงานกันของประพันธกรทั้งสองท่านนี้ เรื่องราวของ “เรยา เดอะ มิวสิคัล” ก็อาจไม่สมบูรณ์แบบก็เป็นได้ ฝีมือทางดนตรีของคุณสมเถา พิสูจน์ได้จากผลงานการประพันธ์โอเปร่ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการบรรจงแต่งเพลงในแบบบรอดเวย์ มิวสิคัล จึงไม่ใช่เรื่องยากแต่ประการใด แต่ทว่าบทเพลงทั้งหมดที่เขาเขียนสำหรับ “เรยา เดอะ มิวสิคัล” นั้นกลับเพราะพริ้งอ่อนหวานอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่แค่ท่วงทำนองที่ไพเราะ หากแต่บางเพลงนั้นถึงขั้นสง่างาม ผนวกกับคำร้องที่ถอดความมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษของคุณสมเถาโดยคุณถ่ายเถา ก็เต็มไปด้วยสัมผัสคล้องจองของสระและวรรณยุกต์ อย่างเช่นท่อนหนึ่งของเพลง “ทางรักของเรยา” ที่ร้องว่า ‘รักคือสายน้ำเชี่ยว ไหลมุ่งทิศเดียวไม่ย้อนมา จะให้รักนำทางเช่นดวงตา ไม่นำพาระทมทุกข์ใจให้กับรัก...ให้รักนำทางไป’ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นผลสืบเนื่องจากการทำงานร่วมกันมายาวนานของแม่-ลูก ศิลปิน ที่ต่างเกื้อหนุน รับรู้เข้าใจ และสามารถถ่ายทอดความคิดอ่าน และสำนวนภาษาของกันและกันได้อย่างสมบูรณ์ลงตัว (ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณถ่ายเถา เป็นผู้แปลนวนิยายทุกเรื่อง ของคุณสมเถา เป็นภาษาไทย)
มิพักต้องเอ่ยถึงการแสดงอันยอดเยี่ยมของ ‘ชมพู่’ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่ครั้งนี้โดดเด่นและเปล่งประกายความสามารถเหนือกว่าทุกเรื่องที่ผ่านมา แม้การร้องเพลงจะดูเป็นรอง แต่พลังในการแสดงของเธอก็ข่มความด้อยนั้นจนกลบมิด ถึงขั้นทำให้รู้สึกว่า เพลงที่เธอร้องก็ฟังไพเราะไปอีกแบบ หลายๆ ฉากทำให้เรารู้สึกถึงพลังทางการแสดงที่เธอส่งผ่านออกมา ผ่านสีหน้า แววตา น้ำเสียง เรียกว่าทุกสรรพางค์กายของเธอ ไม่เพียงแต่สะกดคนดูทั่วทั้งโรงละครอักษราให้จรดจ่ออยู่กับการแสดง หากแต่ยังโน้มน้าวให้ได้หวั่นไหวไปกับความรู้สึกมากมายที่ประเดประดังเข้ามา ในฐานะหญิงสาวผู้มีความใฝ่ฝันและหัวใจอันทะยานอยากอย่างแรงกล้าในความต้องการครอบครองสิ่งที่เธอหมายมั่น
อีนังลูกแขกตัวดำ ที่ถูกคุณหนูๆ ทั้งหลายในบ้านหยอกล้อรังแกตั้งแต่เด็ก ปมด้อยที่ถูกเปลี่ยนเป็นแรงขับดันในการดำเนินชีวิตของ ‘ฟ้า’ จากหญิงร้าย ก็กลายเป็นที่เห็นอกเห็นใจของผู้ชม ซึ่งไม่เพียงเป็นความสามารถในการผูกเรื่องอันยอดเยี่ยมของผู้ประพันธ์เท่านั้น หากแต่การแสดงอันยอดเยี่ยมของ ‘ไมร่า’ มณีภัสสร มอลลอย เด็กสาวตัวน้อยๆ ที่พลังน้ำเสียงยิ่งใหญ่เกินตัว ก็เป็นส่วนสำคัญในการพา ‘เรยา’ เข้ามาสู่เวทีละครเพลงได้อย่างงดงาม รวมทั้งเข้าไปอยู่ในใจผู้ชมได้สำเร็จเช่นกัน ทำให้พลางนึกไปว่า เกรียงศักดิ์ ศิลากอง ในฐานะผู้กำกับการแสดง ต้องเคี่ยวกรำนักแสดงของเขามากแค่ไหน กว่าจะสวมวิญญาณตัวละครได้อย่างเข้าถึงและลึกซึ้งขนาดนี้
...เพลงไพเราะ การแสดงที่ยอดเยี่ยม และอีกหลากหลายองค์ประกอบที่ขับเคลื่อนเรื่องราวซึ่งผู้คนสามารถเข้าใจและสัมผัสได้โดยง่าย ทำให้ “เรยา เดอะ มิวสิคัล” ขึ้นชั้นละครเวทีเรื่องเยี่ยมอีกเรื่องของปีนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
.......................................
(หมายเหตุ เรยา เดอะ มิวสิคัล : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



