บันเทิง

วงการไอทีทรุด...วงการละครเวทีพุ่ง!

วงการไอทีทรุด...วงการละครเวทีพุ่ง!

18 ก.ย. 2555

วงการไอทีทรุด...วงการละครเวทีพุ่ง! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow

          ช่วงนี้วงการละครเวทีรุ่งพุ่งแรงจริงๆ โปรดักชั่นละครน้อยใหญ่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ไม่ว่าจะละครเพลงโปรดักชั่นแพงอย่าง "เรยา เดอะ มิวสิคัล" ของ NBC หรือจะโปรดักชั่นขายของแปลกอย่าง "แม่เบี้ย ดิ อีโรติค อาร์ต มิวสิคัล" ของ Index หรือจะโปรดักชั่นเจ้าตลาดอย่าง "มิสไซง่อน" ของ Senario ฯลฯ

          ดีใจที่ได้เห็นคนใช้ความคิดสร้างสรรค์กลับมามีที่ยืนอย่างองอาจและผลิตชิ้นงานออกมาให้เราได้ชมอย่างต่อเนื่อง

          ต้องขอชมคุณบอย ถกลเกียรติ เป็นพิเศษ ที่ทำให้ละครเวทีฟื้นจากอาการโคม่าได้ด้วยการสร้างสรรค์ผลงาน "ดีอย่างต่อเนื่อง" จนทำให้ผู้ชมไว้ใจในการควักเงินหลายพันออกจากกระเป๋าเพื่อแลกความบันเทิงพรีเมียมที่ยกระดับจิตใจเรา

          อาการโคม่าของวงการละครเวทีได้ผ่านพ้นไปแล้วก็จริง แต่ "วงการไอที" ในไทยกำลังโคม่าแทนครับ!

          ราว 10 ปีที่ผ่านมา ไอทีเป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่หลายคนพุ่งเข้าใส่และมีโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตัวสินค้ามาพร้อมกับคำว่าเทคโนโลยี ทำให้ผู้ใช้ได้สนุกไปพร้อมๆ กับความรู้ที่ตนเองได้เพิ่มจากการใช้งาน เทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อประชันแข่งขันกันอยู่ตลอด แต่กลับกลายเป็นว่า ช่วงนี้ยอดขายสินค้าคอมพิวเตอร์ในบ้านเราซบเซามากถึงขั้นหลายคนต้องคิดทบทวนว่าจะขายมันต่อไปหรือไม่?

          ถ้าให้วิเคราะห์กันแบบมุมกว้างๆ ก็ต้องบอกว่า "วงการมือถือกำลังกินวงการคอมพิวเตอร์" Smart Phone เอย.. Tablet เอย.. ตัวที่ดังๆ มันเป็นสินค้าของแบรนด์มือถือแทบทั้งสิ้น

          เมื่อความสามารถของมือถือเริ่มแตะระดับ Smart ที่ทำได้แทบทุกอย่างแล้ว ภาระที่ผู้ใช้จะไปฝากไว้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ลดน้อยถอยลง หลายคนที่ตอบโต้อีเมลงานอยู่ทุกๆ วันนี้อาจไม่ได้แตะคอมพิวเตอร์เลยแล้วด้วยซ้ำไป

          เมื่อศุกร์ที่ผ่านมาผมได้รับเชิญไปบรรยายเรื่องไอทีที่หาดใหญ่ เพื่อให้บุคลากรในกระทรวงสาธารณสุขได้ฟัง (ทำให้ผมได้พบคนที่อยากพบมานานคือ คุณดำรง พุฒตาล ดีใจมากครับ) ก่อนกลับผมก็ไม่ลืมที่จะแวะไปหา "มิตรแห่งหาดใหญ่" ของผม นั่นคือ คุณภูเบศ แซ่ฉิน ผู้ค้าไอทีคนเก่าแก่ของสงขลา และเป็นประธานก่อตั้งชมรมธุรกิจคอมพิวเตอร์ที่นั่น ผมไปหาแกที่ร้านสาขาแรกบนถนนธรรมนูญวิถี ปรากฏว่าแกไม่อยู่และร้านรวงดูเงียบเหงาไป เมื่อโทรไปพบว่าแกเปิดร้านใหม่อยู่ที่ "IT Plaza" บนห้างใหม่หน้าตาคล้ายพระราชวังชื่อ "สยามนครินทร์" จึงรีบรุดไปหาทันทีด้วยความคิดถึง

          ผมพบเจ้าของร้านไอทีหลายร้านร่วมโต๊ะอยู่ด้วยกับคุณภูเบศ สีหน้าสีตาครั้งนี้ดูไม่สดใสเหมือนเคย ยังไม่ทันเอ่ยปากก็เดาได้ว่าช่วงนี้ซบเซา หาดใหญ่เองก็ได้รับผลกระทบตลอดระยะเวลาที่เกิดความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ถึงแม้ "หาดใหญ่จะไม่ใช่จังหวัด" ตามที่นายกฯเคยบอกก็ตาม..ฮา) แต่ถ้านับเมืองที่ขายไอทีได้มาก หาดใหญ่ก็เป็นอันดับ 3 ของประเทศรองจากเชียงใหม่เลยนะ มีการจัดงานมหกรรมคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ Southern IT ยาวนานต่อเนื่องมา 12 ปีแล้ว
ทุกคนพาผมขึ้นไปชม IT Plaza ..พบร้านค้าเปิดเต็มพื้นที่ด้วยแสงสว่างไสวเต็มฟลอร์ ..มี "ผู้คนยืนอยู่กับที่" จำนวนมาก เพ่งสายตาจำแนกดูดีๆ จะพบว่าเป็น "คนขายแทบทั้งสิ้น" กล่าวคือลูกค้าน้อยมาก ลูกตู้มือถือมีของแต่ไม่มีคนขาย ออกแนวเฝ้าร้านนานๆ เบื่อ ขอออกไปสูดอากาศ! ก็เลยพบความจริงอันเจ็บปวดอย่างที่ผู้ค้าไอทีเล่าสภาพการณ์ให้ฟัง ทางเดียวที่เศรษฐกิจจะดีขึ้นอาจต้องรบกวนคุณกิตติรัตน์ White Lie ให้อีกสักรอบ(คิกคิก)

          หากจะมองกันลึกๆ ถึงปัญหา "หน้าร้านซบเซา" นี้ งานแสดงสินค้าคอมพิวเตอร์ก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่เดียวเชียว เพราะเล่นจัดกันถี่ยิบ เรามี Commart 3 ครั้งต่อปี เมื่อไม่นานนี้ยังเคยมี ComWorld อีก 2 ครั้งต่อปี นี่ยังไม่รวมงาน Pantip Hot Sale ของห้างพันธุ์ทิพย์ทั้ง 4 สาขา ที่จัดเพื่อรักษาศักดิ์ศรีห้างไอทีอันดับ 1 ของประเทศ ..งาน PowerBuy Expo ที่ขายไอทีพ่วงๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าไปด้วยอีก สิริรวมในชีวิตนี้เราจะพบงานมหกรรม "ลดราคาสินค้าไอที" ราวๆ 2 เดือนครั้ง!

          ห้างสรรพสินค้าเองก็จัดงาน "ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์" กันอยู่ตลอดๆ เดือนหนึ่งอาจมี 2 รอบ จนลูกค้าอย่างเราเกิด Perception ผิดๆ ว่าถ้าซื้อของราคาปกติคือโง่ (รอช่วงเซลส์ดีกว่าฮ่าๆ) คนเดินห้างกันทุกวันแหละแต่ส่วนใหญ่มาดูๆ แล้วก็ลงไปทานข้าว (ร้านอาหารเฮงตลอด) แต่ถ้าเจอป้ายเซลส์เมื่อไหร่ละก็..ข้าวปลาก็ไม่ต้องกินกัน! ซื้อให้สะบั้นหั่นแหลกกันไปข้าง!
ผลพวงนี้ไม่เกิดผลดีต่อผู้ค้าเลยนะครับ ดังจะได้ยินอมตะวาจาด้านการตลาดที่ว่า "สงครามราคาไม่เคยทำให้ใครได้ดี"...(เว้นแต่ลูกค้า.. WIN เฮ้!)

          ผมได้ให้คำแนะนำผู้ค้าไอทีในหาดใหญ่ไปว่า คงต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการจัดงานมหกรรมสินค้าคอมพิวเตอร์แล้วล่ะ แทนที่จะเน้นดัชนีการจำหน่ายสินค้า ต้องหันมาสร้างตลาดใหม่ด้วยการให้ความรู้ประชาชนคนเดินงานอย่างจริงจัง.. หาดใหญ่เองก็มีศักยภาพด้านเมืองท่องเที่ยว ไม่ต้องรอ AEC มาถึง ณ เวลานี้เราก็สามารถดึงวิทยากรจากมาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย มาร่วมเวทีกับวิทยากรด้านไอทีเมืองไทยได้ เพื่อให้เกิด Hub เล็กๆ ในด้านไอทีใน ASEAN ตอนล่าง...มิติของการแสดงงานต้องเน้นไปที่ความเป็น Convention หรือเวทีแสดงความรู้และวิสัยทัศน์ที่มุ่งไปที่คนคิดการทันสมัยให้บ้านให้เมือง รวบรวมนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ทั่วภูมิภาค ASEAN มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำ IT ให้ดีกว่าที่เป็น ไม่ได้เห็นเป็นสินค้า "เซลส์แล้วค่อยซื้อ" เหมือนที่ผ่านๆ มา
มิตรแห่งหาดใหญ่ของผมยังหน้าถอดสีอยู่เพราะเห็นว่า "งบการตลาด" ของแบรนด์ไอทีในปัจจุบันถูกใช้ไปอย่างผิดประเภท..กล่าวคือหลายแบรนด์ดังเริ่ม "ไม่โฆษณา" แต่เอางบโฆษณามาลดราคาสินค้า เช่น คอมพิวเตอร์ที่สมควรจะราคา 19,900 ตามราคานานาประเทศ ก็ขายในไทยซะ 18,900 โดยเอางบ 1,000 บาทจากค่าการตลาดมาหักลบ! (ตรรกะเทพ) อืมมม...ฟังดูเหมือนดีนะครับ แต่เสี้ยมให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิดกับราคาสินค้าไปซะอย่างนั้น! ของถูกผู้ค้าก็ขายแบบเร็วๆ ลวกๆ อาจไม่ได้ให้การแนะนำหรือบริการอะไรพิเศษมากนัก

          ธุรกิจที่ดีคือธุรกิจที่ต้องดูแลกันทั้งระบบ ถึงเวลานี้ผมในฐานะคนที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ในวงการไอทีมายาวนานก็อยากชวนพี่ๆ ในวงการ "ประชุมใหญ่เพื่อปรับระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ" นี้กันสักครั้งครับ ผมมีความเชื่อว่า ไอทีทำให้คนฉลาดขึ้น เราไม่ควรขายสินค้าฉลาดๆ ในราคาโง่ๆ ครับ มันอาจทำให้วงการไม่เติบโตและแข็งแรงได้จริง... ดูตัวอย่างวงการละครเวทีสิ คุณบอยเขายังใจแข็งไม่แจกบัตรฟรีเลย..ถึงทุกวันนี้ลูกค้ารู้แล้วว่าอยากดูต้องซื้อบัตรเท่านั้น ..อุดหนุนกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็มีแต่จะเจริญๆ ขึ้นนะทุกคน :)
.......................................
(หมายเหตุ วงการไอทีทรุด...วงการละครเวทีพุ่ง! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้  โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)