
ปัดข่าวควง'เป๊ก'ดูหนัง'พิงค์กี้'ลั่นบ้า-ปัญญาอ่อน
"พิงค์กี้-สาวิกา ไชยเดช" เคืองข่าวเท็จ ควง "เป๊ก-สัณชัย เองตระกูล" ไปดูหนัง แจงไปกับแม่ ท้าพิสูจน์กล้องวงจรปิด หรือถามพนักงานเก็บตั๋ว เหน็บคนปล่อยข่าว เกิดเรื่องขนาดนี้ใครจะบ้าไป
เรื่องเก่ายังคาราคาซัง ก็มีเรื่องใหม่เข้ามาไม่หยุด แถมล่าสุดมีข่าวเม้าท์ว่า ไปดูหนังแถวลาดพร้าวกับแม่ แต่สักพักกลับมีหนุ่ม"เป๊ก"สัณชัย ตามเข้าไป งานเข้าจังๆ แบบนี้ "พิงค์กี้"สาวิกา เลยออกมาแจงในงาน "Trendy @ The Nine Season 2" ที่เดอะไนน์ พระราม 9 ด้วยน้ำเสียงเคืองๆ ว่า
"หนูได้อ่านข่าวแล้ว เรารู้สึกโกรธมาก อยากถามคนที่ให้ข่าวนี้ว่า จิตใจเขาทำด้วยอะไร ถึงเอาข่าวเท็จมาเม้าท์แบบนี้ สักแต่ว่าพูดไม่คิดว่าความเสียหายคืออะไร มันเยอะไปมั้ย การไปดูหนังมันเป็นกิจกรรมที่เราทำเป็นประจำกับครอบครัว และวันนั้นหนูไปกับคุณแม่และคุณป้าอีก 2 คน รวมกันเป็น 4 คน ซึ่งพนักงานที่เก็บตั๋วก็เห็นว่าเรามากับใคร และถ้าจะมีใครเพิ่มเข้ามาจริงๆ พนักงานต้องเห็นหมด และมันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นขนาดนี้ ใครจะบ้าไป มันปัญญาอ่อนไปแล้ว (เป็นไปได้ไหมว่าเป๊กอาจจะไปจริงแต่ไม่ได้มากับเรา) หนูไม่ทราบ พี่เป๊กอะไรหนูไม่รู้ เพราะเขาไม่ใช่ครอบครัวหนู และไม่ได้อยู่ในสมองหนู เพราะฉะนั้น ไอ้คนเม้าท์ขอร้องให้คิดก่อนจะทำ หรือพูดอะไรออกมา" พิงค์กี้กล่าว
นักแสดงสาวยังกล่าวต่อว่าทราบเหมือนกันว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว "หนูรู้เพราะว่าวันนั้น มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปหนูคนหนึ่ง รู้ว่าเป็นใครแต่ไม่อยากพูด แต่ถ้าเขายืนยันว่าเขาเห็น ไปดูกล้องวงจรปิดที่ห้างแล้วกัน และลองไปถามพนักงานเก็บตั๋วหนังวันที่ 2 ได้เลยว่ากี้ขึ้นไปดูหนังกับใคร ซึ่งหนังที่กี้ดูเป็นหนังผี ใครจะไปดูกับกี้นอกจากครอบครัว (จะฟ้องร้องหรือเอาเรื่องเขาไหม) มันคงไม่ถึงกับต้องฟ้องก็ได้มั้ง เขาจะเม้าท์อะไรก็ปล่อยเขาไป แต่เราอยากให้ดูและสังเกตว่าเรื่องที่เขาจะเม้าท์ว่าจริงหรือเปล่า ไม่ใช่อะไรก็ยืนยัน ก็ต้องคิดถึงจิตใจคนอื่นบ้าง แล้วเรื่องแบบนี้กี้เจอมาจะ 4 ปีแล้ว มันยังไม่จบอีกหรือ" นักแสดงสาวกล่าว
ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ ว่าต้องทำใจเรื่องข่าว เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาและผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์
"คนเม้าท์เขาก็เม้าท์กันไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว จะ 10 ปี 20 ปี เขาก็ยังเม้าท์กันอยู่ ยอมรับว่าแต่ก่อน กี้อาจคิดมากแต่ตอนนี้ไม่ส่งผลอะไรแล้ว เพราะมันเหนือกว่าการที่เราจะมานั่งคิดอะไรแล้ว ใครจะเม้าท์อะไรก็ปล่อยเขาไป สิ่งที่เขาทำต่อไปก็จะย้อนเข้าตัวกลับไปเอง คนเราบางทีมันต้องคิดก่อนที่จะทำ มันสร้างความเสียหายไปแล้ว มันก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้" พิงค์กี้กล่าวปิดท้าย



