
มองผ่านเลนส์คม : ทำไมไม่คุยกัน
ทำไมไม่คุยกัน : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร
เชื่อว่าทุกวันนี้พวกเราทุกคนพูดคุยกับเพื่อน แฟน หรือแม้แต่ครอบครัวตัวเองผ่านทางตัวหนังสือมากกว่าจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหากันแล้ว มันเป็นวิถีใหม่ที่โตเร็วมากอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับหญิงยศกับคุณกาละแมร์เพื่อนสนิทนั้น ก็ไหลตามกระแสมือกดแป้นพิมพ์กับเขาไปด้วยเช่นกัน แต่พิมพ์ได้ไม่นาน สักไม่เกินสิบประโยคก็ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกดโทรเข้ามาหาแทน พร้อมกับคำพูดว่า “เฮ้ย โทรคุยกันง่ายกว่าป่ะ???” สงสัยต้องยอมรับสินะว่าเราไม่ใช่เด็กยุคนี้...
ประเด็นมันมาเกิดเอาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่ล่ะค่ะเมื่อมีกรณีเพื่อนนักแสดงจากหนังใหญ่เรื่องหนึ่งเกิดความไม่เข้าใจกันผ่านการสนทนาทางไลน์ (Line) เป็นเรื่องเป็นราวจนทั้งหนังสือพิมพ์และรายการโทรทัศน์ต่างๆ ต้องตามสัมภาษณ์หาความจริงกันให้วุ่นวาย สุดท้ายก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเข้าใจผิดค่ะ
เพราะเวลาเราพิมพ์ข้อความไปหาเพื่อนหรือแฟนนั้น มันไปแต่ตัวหนังสือ ไม่มีการเห็นหน้า สบตา แอบอมยิ้มให้รู้ว่าล้อเล่น ไม่มีการแอบค้อนให้รู้ว่างอน ไม่เห็นแม้แต่น้ำตาหยดให้รู้ว่าเสียใจ จะส่งเป็นสติกเกอร์หมีร้องไห้ไปก็กลายเป็นขำอีก คนโมโหคงยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม
หญิงยศเคยขับรถไปกับเลขาฯ แล้วต้องมีการถามหาแผนที่และเส้นทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แทนที่เลขาฯ จะยกหูโทรศัพท์ขึ้นโทรหา นางกลับนั่งพิมพ์ข้อความถามทางไป อู๊ยยยยย ลูกเอ๊ย กว่าจะพิมพ์ตอบกันเสร็จ แม่หลงไปเจ็ดโค้งละ!!! ถามจริงๆ โทรคุยเอาไม่ง่ายกว่าหรือ??
การสื่อสารผ่านตัวหนังสือนั้นต้องยอมรับนะคะว่าตัวหนังสือมันดิ้นได้ วางตำแหน่งผิดนิดเดียว ความหมายเปลี่ยนทันที เวลาใครพูดผิดหูเรานิดเดียว เรายังเสียความรู้สึกมากมายแม้ว่าคนที่พูดจะรีบแก้ไขให้ถูกต้องในเวลาไม่กี่นาที ยังต้องตามง้อตามปลอบกันอยู่อีกตั้งนาน นี่ผิดมาเป็นตัวหนังสือ กว่าจะพิมพ์กลับมาปรับความเข้าใจยิ่งนานเข้าไปใหญ่
แถมคนเรานี่มีโรคจิตกันอยู่อย่าง ไอ้ตอนคุยดีๆ ไม่ค่อยอ่านซ้ำ แต่ถ้าพิมพ์ผิดมานิดเดียว อ่านวนซ้ำมันอยู่นั่นแล้ว บางคนแคปเจอร์หน้าจอเอาไว้เตือนใจ แถมส่งต่อให้เพื่อนดู กว่าจะเคลียร์จบก็นานแล้ว พอมีเรื่องผิดใจใหม่เชื่อเถอะว่านางสามารถเปิดภาพนี้เอาประเด็นขุดขึ้นมาใหม่ให้เรื่องใหญ่ยิ่งไปไกลกว่าเดิมอีก!!! ถามจริงๆ เถอะ คุยกันไม่ง่ายกว่าหรือ???
พิมพ์ผิดก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ภาษาเขียนของวัยรุ่นสมัยนี้มันช่างชวนปวดตับจริงๆ หญิงยศคนหนึ่งล่ะที่ยืนยันมาโดยตลอดว่าภาษามันมีแต่วิวัฒน์ ไม่มีวิบัติ แต่ยอมรับค่ะว่าพอมาเห็นภาษาเขียนของเด็กรุ่นใหม่บางคน ย้ำนะคะว่าบางคนเท่านั้น ขอบอกว่าตกใจ บางครั้งต้องแอบแตะเบรกเบาๆ แล้วขอให้น้องเขาลองกลับไปสะกดดูใหม่
บางคนทวิตมาหาว่า “พี่ข๊ะ นู๋อยากสมักงานกับพี่ฃ๊ะ ต้องทัมยังงายฃ๊ะ”
อืม น้องขา ข้อแรกหากน้องอยากทำงานกับพี่ น้องต้องสะกดคำให้ถูกต้องเสียก่อนนะคะ เพราะหากพี่รับน้องมาทำงานด้วยกันแล้วน้องส่งรายงานการประชุมมาให้พี่อย่างนี้ พี่คงไม่แฮปปี้จริงๆ มันไม่ใช่นะคะน้อง
แต่ไม่ว่าจะมีอุปสรรคและข้อเสียแค่ไหนแต่ต้องยอมรับค่ะว่าเราอยู่ในสังคมที่คนเราจับปากกาน้อยมาก พูดคุยกันน้อยลงมากเช่นกัน หญิงยศเข้าใจและไหลไปไม่ได้ต้าน แต่หากเมื่อไหร่ถึงเวลาฉุกเฉินหรือเรื่องมันเริ่มจะบานปลาย แค่อยากเตือนไว้เบาๆ ว่า...
“โทรศัพท์มันโทรหากันได้ พูดคุยอธิบายกันตรงๆ มันคงง่ายกว่า ทำไมไม่โทรคุยกันคะเด็กๆ”
.......................................
(หมายเหตุ ทำไมไม่คุยกัน : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร)



