
บอลอี 5 พรีวิว + ผล
19 ม.ค. 2552
บอลอี 5 พรีวิว + ผล
หงส์ส่งตอร์เรส
รับมือทอฟฟี่
เดิมพันต้องชนะ
แซงผีกลับจ่าฝูง
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส รอยิง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ในศึกพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ วันที่ 19 ม.ค. เดิมพันต้องชนะเพื่อกลับสู่ตำแหน่งจ่าฝูง ขณะที่ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ยอมรับมีลูกเฮงหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด บุกเฉือน โบลตัน 1-0 ในช่วงท้ายเกมพรีเมียร์ชิพ เมื่อวันที่ 17 มกราคม ทำให้แซงหน้า "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ขึ้นเป็นจ่าฝูง พูลเมืองผู้ดียิ่งลดราคาแชมป์ของผีแดงลงไปอีก
ศึกพรีเมียร์ชิพนัดมันเดย์ไนท์ คืนวันจันทร์ที่ 19 มกราคม เป็นเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมทช์ ที่สนามแอนฟิลด์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ในเวลา 03.00 น.ทรูวิชั่นส์ 59 ถ่ายทอดสด นัดนี้ ลิเวอร์พูล ที่ไล่ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด 1 แต้ม ต้องเอาชนะในนัดนี้ให้ได้ เพื่อกลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงอีกหน เพราะแค่เสมอยังไม่เพียงพอ เนื่องจากประตูได้เสียเป็นรอง โดยเจ้าถิ่นมีข่าวดีเมื่อ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าตัวเก่งที่เพิ่งหายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากลับลงสนามเป็นตัวสำรองมาแล้ว 2 นัด พร้อมจะกลับมาเป็นตัวจริงเป็นนัดแรก ซึ่งอาจจะวางเป็นกองหน้าตัวเป้า และมี สตีเวน เจอร์ราร์ด เป็นหน้าต่ำ
นอกจาก ตอร์เรส แล้ว ซาบี้ อลอนโซ กองกลางทีมชาติสเปนที่เจ็บเท้าก็ฟิตกลับมาลงสนามได้เช่นเดียวกับ อัลบาโร อาร์เบลัว ที่หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ดังนั้นปัญหาของทีมจึงเหลือเพียงแค่การบาดเจ็บของ ดาเนียล แอ็กเกอร์ กองหลังเพียงคนเดียว
ฝั่ง เอฟเวอร์ตัน ของ เดวิด มอยส์ มีปัญหาแทบจะทุกตำแหน่ง โดยแนวรับยังคงไม่มี นูโน วาเลนเต้ กับ โจเซฟ โยโบ แดนกลางต้องเสีย มารูยาน เฟลไลนี ที่ติดโทษแบนไป 2 นัด และแดนหน้ายังคงขาดแคลนหัวหอกเหมือนเดิมเมื่อ เจมส์ วอห์น, อเยกเบนี ยาคูบู และหลุยส์ ซาฮา ยังลงสนามไม่ได้ทั้งหมด ทำให้เหลือกองหน้าตัวหลักเพียงคนเดียวคือ วิคเตอร์ อนิเชเบ้ จึงต้องดันเอา ทิม เคฮิลล์ จะรับบทเป็นกองหน้าตัวต่ำ
ส่วนสถิติที่พบกันมาของคู่นี้ พบกันในลีกมาแล้ว 179 ครั้ง ลิเวอร์พูล ยังเป็นฝ่ายกำชัยได้มากกว่าที่ 68 ครั้ง ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ชนะได้เพียง 56 ครั้ง และเสมอกัน 55 ครั้ง ซึ่งเกมที่แอนฟิลด์ครั้งสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล เฉือนเอาชนะไปได้ 1-0 และครั้งสุดท้ายที่ เอฟเวอร์ตัน บุกมาชนะที่แอนฟิลด์นั้นต้องย้อนไปถึงปี 1999 หรือเมื่อเกือบ 10 ปีมาแล้ว โดยมาเอาชนะได้ 1-0
ด้านศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันที่ 17 มกราคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ โบลตัน 1-0 จากการโหม่งของ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ นาที 89 ทำให้เก็บ 3 แต้ม แซงขึ้นเป็นจ่าฝูงมีแต้มมากกว่า ลิเวอร์พูล 1 แต้ม
หลังเกม เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ยอมรับว่ามีลูกเฮงที่ได้ชัยชนะในนัดนี้ เนื่องจากเตรียมเปลี่ยนตัวส่ง แดนนี เวลล์เบ็ค กองหน้าดาวรุ่งลงไปแทนที่ของ คาร์ลอส เตเบซ อยู่แล้ว เพียงแต่บอลยังไม่ตาย และสุดท้ายกลายเป็น เตเบซ ที่ช่วยให้ทีมได้ประตู ส่วนเรื่องการลุ้นแชมป์การขึ้นเป็นจ่าฝูงตอนนี้ยังวัดอะไรไม่ได้ ต้องวัดกันนัดต่อนัด แต่เกมที่เหลือในมือกับ ฟูแล่ม ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ทำให้ยังได้เปรียบอยู่บ้าง และทีมที่ต้องลุ้นด้วยในฤดูกาลนี้คงเหลือเพียง ลิเวอร์พูล กับ เชลซี เท่านั้น
ด้านผลคู่อื่น "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ชนะ สโต๊ค 2-1 ทีมเยือนนำก่อนจาก รอรี ดีแลป นาที 60 แต่เจ้าถิ่นได้คืนจาก ชูเลียโน เบลเล็ตติ นาที 88 และ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงทดเวลาบาดเจ็บไป 3 นาที ทำให้ เชลซี ไล่ตาม ลิเวอร์พูล 1 แต้ม, "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ออกไปเอาชนะ "เสือลาย" ฮัลล์ ซิตี้ 3-1 โดยทีมปืนโตได้จาก เอมมานูเอล อเดบายอร์ นาที 30, ซาเมียร์ นาสรี นาที 82 และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี นาที 86 ขณะที่เจ้าถิ่นตีตื้นจาก ดาเนียล กูแซง นาที 65
"สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า บุกชนะ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 2-1 นัดนี้เจ้าถิ่นนำก่อนจาก ดาเนียล คอลลินส์ นาที 11 ก่อนที่ทีมเยือนมาได้ 2 ประตูจาก เจมส์ มิลเนอร์ นาที 63 และ แกเร็ธ แบร์รี จุดโทษนาที 80, แบล็คเบิร์น ชนะ นิวคาสเซิล 3-0 จากเบนนี แม็คคาร์ธี จุดโทษนาที 61 และ เจสัน โรเบิร์ตส์ คนเดียว 2 ลูก นาที 66 กับ 86, เวสต์บรอมวิช ชนะ มิดเดิลสโบรช์ 3-0 จาก คริส บรันท์ นาที 4 และ โรเบิร์ต โคเรน 2 ลูก นาที 54 กับ 67
ขณะเดียวกัน วิลเลียม ฮิลล์ ร้านรับพนันอย่างถูกกฎหมายของอังกฤษมั่นใจเต็มที่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะป้องกันแชมป์ได้แน่ จากการขึ้นนำเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จในช่วงเดือนมกราคม เนื่องจากมีประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์มากกว่าคู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล และเชลซี ทำให้มีการลดอัตราแชมป์ลงมาฮวบเหลือเพียงแค่ 8-13 หรือแทง 13 ได้ 8 ซึ่งเป็นการจ่ายที่ต่ำกว่าทุนเป็นอย่างมาก
ด้าน เชลซี ที่ฟอร์มระยะหลังตกไปมาก และเพิ่งจะเอาตัวรอดด้วยการชนะ สโต๊ค อย่างหวุดหวิด ยังถูกยกให้เป็นเต็ง 2 ร่วมกับ ลิเวอร์พูล ที่จะพบกับ เอฟเวอร์ตัน ในวันจันทร์ ที่ราคา 7-2 ส่วน อาร์เซนอล แม้ว่าจะคว้า 3 แต้มได้สำเร็จ แต่ยังโดนมองเป็นม้านอกสายตาเหมือนเดิมมีราคาเท่ากับ แอสตัน วิลล่า ที่ 40-1



