
ชีวิตและแนวคิดในแบบของ'อาซา'
ชีวิตและแนวคิดในแบบของ'อาซา' : คอลัมน์ เอเชียเอนเตอร์เทนเมนท์
เคยยืนอยู่ทั้งในจุดที่สูงสุด และต่ำสุดๆ มาแล้ว สำหรับ อาซา ดารา-นักร้องสาว หนึ่งในสมาชิกวง ทวินส์ ช่วงระยะเวลากว่าสิบปี ที่คว่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิง อาชีพการงานของ อาซา ก็มีขึ้นมีลงตลอด นับตั้งแต่ประสบความสำเร็จแบบสุดๆ ในฐานะสองสาว วง ทวินส์ จนมาเกิดเรื่องอื้อฉาวของ อาเจียว คู่หู ที่ทำให้ต้องพักงานวง และลุยงานไปคนเดียวพลางๆ แต่ อาซา ก็ทำได้ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานแสดง แล้วก็มีเรื่องให้ต้องตกต่ำอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวออกมาประกาศแยกทางกับอดีตสามี ทั้งๆ ที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนว่า เธอแต่งงานแล้ว แต่ถึงแม้จะมีมรสุมบ้าง สุดท้าย อาซา ก็ยังผ่านเหตุการณ์เหล่านั้น และมายืนอยู่ตรงจุดนี้ สร้างผลงานชิ้นใหม่ของเธอ ที่มีชื่อว่า “Montage” จนได้
000เป็นอย่างไรบ้างกับชีวิตโสดหลังจากแยกทางกับอดีตสามี
อาซา : โอเคแล้วค่ะ ฉันได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตอะไรหลายๆ อย่าง จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนหรอกค่ะ ว่าอะไรที่เราจะได้ และอะไรที่เราจะเสีย ต่างก็ต้องลองผิดลองถูกกันดูทั้งนั้น หลายๆ คนอาจมองว่า การหย่าร้างในครั้งนั้นของฉันคือ การสูญเสีย แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้ชีวิตค่ะ ถ้าไม่มีเหตุการณ์ในวันนั้น ฉันก็คงไม่เป็นอย่างทุกวันนี้ อย่างน้อย ฉันก็ได้เรียนรู้ว่า การปกปิดความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องดี ทุกวันนี้ฉันมีความสุขและสบายใจมากกว่า กับการคบหาหรือเริ่มความสัมพันธ์กับใครอย่างเปิดเผย ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ต้องกลัวปาปาราสซี่จะจับภาพได้ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้น ซึ่งถ้ามองในแง่นี้ ฉันก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองสูญเสียอะไรไป
000ผลงานในชุดนี้เป็นอย่างไร เปลี่ยนแปลงจากผลงานชุดก่อนๆ มาก-น้อยแค่ไหน
อาซา : เพลงส่วนใหญ่ก็จะฟังสบายๆ และก็เป็นเพลงที่ถ่ายทอดมุมมองความรักในแบบของฉันค่ะ ซึ่งฉันคิดว่าแนวเพลงแบบนี้ ตรงกับความเป็นฉันมากที่สุดแล้ว หลายคนอาจจะมองว่า ไม่แตกต่างจากผลงานเดิมๆ เท่าไหร่นัก แต่ฉันไม่ต้องการฉีกแนวจากเดิมมากเกินไป แค่อยากจะทำดนตรีในแนวที่ตนเองถนัด และพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม น่าจะดีกว่าค่ะ
000ผลงานแสดงส่วนใหญ่ที่คุณได้รับ มักจะเป็นแนวเบาสมอง เคยคิดอยากลองแสดงในแนวอื่นบ้างไหม
อาซา : ฉันชื่นชอบการแสดงมากนะคะ แต่น่าเสียดาย ที่ไม่มีโอกาสให้เลือกบทละครมากเท่าไหร่นัก คือถ้ามีตารางงานว่างพอดี ฉันก็จะตกลงรับเล่น โดยไม่เกี่ยงว่า จะเป็นบทอะไร แต่ส่วนใหญ่บทละครที่ผู้จัดเสนอมา ดันเป็นแนวเบาสมองนี่สิค่ะ ฉันเลยได้เล่นแต่หนังคอมเมดี้ทั้งนั้น มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันตกลงรับเล่นในบทของผู้ที่มีปัญหาบุคลิกภาพแปลกแยกในหนังเรื่อง “Diary” ตอนแรกฉันกังวลมากเลยว่า แฟนๆ จะชอบไหม และจะยอมรับการแสดงของฉันไหม แต่สุดท้ายฉันกลับได้รางวัลจากหนังเรื่องนี้โดยไม่คาดคิด มันก็เลยทำให้ฉันคิดได้ว่า นักแสดงที่แสดงแต่บทเดิมๆ ซ้ำๆมาตลอด เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉีกแนวปุ๊บ คนส่วนใหญ่จะชื่นชมว่า ทำได้ดีทั้งนั้น (หัวเราะ)
000ไม่กลัวคนดูเบื่อหรือวิพากษ์วิจารณ์กับการรับบทเดิมๆ บ้างหรือ เพราะละครเบาสมองส่วนใหญ่ มักถูกปรามาสว่า ไม่มีสาระและไม่มีคุณค่าทางสังคม
อาซา : ละครเบาสมองอาจจะยากในการทำให้ผู้ชมจดจำ หรือซาบซึ้งไปกับตัวละคร แต่ไม่ว่าหนังจะแย่มากแค่ไหน หรือใครมองว่า เป็นหนังไม่มีคุณภาพอย่างไร ฉันก็จะแสดงต่อไปอย่างมีความสุขค่ะ เพราะหนังทุกๆ เรื่อง ทีมงานทุกคนต่างตั้งใจและทำงานกันอย่างหนัก ในสังคมที่อยู่ยากขึ้นทุกวันแบบนี้ ฉันว่ามีหนังเบาสมองไว้ผ่อนคลายจากอาการเครียดบ้างก็น่าจะดีไม่น้อย ไม่ว่าตัวหนังจะดีหรือจะแย่อย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนค่ะ
เชื่อว่าใครๆ ที่ได้เห็นแนวคิดและมุมมองของ อาซา ในตอนนี้ คงต้องยอมรับว่า เธอโตขึ้นมาก และก็ไม่ยากที่จะเอ็นดูเธอเพิ่มอีกหนึ่งคน
.......................................
(หมายเหตุ ชีวิตและแนวคิดในแบบของ'อาซา' : คอลัมน์ เอเชียเอนเตอร์เทนเมนท์)



