บันเทิง

มอง'ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซั่น 2'ผ่านภาพของดนตรี

มอง'ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซั่น 2'ผ่านภาพของดนตรี

06 ก.ย. 2555

มอง'ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซั่น 2'ผ่านภาพของดนตรี : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected]

          ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ "ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซั่น 2" ซึ่งปีนี้คนชนะเลิศนั้น ค่อนข้างจะมีเสียงต้านและครหาน้อยอยู่พอสมควร เนื่องจากความสามารถที่โดดเด่นและการฝึกฝนอย่างจริงจังในรูปแบบกายกรรมปีนผ้า (Aerial Acrobat) มายาวนาน

          ผิดกับปีที่แล้วซีซั่น 1 ซึ่งรางวัลชนะเลิศตกอยู่กับผู้เข้าแข่งขันในประเภทร้องเพลง ซึ่งค่อนข้างจะมีช่องโหว่ช่องว่างให้มองด้านคุณภาพในมาตรฐานของการตัดสินที่ใช้ผ่านการโหวตอยู่พอสมควร เพราะการวัดมาตรฐานการขับร้องที่เป็นเรื่องนามธรรมในสุนทรียศาสตร์ทางการใช้เสียง ดนตรี และแนวเพลงที่ผู้เข้าประกวดถนัดแล้วก็ถกเถียงกันได้ยืดยาว

          รวมถึงผู้ชมบางกลุ่มมองซับซ้อนลึกลงไปถึงเบื้องหลังว่า เป็นการประกวดเพื่อหาพรีเซ็นเตอร์ผมสวยมากกว่า ซึ่งก็ว่ากันไป

          อย่างที่รู้กันว่า รายการเรียลิตี้โชว์ประกวดชุดนี้ ไม่ใช่การประกวดเรื่องดนตรีและการขับร้องโดยตรง แต่เน้นที่พรสวรรค์และพรแสวงของผู้เข้าประกวดให้สมกับชื่อรายการ โดยไม่จำกัดถึงการแสดง แต่โดยส่วนมากก็จะเกี่ยวข้องกับการขับร้องและดนตรี รวมถึงศิลปะการแสดงอื่นๆ พอเป็นกษัย

          ฉะนั้นในเมืองนอกกับเมืองไทยก็ไม่ต่างกันเยอะ เพราะรายการนี้ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปทำในเวอร์ชั่นของแต่ละประเทศทั่วโลก ในแบบคล้ายกันยังกับแกะในเรื่องรูปแบบและการแสดง มีเพียงแต่ภาษาเท่านั้นที่แตกต่างกัน

          มาถึงปีนี้ "ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซั่น 2" รอบสุดท้ายก็มีผู้ประกวดที่ใช้ความสามารถในการขับร้องผ่านเข้ามาถึง 6 ราย ซึ่งในที่นี้รวมผู้เข้าประกวดที่ใช้ปากเล่นเป็นดนตรีในสไตล์ของวัฒนธรรมฮิพฮอพคือ บีตบ๊อกซ์ ด้วย เพราะก็เป็นส่วนหนึ่งของการขับร้องแบบฮิพฮอพใช้ปากทำเสียงแทนเครื่องดนตรี

          แน่นอนผู้เข้าประกวดทุกคนไม่มีอะไรในแง่สร้างสรรค์หรือใช้พรสวรรค์ในการขับร้องให้ตื่นตะลึงตรึงตราได้เลย เพราะส่วนมากจะเป็นพิมพ์นิยมของนักร้องที่เข้าประกวดขับร้องที่พยายามโชว์ทักษะการร้องเพลงที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพเสียงที่ดี พลังการขับร้องที่ไม่แตกต่างกับเวทีประกวดร้องเพลงและเล่นดนตรีอื่นๆ มากนัก เพียงแต่เพิ่มลักษณะดราม่าในมุมของเบื้องหลังชีวิตมาดึงดูดความสนใจ

          จุดขายที่ปลุกกระแสเกี่ยวกับการร้องเพลงและเล่นดนตรีในซีซั่น 2 ของไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ จึงไม่ใช่เป็นการร้องเพลงอย่างซีซั่นที่แล้วที่มีทั้งเพศที่ 3 ผู้ชายในผู้หญิงที่สามารถร้องได้ทั้ง 2 เสียง และนักร้องหญิงรุ่นใหม่แนวครอสโอเวอร์ หรือป๊อป-โอเปร่า และบรอดเวย์ ที่ได้รางวัลชนะเลิศ

          แต่กลับกันการโชว์ความไร้เดียงสากับความสามารถทางดนตรีและขับร้องในแบบเด็กๆ ของ "น้องเกล" โสพิชา อังคะไวมงคล สาวน้อยวัย 6 ขวบ ซึ่งเล่นอูคูเลเล่และร้องเพลงอย่างน่ารักน่าชังจึงครองหัวใจคนทุกวัยได้เป็นอย่างดี และทำให้เธอได้รางวัลรองชนะเลิศไปในปีนี้

          ถือว่าเป็นมุมที่ดีน่ารักและอบอุ่น รวมถึงภาพสายใยในครอบครัวของน้องเกลที่ถูกถ่ายทอดออกมา ได้โน้มนำให้เด็กๆ ที่อยู่รวมรุ่นกับน้องเกล ช่วยกระตุ้นความฝันและเลียนแบบอย่างในการเล่นอูคูเลเล่ ซึ่งเป็นกีตาร์ฮาวายที่ฮิตกันอยู่ในหมู่ของคนเล่นดนตรีในเมืองไทยและทั่วโลก หรือเล่นชิ้นดนตรีอื่นๆ ก็ได้

          ที่สำคัญนั้นแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่ว่าด้วยพรสวรรค์ต้องมากับพรแสวงและการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้เกิดทักษะฝีมือ รวมถึงความสามารถที่เกินกว่าวัย นับได้ว่าเป็นภาพดีๆ ที่ควรสนับสนุน

          แต่อย่างที่ว่าแม้ภาพลักษณ์ของน้องเกลจะดูคล้ายคลึงกับเด็กผู้หญิง 2 คน จากทั้งหมด 5 คน (เด็กชาย 3 คน กับเด็กหญิง 2 คน) ในคลิปวิดีโอชุด ‘Amazing Guitar Playing Kids’ ซึ่งเล่นกีตาร์คลาสสิกอย่างสนุกสนานและพร้อมเพรียงเกินอายุเช่นกัน แต่ก็ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจที่สามารถนำมาสู่โลกจริงได้อย่างต้องปรบมือให้

          ว่าไปแล้ว "ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซั่น 2" ถ้ามองผ่านมุมดนตรีของน้องเกลก็ต้องบอกว่า เป็นบวกและช่วยสร้างแรงบันดาลใจใฝ่ดีและภาพฝันให้เด็กไทยทั้งรุ่นเดียวกัน รุ่นพี่รุ่นน้องได้อีกมากมาย...
.......................................
(หมายเหตุ มอง'ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซั่น 2'ผ่านภาพของดนตรี : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง
[email protected] <mailto:[email protected]>)