บันเทิง

Hope & Springsแม้ไม่ร่วมรัก ก็ต้องสัมผัส

Hope & Springsแม้ไม่ร่วมรัก ก็ต้องสัมผัส

31 ส.ค. 2555

Hope & Springs แม้ไม่ร่วมรัก ก็ต้องสัมผัส : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

          ความน่าชื่นชมประการหนึ่งสำหรับใครก็ตามที่มาสร้างหนังแบบ Hope & Springs ก่อนก็คือ ไม่ว่าตัวเรื่องมันจะมีผลลัพธ์ทางรายได้อย่างไร แต่นี่คือหนังแบบที่ “เขาไม่มีใจสร้างกันแล้ว”
 
          ไม่มีใจสร้างกันแล้วเพราะมันมี "ตลาดที่เล็กแคบ" ไม่ใหญ่แบบตลาดของ The Avenger หรือกว้างแบบตลาดของ Spider-man แต่ตลาดของ Hope & Springs เล็กแบบตลาดนัดแถวบ้าน ที่ขายตอนเย็นๆ เนื่องจากหลายปีมานี้ ฮอลลีวู้ดหรือค่ายหนังหลายเจ้า ไม่นิยมลงทุนกับหนังผู้ใหญ่
 
          เขามองว่าหนังผู้ใหญ่ที่ทำให้ผู้ใหญ่ดู (โดยเฉพาะวัยใกล้เกษียณ) ไม่รู้จะไปสร้างผู้ชมจากไหน ผลจากความคิดอันนี้ ยังลามเลยมาถึง “หนังไทย” เพราะอย่างที่เราทราบและไม่ต้องไปหาข้อพิสูจน์อะไร เราก็จะเห็นว่าหนังไทย 90% จับตลาดวัยรุ่นหมด เป็นรายได้หลัก
 
          ฉะนั้นผมจึงออกตัวก่อนว่า ไม่ว่าใครสร้างหนังในแบบ The Bridges of Madison County หรือ Hope & Springs นั้น โดยส่วนตัวก็คิดว่ามันน่าชื่นชมในระดับหนึ่ง
 
          ประการต่อมา สิ่งที่น่าสนใจลงลึกไปอีกก็คือ ประเด็นที่หนังหยิบมาพูดคุยจนใหญ่โต ก็เป็นเรื่องที่ดูเล็กๆ แต่กินวงกว้างในความสัมพันธ์ที่เราๆ ท่านๆ มองข้ามกันอยู่หลายบ้าน นั่นคือ การไม่ใส่ใจในรายละเอียดโดยอ้างว่าถ้าอยู่ในบ้านเดียวกันมานานแบบสามีภรรยา ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะการอยู่ด้วยกันมานาน คือคำตอบแล้ว
 
          แต่สาวใหญ่อย่าง “เคย์” (เมอรีล สตรีพ) ไม่ได้คิดแบบนี้ เพราะถึงเธอจะมีผัวมานานถึง 31 ปี มีลูก มีเงินพอสมควรและมีบ้านจนทุกอย่างไม่ได้ “ขาดตกบกพร่อง” แล้ว แต่เธอกลับมาแนวคิดที่น่าสนใจว่า เธอไม่อยากมีชีวิตคู่ที่อยู่ไปวันๆ ทำทุกอย่างเป็นแพทเทิร์นตายตัว และทำมันซ้ำๆ จนน่าเบื่อหน่าย
 
          เธอไม่อยากตื่นเช้ามาทำอาหาร แล้วรอผัวลงมาทานมันเสร็จก็เผ่นไป ตกค่ำคู่ชีวิตกลับบ้าน แล้วก็นั่งดูกอล์ฟที่เธอเกลียด ก่อนจะเผลอหลับไปคาเก้าอี้ และเธอต้องปิดทีวีให้

          “เคย์” มีชีวิตที่เป็นแบบนี้มานานหลายปี อันที่จริง ถ้าเป็นคนอื่นๆ อาจจะพอใจแล้วไม่เรียกร้องอะไร ว่างๆ ก็ไปเล่นไพ่ป๊อกตามบ้าน หรือนัดเพื่อนกินข้าวเม้าท์กระจาย แต่ "เคย์" คิดว่าเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตคู่นั้น เธอควรได้อะไร ที่ “ควรได้” บ้าง
 
          น้อยที่สุดในความสัมพันธ์ก็คือ แม้จะไม่มีการร่วมหลับนอน หรือร่วมรัก ไม่ได้นอนห้องเดียวกันแบบผัวๆ เมียๆ มันก็ควรจะมีต้องมีการสัมผัสจับมือ โอบเอวหรือกอดจูบกันบ้าง สามีของเธอคือ “อาร์โนลด์” (ทอมมี ลี โจนส์) ไม่ได้มีมุมนี้ และคิดว่า มันเป็นเรื่องปกติที่จะอยู่กันแบบ “คนที่โตแล้ว”
 
          เมื่อเคย์ทุกข์ใจมากขึ้น เธอหันไปพึ่งจิตแพทย์ด้านความสัมพันธ์ที่ชื่อ ดร.เบอร์นีย์ (ที่แสดงโดย สตีฟ คาเรลล์) แถมดื้อรั้นด้วยการซื้อตั๋วบิน 2 ใบไปหาเขาเพื่อเยียวยาความสัมพันธ์ แรกๆ อาร์โนลด์ปฏิเสธและแอนตี้ มองว่ามันคืออาชีพที่หลอกเอาเงินไปฟรีๆ และไม่เชื่อการแก้ปัญหาแบบนี้
 
          แน่นอนว่า คนที่มีความคิดแบบนี้ เมื่อไปถึง “มือหมอ” ย่อมปฏิเสธทั้งยังพูดจาแดกดันรุนแรง แต่หลังจากพล็อตตั้งหลักได้ คนดูก็ค่อยๆ พบว่า ผู้ชายอย่างอาร์โนลด์ ไม่ใช่คนกระด้างกระเดื่อง ไร้ความอ่อนโยน ผมว่าหนังเก่งตรงนี้ เขาใส่บุคลิกอีกด้านของ อาร์โนลด์ ลงไป
 
          และทำให้เราพบว่า แท้จริงแล้ว เขาไม่ใช่สามีแบบที่ไม่ใส่ใจ ไม่ใช่คนหยาบกร้านกับเมีย ไม่ใช่ผัวที่กินเบียร์แล้วอ้วกหลับ แต่มีมุมที่อ่อนโยนพร้อมจะตามใจภรรยา เพราะเราจะเห็นได้จากการที่เขาเปลี่ยนใจเก็บข้าวของบินตามเมียรักไปหาหมอด้วยในที่สุด
 
          Hope & Springs เป็นหนังโรแมนติก-คอมเมดี้แบบคนมีวุฒิภาวะ ไม่ใช่ Notting Hil ไม่ใช่ Paris, I Love You แต่เป็นหนังผู้ใหญ่เพื่อผู้ใหญ่ ที่คนผ่านโลกมาบ้าง จะเข้าใจและอมยิ้มไปกับมัน
 
          สิ่งที่ตลกและเป็นสีสันในหนังก็คือ คำแนะนำของหมอที่บอกว่าทั้งสองคนควรจะกลับมาใส่ใจเรื่องการมีเซ็กส์กันบ้าง ฝ่ายหญิงก็ควรเรียนรู้เรื่องการทำอะไรให้สามี และฝ่ายชายก็ควรรู้จักใส่ใจรายละเอียดตามเนื้อตัวเธอ ฟังดูแล้วเหมือนจะโป๊ใช่ไหม แต่ไม่โป๊เลย
 
          เพราะนักแสดงที่ตัวกลมแล้วอย่างเมอรีล สตรีพ กับหนุ่มแก่อย่าง ทอมมี ลี โจนส์ นั้น ไม่สามารถจะเปลื้องผ้าแล้วทำให้ใครมามีอารมณ์ทางเพศได้ เป็นความงามต่างหาก ที่ผู้เจริญแล้วทางสติปัญญา จะสามารถเข้าถึง message ในหนังเรื่องนี้
 
          เพราะพอยต์ของหนังก็คือ การมองหาแง่งามระหว่างคนสองคน ที่ผ่านเลยความเร่าร้อนด้านร่างกายไปนาน เหลือแค่ผิวหนังเหี่ยวย่นและความสุขที่จริงแท้

          มีฉากหนึ่งที่ตลกแบบลักลั่นก็คือ ตอนที่ทั้งสองคนตกลงใจว่า จะไปสร้างสวรรค์วิมานความเสียวตื่นเต้นในโรงหนัง โดยเคย์ที่ไม่เคยทำอะไรให้สามีมาก่อน อยากจะทำออรัลให้เขากลางโรงหนัง แม้ว่า มันจะล้มเหลวลง แต่มันก็สะท้อนว่า เคย์รักและอยากทำให้อาร์โนลด์มีความสุขอย่างไร

          Hope & Springs มีจุดเด่นที่การแสดง แต่มีข้อด้อยที่ “บางช่วง” ของหนังอืดไปบ้าง ที่สำคัญถ้าใครไปดูหนังเรื่องนี้ ต้องไม่ถามหาเรื่องของไคลแมกซ์ เพราะโดยแนวทางของมันเอง หนังไม่ต้องการไคลแมกซ์อะไรมาเปลี่ยนจังหวะของเรื่อง
 
          นี่ไม่ใช่หนังที่ดีในระดับยอดเยี่ยมหรือต้องชู “นิ้วโป้งสองนิ้ว” อะไร
 
          แต่มันเป็นหนังที่ผมจะแนะนำ
 
          โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ผ่านโลกมาแล้วค่อนใบ
 
          หรือครึ่งใบ !
.......................................
(หมายเหตุ Hope & Springsแม้ไม่ร่วมรัก ก็ต้องสัมผัส : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)