บันเทิง

'พลอย'สะอื้นขอโทษปัดเลี่ยงภาษียินดีให้สอบ

'พลอย'สะอื้นขอโทษปัดเลี่ยงภาษียินดีให้สอบ

30 ส.ค. 2555

"พลอย-เฌอมาลย์" สะอื้น ควงแม่ขอโทษพูดไม่ดี กรณีพิพาทออแกไนเซอร์ ลามถึงปมเลี่ยงภาษี ยันไม่เคยซิกแซ็ก ยินดีให้สรรพากรสอบย้อนหลัง วอนเห็นใจ หลังตกเป็นจำเลยสังคมถูกด่าจนเหนื่อย ด้านที่ปรึกษากฎหมายโยนฝ่ายบัญชีผิดพลาด ทำเหตุการณ์ลุกลามใหญ่โต

          ยังคงเป็นประเด็นร้อน กรณี น.ส.ไลลา บุญยศักดิ์ หรือ "พลอย-เฌอมาลย์" หลังมีปัญหากับออแกไนเซอร์ กระทั่งกลายเป็นเรื่องราวบานปลายใหญ่โตไปถึงเรื่องการเสียภาษีของดาราสาว ที่อาจมีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง
 
          ล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม "พลอย-เฌอมาลย์"  พร้อมด้วย นางชลิดา นิลภิรมย์ หรือ "แม่แหม่ม" มารดาของนางเอกชื่อดัง และนายก้อง หิรัญสุรงค์ ที่ปรึกษากฎหมาย ได้ออกมาแถลงข่าว ขณะมาร่วมงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์และผลิตภัณฑ์ใหม่ของคอลเกต ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยกล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกน้อยใจ หลังโดนกระแสวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้โกงภาษี โดยยินดีให้กรมสรรพากรตรวจสอบ 
 
          "เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันมาจากเฟซบุ๊ก ที่หาว่าผู้จัดการของพลอยโกงเงิน และพลอยได้ออกมาปกป้องผู้จัดการส่วนตัว แต่ตอนนี้ประเด็นมันเบี่ยงเบน พลอยขอโทษในคำพูดของพลอยทั้งหมด พลอยยอมรับพลอยควบคุมอารมณ์ไม่ดี ดูเหมือนพูดอย่างไม่มีสติ พลอยต้องขอโทษแฟนๆ และประชาชนทุกคน แต่ถ้าถามว่า ถ้าให้ร่วมกับบริษัท แอบโซลูท ฟอ ยู จำกัด อีกครั้งหนึ่ง พลอยคงต้องหยุดพักไว้ก่อน" ดาราสาว กล่าว
 
          พลอยยังแสดงความมั่นใจว่า กรณีนี้จะไม่มีผลกระทบต่องาน เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หากจะมีการตรวจสอบภาษีก็ยินดีให้กรมสรรพากรตรวจสอบ
 
          "ผู้ใหญ่หลายๆ ฝ่าย ทั้งออแกไนซ์หลายๆ คน ทั้งพี่ก้อง ปิยะ พี่ตือ สมบัษร ให้กำลังใจพลอย เพราะทุกคนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น  ส่วนเรื่องที่มีหลายคนในอินเทอร์เน็ตพูดถึงเรื่องแบนผลงานพลอยนั้น เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นจากการที่ทุกคนไม่เข้าใจเรื่องที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร พลอยคิดว่าคงไม่เกี่ยวข้องกัน" ดาราสาวกล่าว
 
          อย่างไรก็ตาม พลอยยอมรับว่า ทุกวันนี้มีคนเข้าไปต่อว่าในอินสตาแกรมเยอะมาก จนรู้สึกเหนื่อย และอยากขอความเห็นใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นตนตกเป็นจำเลยของสังคม
 
          "มีคนมาพูดถึงเรื่องนี้และว่าพลอยเยอะมาก พลอยยอมรับในการกระทำของพลอยที่ใช้คำพูดไม่เหมาะสม และไม่สมควร พลอยต้องขอโทษทุกคนด้วย แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับพลอยนั้น พลอยรู้สึกเหนื่อยมาก เพราะทุกวันนี้พลอยเจอเรื่องราวมากมายในชีวิต พลอยพยายามต่อสู้ แต่ด้วยความที่ภาพเป็น "พลอย-เฌอมาลย์" บางครั้งทำอะไรไปก็ผิด ส่วนพี่ต้าร์ (นาวิน เยาวพลกุล) ให้กำลังใจ และเตือน เหมือนผู้ใหญ่หลายๆ คน เตือนพลอยว่าให้มีสติ (น้ำเสียงสั่นเครือ) เพราะว่าพลอยโตแล้ว ให้ระมัดระวังเรื่องคำพูด" พลอยกล่าว
 
          ด้าน นางชลิดา กล่าวทั้งน้ำตาคลอว่า อยากขอโทษแทนลูกสาวในเรื่องคำพูด ในฐานะที่เป็นแม่อยากขอร้องให้ประชาชนให้โอกาสลูก อยากให้ทุกคนฟังความจริงก่อน แล้วจึงตัดสิน
 
          "ลูกสาว แม่ และครอบครัว อยากขอโทษแฟนคลับ และประชาชนทุกคน วันนี้ได้แก้ไขในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ไม่ได้โกงภาษี แต่มีการผิดพลาดเล็กน้อย เพราะลูกสาวต้องเสียภาษีสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2556" นางชลิดา กล่าว
 
          ด้านที่ปรึกษากฎหมายของนางเอกชื่อดัง กล่าวว่า ในส่วนของการเสียภาษี หรือการจัดทำบัญชีของพลอย เป็นหน้าที่ของฝ่ายบัญชีและการเงินดูแลอยู่ ซึ่งกรณีการเสียภาษีของพลอยนั้น พลอยได้ติดต่อกับสำนักงานบัญชี ที่ดูแลการเงินของพลอย และสำนักงานบัญชีได้จัดส่งเอกสารให้ฝ่ายออแกไนเซอร์แล้ว ส่วนเอกสารบัตรประชาชนที่ฝ่ายออแกไนเซอร์ระบุว่าไม่ใช่ของพลอยนั้น เมื่อพลอยทราบเรื่องก็เกิดความสงสัยว่าทำไมไม่ใช้ชื่อของพลอย เพราะเรื่องเอกสารทั้งหมดฝ่ายบัญชีเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด 
 
          "หลังจากเกิดการผิดพลาด ผมได้ติดต่อกับบริษัทแอบโซลูทฯเพื่อขอแก้ไขหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะตามกฎหมายผู้มีหน้าที่ออกหนังสือหักภาษี ณ ที่จ่าย คือผู้ว่าจ้าง ในเมื่อออกหนังสือผิดไป ทางผมจึงบอกให้เขาแก้ไข และทางบริษัทแอบโซลูทฯ ได้ทำหนังสือแก้ไขใบหักภาษีเป็นชื่อของคุณพลอยแล้ว ขอเรียนว่า ไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมาย" ที่ปรึกษากฎหมายนางเอกสาวกล่าว
 
          นายก้องยังกล่าวถึงกรณีกรมสรรพากรจะขอตรวจสอบบัญชีรายได้ย้อนหลังของดาราสาวว่า เรื่องนี้มีการชี้แจงต่อกรมสรรพากรแล้วว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร เพราะข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น พลอยไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งพลอยยินดีให้กรมสรรพากรตรวจสอบทุกอย่าง ส่วนบัตรประชาชนที่ส่งให้ออแกไนเซอร์ผิดไปนั้น ไม่ทราบว่าเป็นของใคร ต้องตรวจสอบที่สำนักงานบัญชีว่ามีความผิดพลาดอย่างไร
 
          "ผมได้สอบถามไปที่สำนักงานบัญชีแล้ว เขาขอโทษ และให้ผมไม่เอ่ยชื่อบริษัท เพราะว่าเรื่องนี้อาจะทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง เรื่องนี้เป็นการทำงานผิดพลาดของสำนักงานบัญชี และกลายเป็นเรื่องราวมาถึงทุกวันนี้" นายก้องกล่าว