
Dreamgirlsมิตรภาพ ความรัก ความฝัน
Dreamgirlsมิตรภาพ ความรัก ความฝัน : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
ดวงตาเย้ายวน จิกสายตาเมียงมองมายังผู้ชมบนปกสูจิบัตรละครเวที “Dreamgirls” จากค่าย ดรีมบ็อกซ์ ที่เปิดแสดงตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่โปสเตอร์เวอร์ชั่นภาพยนตร์เมื่อ 6 ปีก่อน ปรากฎภาพสามสาวยืนนวยนาดวาดลวดลายท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์สาดส่อง ซึ่งทั้งสองภาพต่างก็แสดงนัยยะถึงเรื่องราวของนักร้องสาวสามคน ที่กว่าจะเดินทางถึงฝั่งฝัน พวกเธอต้องติดหล่มอยู่กับความทะเยอทะยาน บททดสอบของมิตรภาพระหว่างเพื่อน และความฉ้อฉลในวงการมายา ที่ชายคนหนึ่งพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความโด่งดังให้กับ เอฟฟี่, ดีน่า และลอเรล ซึ่งไม่เพียงนำพาพวกเธอไปสู่ความสำเร็จ ส่งให้นักร้องผิวสีเป็นที่ยอมรับ หากแต่ก็ยังทำลายความสัมพันธ์ของสามสาวเพื่อนรัก ลดทอนคุณค่าดนตรีโซลอันยิ่งใหญ่ของคนผิวสี แต่ทั้งหมดนี้ ล้วนสะท้อนถึงความฝันของผู้คนที่แลกมาด้วยการต่อสู้ ดิ้นรน ผจญกับความรวดร้าวในหัวใจ ก่อนจะบรรจบกับความสุขได้ในที่สุด แม้ต้องเสียน้ำตามาไม่รู้กี่ครั้ง
“Dreamgirls” ไม่ว่าจะในรูปแบบละครเพลงหรือภาพยนตร์ ล้วนรักษามนต์เสน่ห์เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น นั่นคือการปะทะสังสรรค์กันทางอารมณ์ของตัวละครและบทเพลงที่สอดคล้องรองรับซึ่งกันและกันได้อย่างงดงามลงตัว (เป็นสิ่งต้องชื่นชมทีมงานและนักแสดงในทุกๆ ศาสตร์ของศิลปะทั้งภาพยนตร์และละครเวที ที่นำเรื่องราวของสามสาวกลับมาถ่ายทอดใหม่ได้สมบูรณ์แบบได้ทุกครั้งไป) ผมขนลุกชันทุกครั้งที่ได้ฟังเจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ในบท เอฟฟี่ ไวท์ ร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา ผ่านบทเพลง “And I’m Telling You I’m Not Going” เมื่อเพื่อนพ้องและคนที่เธอรัก ผลักไสไล่ส่งเธอออกจากวง ‘The Dreams’ และเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ‘ปาน’ ธนพร แวกประยูร กับบทบาทและบทเพลงเดียวกัน แม้จะแปลคำร้องเป็นภาษาไทยโดยใช้ชื่อเพลงว่า “ฉันจะไม่ไป” ก็ทำให้ผมตกตะลึงไม่แพ้กัน กับน้ำเสียงอันทรงพลังของเธอ ที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจูงมือให้ดำดิ่งลงไปอยู่ในภวังค์ รวมทั้งการแสดงอันยอดเยี่ยมของเธอที่แม้จะเป็นครั้งแรกกับงานละครเวที แต่บทนักร้องสาวร่างท้วมแสนอาภัพคนนี้ ฉากที่เธอดูเหมือนจะถูกรุม ก็สื่อได้ให้รู้สึกว่าการพยายามตะเกียกตะกายให้พ้นจากการจมน้ำของคนๆ หนึ่งนั้น ดิ้นรนและแสนทรมานอย่างไร นี่คือการแคสติ้งนักแสดงที่ดีที่สุดของวงการละครเวทีบ้านเราในรอบหลายปีทีเดียว
ต้นฉบับละครเพลงบรอดเวย์ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วของ “Dreamgirls” เหมือนจะกลายเป็นความฝันของคนทำงานศิลปะ ทั้งภาพยนตร์และละครเวที ที่อยากนำเรื่องนี้มารังสรรค์ใหม่และสุดท้ายก็ทำได้อย่างน่าชื่นชมทุกครั้ง และเห็นถึงความตั้งใจในเนื้อหาอย่างชัดเจน ทั้งการเรียบเรียงเพลง งานกำกับ และนักแสดง ตั้งแต่ เจนนิเฟอร์ ฮอลิเดย์ เจ้าของบท ‘เอฟฟี่ ไวท์’ ในละครเพลงต้นฉบับ(พ.ศ. 2525), เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ที่กวาดทั้งรางวัลออสการ์และลูกโลกทองคำในสาขานักแสดงสมทบหญิง (ฮอลิเดย์ ก็คว้ารางวัลโทนี่ อวอร์ดมาครองได้เช่นกัน) จนถึง ‘ปาน’ ธนพร แวกประยูร ก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
“Dreamgirls” ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2549 บียอนเซ่ โนว์ลส์ ในบท ‘ดีน่า’ สาวเสียงดีไร้เดียงสาที่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับสองเพื่อนสาว ‘เอฟฟี่’ และ ‘ลอเรล’ ก่อร่างตั้งวงเดอะ ดรีมเมทส์ มาด้วยกัน ก่อนที่รูปร่างและความสวยของเธอจะปะทะกับแสงไฟ เป็นที่ต้องตาต้องใจเคอร์ติส ผู้จัดการวง จะจูงมือขึ้นมายืนเป็นนักร้องนำล้ำหน้าเพื่อนๆ พร้อมเปลี่ยนชื่อวงใหม่เป็น ดีน่า โจนส์ แอนด์ เดอะ ดรีมส์ ขณะที่ความสัมพันธ์ฉันท์มิตรก็ทลายลงไปในเวลาต่อมา ก่อนที่ ‘เอฟฟี่’ จะจากไปมีชีวิตบนเส้นทางของตัวเอง แต่ความรักและความฝันของเพื่อนสาวทั้งสามก็ไม่เคยระเหิดหายไปไหน แม้ชื่อเสียงของ ‘เอฟฟี่’ จะตกต่ำ หันไปใช้ชีวิตเงียบๆ กับลูกสาว แต่ก็ใฝ่ฝันอยากจะกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง ขณะที่ ‘ดีน่า’ แม้จะโด่งดังประสบความสำเร็จในอาชีพนักร้อง แต่ความฝันเล็กๆ ที่อยากเป็นนักแสดงก็ดูจะอยู่ในใจของเธอมาตลอด
ความสามารถอันเอกอุของบียอนเซ่ ที่พิสูจน์ให้เห็นผ่านการร้องและการแสดงที่ทำได้ยอดเยี่ยมขนาดไหน ‘ลูกหว้า’ พิจิกา จิตตะปุตตะ ก็แบกรับบทบาทนี้ได้โดดเด่นไม่ต่างกันในละครเวทีที่กำลังเปิดแสดงอยู่ในตอนนี้ (โดยจะเปิดแสดงเป็นสัปดาห์สุดท้าย ศุกร์ 24 สิงหาคม 2555 รอบ 19.30 น. เสาร์ 25 สิงหาคม 2555 รอบ 14.00 น. และ 19.30 น. อาทิตย์ 26 สิงหาคม 2555 รอบ 14.00 น. ณ โรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่) โดยเฉพาะในฉากที่เพื่อนรัก ‘เอฟฟี่’ และ ‘ดีน่า’ กลับมาเจอกันอีกครั้ง จากที่เริ่มด้วยการปะทะฝีปาก ก็เปลี่ยนเป็นไถ่ถามทุกข์สุข ก่อนจะสวมกอดกันอย่างรักใคร่ด้วยน้ำใจไมตรี ด้วยมิตรภาพที่ไม่เคยเลือนหายไป ก็ทำเอาผู้ชมน้ำตาซึมกันทั้งโรงละคร
การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยในวงการดนตรีผ่านการพิสูจน์คุณค่าในตัวศิลปินที่ “Dreamgirls” ทั้งรูปแบบละครเวทีและภาพยนตร์ได้ยึดโยงผ่านเรื่องราวของสามเพื่อนสาว ยังคงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ในธุรกิจดนตรีปัจจุบัน ขณะศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง นักธุรกิจในแขนงนี้ ยังต้องต่อสู้ ปรับตัว เพื่อรับความเปลี่ยนแปลงในการดำรงไว้ซึ่งความฝันและยังชีพด้วยเสียงเพลงต่อไป คุณค่าของ ‘คีตศิลป์’ ไม่ว่าจะถูกพัดพาไปสู่วังวนกระแสความนิยมในช่วงวันเวลาใดใด แต่ความรักและทุ่มเทต่อสิ่งที่ทำ ยึดมั่นกับความฝันและเดินตามมันโดยไม่ย่อท้อ ทุกสิ่งที่ตัวละครอย่าง เคอร์ทิส เอฟฟี่ ดีน่า ลอเรล จิมมี่ และซีซี ที่ได้กระทำลงไป แม้ว่าจะถูกมองในด้านดีหรือร้าย แต่สุดท้ายมันคือการประคับคองชีวิตและความฝันของคนในอาชีพหนึ่งให้ดำรงอยู่ไปด้วยกัน แม้ระหว่างทางจะล้มลุก คลุกคลาน บอบช้ำอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นทางที่พวกเขาและเธอเลือกเดิน
.......................................
(หมายเหตุ Dreamgirlsมิตรภาพ ความรัก ความฝัน : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



