บันเทิง

คนจากยุคสมัยที่เรายังร็อกอยู่

คนจากยุคสมัยที่เรายังร็อกอยู่

23 ส.ค. 2555

คนจากยุคสมัยที่เรายังร็อกอยู่ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ

          ว่ากันด้วยเรื่องของยุคสมัยนี่ ช่วงหลายปีมานี้กระแสย้อนอดีตกลายเป็นเทรนด์ของการทำอะไรต่อมิอะไร ในแวดวงดนตรี แฟชั่น ภาพยนตร์ เราเอาของเก่ามาทำใหม่หรือใช้เป็นแรงบันดาลใจกันจนเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวก็มีปาร์ตี้ยุค 80 เดี๋ยวก็มีคอนเสิร์ตรวมศิลปินยุค 90 ซึ่งก็คงเป็นเรื่องปกติที่คนเราจะโหยหาอดีตนะครับ เพราะเราทุกคนย่อมมีอดีตให้โหยหาอยู่แล้ว แต่ความน่าสนใจของเรื่องในอดีตอีกประการหนึ่งก็คือ มันมีบางสิ่งบางอย่างจากอดีตที่ยังไม่ได้เป็น ‘อดีต’ น่ะสิ

          ยกตัวอย่างเช่นมือกีตาร์หัวฟูชื่อ สแลช อดีตสมาชิกวงร็อก Guns N' Roses ที่ดังระเบิดปลายยุค 80 นี่ไง วงดนตรีวงนี้ดังมากแต่ก็มีปัญหาในวงมาก จนตอนหลังสมาชิกรุ่นก่อตั้งพากันแยกย้ายออกจากวง ทิ้งให้นักร้องนำ แอกเซิล โรส คุมวงไปคนเดียว หลังวงกันส์แอนโรสเซสเริ่มตกต่ำก็เหมือนเป็นการสิ้นสุดของยุค 80 ดนตรีแบบอัลเทอร์เนทีฟเริ่มเข้ามาเป็นเสียงของคนรุ่นใหม่ และดนตรีเฮฟวี่เมทัลกับหนุ่มผมยาวใส่กางเกงหนังก็เริ่มกลายเป็นของเชย จนบางคนมองเป็นสิ่งที่สูญพันธ์คล้ายไดโนเสาร์ไปเลยก็มี

          แต่การทำงานดนตรีของสแลชยังดำเนินต่อไปครับ เขาฟอร์มวงดนตรีฮาร์ดร็อกที่ชื่อว่า Slash’s Snake Pit แล้วไปฟอร์มวงบลูส์ร็อกชื่อว่า Slash's Blues Ball ต่อด้วยการฟอร์มซูเปอร์กรุ๊ปร่วมกับ สก๊อต วีแลนด์ แห่งวงอัลเทอร์เนทีฟ Stone Temple Pilots ในชื่อวงว่า Velvet Revolver และเมื่อ 2 ปีก่อนเขาก็ออกอัลบั้มเดี่ยวซึ่งตั้งชื่อง่ายๆ ว่า Slash ที่เป็นงานรวมดาวนักร้องมาร้องประกบกับเสียงกีตาร์ดุดันของเขา มีตั้งแต่ขาร็อกอย่าง ออซซี่ ออสบอร์น, เดฟ กรอห์ล และ อลิซ คูเปอร์ ไปจนถึงนักร้องฝั่งป๊อปจากวงอย่าง Maroon 5 และ The Black Eyed Peas โน่นเลย

          การออกอัลบั้มรวมดาวแบบนี้มีข้อดีคือเป็นการประกาศ ‘บารมี’ ของตัวเองว่าสามารถดึงคนมากมายมาร่วมงานด้วย แต่เพราะคนเหล่านั้นก็มีบารมีของตัวเองอยู่เช่นกัน อัลบั้ม Slash จึงเป็นงานที่ค่อนข้างจะหลากหลายวาไรตี้และผสมปนเป จนมีผลให้ตัวตนของสแลชพร่ามัวไปบ้าง

          มาถึงปีนี้ สแลชก็ได้บทสรุปใหม่ของการทำงานครับ อัลบั้มล่าสุดของเขาใช้ชื่อว่า Apocalyptic Love คราวนี้มีนักร้องคนเดียวคือ ไมล์ส เคนเนดี้ นักร้องหนุ่มขาร็อกที่ร้องสำเนียงบลูส์ได้ดี และเคยมีประสบการณ์โชกโชนในแวดวงดนตรีมาหลายปีและหลายวง ไมล์สเคยร่วมงานกับสแลชมาแล้วหลายหน และก็ดูจะเป็นคนที่สแลชไว้ใจถึงขนาดตอนที่ กันส์แอนโรสเซส ได้รางวัล ร็อกแอนด์โรลล์ ฮอล ออฟ เฟม ครั้งที่ผ่านมาแต่ แอกเซิล โรส ไม่ยอมไปร่วมเล่นโชว์ด้วย สแลชกับเพื่อนๆ ในวงก็ให้ ไมล์ส เคนเนดี้ คนนี้นี่ล่ะขึ้นไปร้องเพลงแทน

          ผมคิดว่าส่วนหนึ่งที่ในที่สุดสแลชก็เลือกไมล์สมาเป็นนักร้องคู่ใจก็เพราะเขาคงได้ร่วมงานกับนักร้องดังๆ ระดับซูเปอร์สตาร์มาเยอะ ต้องต่อสู้กับบารมีและอีโก้ของนักร้องมามาก วันหนึ่งเขาก็คงอยากได้แค่นักร้องที่ร้องได้ดี ไม่ต้องโด่งดังมากมาย แค่มาทำงานสบายๆ ด้วยกันดีกว่า

          แล้ว Apocalyptic Love ก็ออกมาแบบสบายๆ จริงๆ ครับ มันเต็มไปด้วยอารมณ์เพลงร็อกในแบบปลายยุค 80 เสียงกีตาร์ของสแลชได้โชว์ลีลาเต็มที่ มีครบถ้วนทั้งริฟฟ์หนักหน่วง โซโลยาวเหยียด การใช้เอฟเฟกท์ฉวัดเฉวียนต่างๆ ไปจนถึงการโชว์อะคูสติกนุ่มนวลไพเราะ เสียงของไมล์สก็ไม่น้อยหน้า เขาร้องได้ดีในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะกวนๆ ใน One Last Trill ร็อกหนักๆ จังหวะเร็วจี๋ใน Hard & Fast ช้าหม่นแบบ Not For Me กับ Far And Away และแม้กระทั่งเพลงจริงจังหนักแน่นแบบ Anastasia ซึ่งต้องการนักร้องที่ ‘เอาอยู่’ เขาก็ทำได้ดี

          หลังจากการสิ้นสุดยุคทองของเฮฟวี่เมตัลในปลายยุค 80 ต่อต้นยุค 90 ชีวิตของสแลชก็ดูจะต้องดิ้นรนค้นหาทางเดินในแวดวงดนตรี เขาทดลองทำอะไรหลายอย่าง ทำงานกับนักดนตรีและนักร้องหลายคน และกระทั่งขยับก้าวข้ามพรมแดนดนตรีที่ตัวเองคุ้นเคยไปบ้าง แม้จะยังเรียกว่ารักษาชื่อชั้นและบารมีไว้ได้อยู่ แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง เขาก็ต้องกลับไปหาตัวตน และกลับไปหาความสนุกที่อยู่ ณ จุดเริ่มต้น ในวันที่เขายังเป็นนักดนตรีรุ่นใหม่ไฟแรง...ในยุค 80

          อัลบั้ม Apocalyptic Love อาจไม่เทียบเท่างานเฮฟวีเมตัลจากยุคทอง และแน่นอนว่าเทียบกับความสดและพลังจากอัลบั้มแรกของ กันส์แอนโรสเซส ไม่ได้เลย แต่ที่แน่ๆ คือมันเป็นงานที่บอกเราว่าสแลชยังเป็นตัวเขาอยู่ และบางสิ่งจากกระแสเฮฟวีเมตัลปลายยุค 80 ก็ยังคงวนเวียนจนถึงปัจจุบัน
.......................................
(หมายเหตุ คนจากยุคสมัยที่เรายังร็อกอยู่ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ)