
มองผ่านเลนส์คม : ในวันที่'ข้าพเจ้า'เขียน
ในวันที่'ข้าพเจ้า'เขียน : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง
ผมเชื่อว่า เวลาที่เราเสพสื่อทั้งหลาย อย่างพวกดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ แล้วเราชื่นชอบงานเหล่านั้นมากๆ บางทีเราก็อาจจะอยากเห็นถึงเบื้องหลังของงานนั้นๆ อยากรู้ที่มาของงาน ว่ากว่าจะออกมาเป็นงานที่โดนใจใครหลายคนได้นั้น มันยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด บางคนก็อยากรู้อยากเห็นเบื้องหลังในงานนั้นๆ เพื่อการเรียนรู้ หรือบางคนก็อยากรู้แค่ว่ามีเกร็ดอะไรสนุกๆ ในระหว่างการทำงานชิ้นนั้นๆบ้าง
เราสามารถหาดูเบื้องหลังเหล่านั้นได้ไม่ยาก อย่างเบื้องหลังหนัง ก็หาดูได้ตามดีวีดี ที่แทบทุกแผ่นจะต้องมี special feature เป็นเบื้องหลังกองถ่าย มีผู้กำกับมานั่งเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
เบื้องหลังการทำเพลง ก็มีรายการ reality มากมายที่ถ่ายทอดให้เราดู เริ่มตั้งแต่นักร้องได้เนื้อเพลง โปรดิวเซอร์หรือครู voice มาดูแลการร้อง พิถีพิถันกับทุกตัวโน้ต ประณีตกันทุกคำ
แต่เบื้องหลังการเขียนหนังสือนี่สิ ที่เรามักหาดู หาอ่านได้ยากมาก อาจเป็นเพราะในจำนวนการสร้างงานทั้งสามประเภทข้างต้น การเขียนหนังสือถือเป็นงานที่เดียวดายที่สุดแล้ว ทั้งการถกเถียง การปะทะทางความคิด ถ้าจะเกิดก็เกิดอยู่ภายในหัวของคนเขียน มันแทบไม่มีแอ็กชั่นอะไรออกมาให้คนนอกได้เห็นเลย พูดให้เห็นภาพก็คือ บางทีเบื้องหลังอันลำบากแสนสาหัส กว่าจะออกมาเป็นงานเขียนอันยิ่งใหญ่ มันอาจจะเป็นภาพนักเขียนนั่งเขียนงานอยู่ท่าเดิมเป็นวันๆ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีแม้ตัวหนังสือสักตัวออกมา
พูดง่ายๆ คือ เล่าให้ใครฟังก็คงไม่สนุก เอามาเป็นความรู้วิทยาทานก็ไม่รู้จะหยิบจับแง่มุมไหน...
ผมเคยเชื่อแบบนั้น !!
จนกระทั่งผมมาเจอหนังสือเล่มนี้ หนังสือการ์ตูนเบื้องหลังงานเขียนการ์ตูนอันโด่งดังของนักเขียนการ์ตูนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นพระเจ้าแห่งวงการการ์ตูน เท็ตซึกะ โอซามุ ผู้ล่วงลับไปแล้ว เจ้าของผลงานเช่น เจ้าหนูปรมาณู, Black Jack หมอเทวดา, ฮิโนโทริ วิหคเพลิง เป็นต้น
ในหนังสือชื่อ ในวันที่ ‘ข้าพเจ้า’เขียน พาเราไปสู่โลกของคนเขียนการ์ตูนในยุคสมัย 50-60 ปีที่แล้ว ภายใต้สำนักงานเล็กๆ กลับมีคนมากมายรวมตัวกันผลิตงานเขียนขึ้น อาจารย์โอซามุ (ในญี่ปุ่น จะเรียกนักเขียนการ์ตูนว่าอาจารย์) เป็นคนวาดลายเส้นหลัก เสร็จแล้วผู้ช่วยจะรับช่วงต่อ โดยผู้ช่วยแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันชัดเจน เช่น คนลงสีดำก็ลงสีดำอย่างเดียว คนตัดเส้นก็ตัดเส้นเท่านั้น โดยมีคนจากสำนักพิมพ์มานั่งรอต้นฉบับ คนที่มีงานตีพิมพ์เยอะ ก็มีหลายสำนักพิมพ์มารอ เรียกว่านับถอยหลังจำนวนหน้าที่เหลือกันเลยทีเดียว
เรื่องราวในการ์ตูนเล่มนี้เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าของคนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเหล่านั้น ที่ถึงวันนี้ก็แก่ชราและเกษียณจากอาชีพทำหนังสือการ์ตูนกับเกือบหมดแล้ว แต่เรื่องเล่าเหล่านี้กลับมีชีวิตชีวามาก แถมส่วนประกอบแวดล้อมก็แสนจะคุ้นเคยคนอ่านการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็นต้นฉบับการ์ตูนจากลายเส้นของอาจารย์โอซามุ หรือบรรดาผู้ช่วยที่เติบโตเป็นนักเขียนและมีผลงานการ์ตูนเป็นที่รู้จักของเราภายหลังจากนั้น
และที่สำคัญ การ์ตูนเล่มนี้พาเราไปรู้จัก อาจารย์โอซามุ ที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก ว่าเป็นพระเจ้าแห่งวงการการ์ตูน ปกหลังของการ์ตูนเขียนไว้ว่า ครั้งแรกที่จะได้เห็น เท็ตสึกะ โอซามุ มาปรากฏตัวที่นี่ บทพิสูจน์ว่า พระเจ้า คือ มนุษย์
เราจึงได้เห็นบุคลิกแบบคนแก่น่ารักๆ ของเขา ผู้ไม่หยุดการเรียนรู้ เรื่องใหม่ๆ ที่เขาไม่รู้แล้วผู้ช่วยรู้มากกว่า เขาก็ไต่ถามจากผู้ช่วยโดยไม่มีฟอร์ม ซึ่งเหมือนเด็กๆ ที่ดีใจเวลาเพิ่งรู้สิ่งใหม่ๆ มาก หรือ การเปิดตำราแพทย์เล่มโตๆ เป็นสิบเล่ม เพื่อการเขียน dialogue ที่ถูกต้องแค่ประโยคเดียว
อาจารย์โอซามุ เป็นคนที่ใช้เวลา ทุกวัน ทั้งชีวิต เพื่อเขียนการ์ตูน ส่งต้นฉบับเรื่องนี้เสร็จ ก็ไม่หยุดพัก เริ่มต้นเขียนอีกเรื่องทันที มีงานของอาจารย์โอซามุ ตีพิมพ์ในช่วงเวลาเดียวกันมากกว่า 1 เรื่อง โดยที่แต่ละเรื่องนั้นคุณภาพไม่ด้อยกว่ากันเลย
อ่านจบเล่ม ผมต้องขอยอมรับผิดที่เขียนไปก่อนหน้านี้ และขอแก้ไขใหม่ว่า
บางทีภาพที่ทรงพลังที่สุด อาจเป็นภาพแผ่นหลังของนักเขียน ขณะกำลังใช้ความคิด แม้จะเป็นการนั่งอยู่ท่าเดิมเป็นวันๆ นิ่งๆ โดยไม่มีอะไรเคลื่อนไหวนั้น ...มันเป็นภาพที่โคตรแอ็กชั่นมากเลยครับ.
สวัสดีครับ.
.......................................
(หมายเหตุ ในวันที่'ข้าพเจ้า'เขียน : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง)



