บันเทิง

ดูโอลิมปิกทางทีวี

ดูโอลิมปิกทางทีวี

10 ส.ค. 2555

ดูโอลิมปิกทางทีวี : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง

          ช่วงอาทิตย์-2 อาทิตย์ ที่ผ่านมานี้ ผมใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการดูกีฬาทางทีวีครับ

          ปกติกีฬาที่เราได้ดูกันบ่อยๆ ก็น่าจะเป็นพวกฟุตบอล พวกมวย ยิ่งฟุตบอลนี่มีชนิดทุกแมทช์ ทุกคู่มาให้ชมกันถึงบ้านจนเราคุ้นชินกันมานาน 
         
          นานๆ ทีที่เราจะได้ดูกีฬาประเภทอื่นมารวมกันเยอะขนาดนี้ นานขนาด 4 ปีมีครั้งเลยทีเดียว

          กีฬาโอลิมปิก เป็นกีฬาแห่งมวลมนุษยชาตินะครับ กีฬาบางอย่าง ถึงเราไม่คุ้นเคย แต่พอเป็นคนเก่งๆ ระดับโลกมาสู้กัน มันจึงน่าติดตามมาก

          ยิ่งการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิกคราวนี้ ที่เราเรียกชื่อเล่นๆ ว่า ลอนดอนเกมส์ เจ้าภาพคืออังกฤษ ซึ่งหนังอังกฤษนี่ขึ้นชื่ออยู่แล้ว เราจึงได้เห็นมุมกล้องแปลกใหม่ มาใช้กับการถ่ายทอดกีฬาคราวนี้ แล้วก็ช่วยให้การดูกีฬามันขึ้น ตื่นเต้นกับภาพหลากหลายไปพร้อมกับผลการแข่งขัน   

          ผมไม่เคยดูโปโลน้ำมาก่อน มาดูเป็นครั้งแรกก็ในลอนดอนเกมส์ เดิมเราก็คิดว่ามันคือกีฬาประเภทว่ายน้ำแข่งกันไปแย่งบอลที่ลอยอยู่ในน้ำ แล้วปาไปข้างหน้า เสร็จแล้วก็ว่ายแข่งกันไปเอาบอลอีก เพื่อจะปาให้เข้าประตู

          แต่พอลองนั่งดูดีๆ แล้ว ก็พบว่าเป็นกีฬาที่โหดใช้ได้ครับ นึกภาพเป็นฟุตบอลหรือบาสเกตบอลว่าการเข้าปะทะหนักหน่วงขนาดไหน โปโลน้ำก็คล้ายกัน เพียงแต่เล่นกันในน้ำเท่านั้นเอง การแย่งชิงพื้นที่เพื่อโอกาสในการครอบครองบอล การแย่งบอลกันทั้งหลาย ยิ่งเป็นนักกีฬาระดับโลกมาแข่งกัน เราจึงได้เห็นเทคนิคของพวกนี้ เห็นภาพการจับหัวคู่ต่อสู้กดน้ำ การศอกกัน การฟาวล์ต่างๆ ....ไม่แข็งแรงมากๆ เล่นไม่ได้นะโปโลน้ำนี่

          ยิ่งมุมกล้องจากประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องทำหนัง ยังมีการถ่ายช็อตใต้น้ำให้เราเห็นขานักกีฬาที่ว่ายน้ำไปด้วย ถีบกัน ปะทะกันไปด้วย มันสนุกตื่นเต้นมาก

          ยังมีการถ่ายทอดยิมนาสติกอีกอย่าง ที่มีมุมกล้องแปลกๆ มาใช้ คือเวลาภาพ replay นักกีฬาแข่งม้ากระโดด เขาจะหยุดภาพนักกีฬาตอนลอยตัวอยู่กลางอากาศแล้วภาพจะหมุนมาอีกมุมหนึ่ง ก่อนภาพจะ play ต่อในจังหวะที่นักกีฬาลงสู่พื้น  พูดให้เห็นภาพก็คือเป็นมุมกล้องแบบหนังเรื่อง matrix นั่นแหละ

          โอลิมปิกคราวนี้ มวยสากลสมัครเล่นยังเปลี่ยนรูปแบบการถ่ายทอดใหม่ จากที่เราคุ้นเคยคือคนดูเห็นคะแนนทันที ต่อยปั๊บ ถ้าจะแจ้ง คะแนนก็ขึ้นปุ๊บ บางคนที่ดูถ่ายทอดมวยสมัยก่อน ก็จะมีพฤติกรรมเหมือนดูตัวเลขตลาดหุ้น  คือตั้งใจดูแต่ตัวเลข ไม่ได้สนใจดูว่าเขาต่อยโดนยังไง เลขขึ้นทีก็เฮที
 
          แต่มาคราวนี้ ระหว่างยกไม่มีคะแนน เราจะรู้เมื่อหมดยกแต่ละยก และเมื่อยกสุดท้ายหมดลง ถ้าคู่ไหนสูสี เราก็จะลุ้นระทึกกับช่วงเวลาประกาศผลมาก กีฬามวยจึงกลับมาตื่นเต้นไปทั้งแมทช์อีกครั้ง ไม่ใช่ลุ้นจบตั้งแต่หมดยกสุดท้าย
 
          วิ่งมาราธอน (ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่ฮิตกันมากในบ้านเรา เพราะใครๆ ก็อยากออกวิ่งเผื่อจะมีโอกาสเจอผู้ชายแบบนิชคุณบ้าง) ในโอลิมปิกก็มีมุมกล้องแบบเสมือนเราเข้าไปร่วมวิ่งกับเขาด้วย หรือ มุมกล้องแบบเหมือนมีเฮลิคอปเตอร์ตามหลังนักวิ่งไปด้วย ซึ่งก็คือทีมกล้องซิ่งมอเตอร์ไซค์ตามนักวิ่งนั่นเอง แต่อุปกรณ์เขาล้ำมากเพราะภาพออกมานิ่งไม่กระเด้งกระดอนตามรถมอเตอร์ไซค์ไปด้วย ดูถ่ายทอดจบ (บวกกับเพิ่งอินๆ กับหนังรัก 7 ปี) นี่แทบคว้ารองเท้าออกไปวิ่งไม่ทันเลยครับ
 
          สุดท้ายผมชอบเวลากล้อง close up ให้เห็นแววตานักกีฬาในอารมณ์ต่างๆ มาก มันมีพลัง มันให้ emotional ที่หลากหลาย ที่เราคนดูดูแล้วก็รู้สึกร่วมไปกับเขา บางคนกระโดดดีใจแม้ได้ที่สาม ในขณะที่บางคนร้องไห้เสียใจที่ได้ที่สอง บางคนแม้สู้ไม่ได้ก็กัดฟันสู้จนคนดูปรบมือให้ทั้งสนาม หลากหลายมากครับ
 
          การดูโอลิมปิกทางทีวีของผมครั้งนี้ อารมณ์ที่ได้เหมือนดูหนังดีดีเรื่องนึงเลยนะครับ
สวัสดีครับ.
.......................................
(หมายเหตุ ดูโอลิมปิกทางทีวี : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง)