บันเทิง

คนเหล็ก 4 
หนังมันๆ แต่พันทาง

คนเหล็ก 4 หนังมันๆ แต่พันทาง

22 พ.ค. 2552

ถึงวันนี้ ไม่น่าจะมีใครไม่เคยซื้อ ดีวีดี นะครับ (แผ่นซีดี ก็ได้) คนที่ซื้อหนังแผ่นอะไรแบบนี้ เคยลองพลิกอ่านข้อมูลข้างหลังกล่องดูมั้ยครับ ที่เขามักจะเขียนว่า นี่คือหนัง 3 แนว แอ็กชั่น ตลก หนังรัก หรือไม่ก็นี่คือ หนังสยองขวัญ หนังดราม่า หนังคอมเมดี้

 โดยความจริงแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ผิดเกือบทั้งหมด เพราะมันไม่มีหรอกครับ ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจะมีตั้ง 3-4 แนว เพราะหนังเรื่องหนึ่ง มันก็จะมี “แนวหลักๆ” หรือที่เรียกว่าตระกูล(genre) ของมันอย่างเดียว

 เหมือนสาวๆ หนุ่มๆ นั่นแหละ มันต้องมีว่าเธอสวยสไตล์คุณหนูหรือเท่สไตล์ทอมบอย เธองามหมดจดเรียบร้อยหรือห้าวเป้งแบบจิ๊กกี๋ คือมันต้องบอกออกมาได้ว่า หนังเรื่องนั้น ผู้หญิงคนนั้น เป็นสไตล์แบบไหน

 เช่นเราจะบอกได้อย่างไรว่า Kill Bill  คือหนังรัก หนังแอ็กชั่น หนังสยองขวัญ (เพราะมันคือหนังแอ็กชั่น) เราจะบอกได้หรือว่า Tropic Thunder  คือหนังดราม่า หนังตลก หนังแอ็กชั่น (เพราะมันคือหนังตลกชัดๆ) และเราคงไม่น่าจะบอกได้ว่า Titanic คือหนังตื่นเต้น หนังดราม่า หนังรัก (เพราะมันคือหนังรักแน่นอนที่สุด)

 อย่างไรก็ดี แต่ละปีที่ผ่านไป มันก็มักจะมีหนังที่ผสมผสานแนวทางต่างๆ แบบสะเปะสะปะ จับนู่นมาต่อนี่ เอานั่นไปเชื่อมกับไอ้นู่น จนกลายเป็นสิ่งที่เขาเรียกกันว่า เป็นพวก “พันทาง” คือ ไม่มีพันธุ์ที่ชัดเจนของตัวเอง แต่กระเดียดไปทางลูกผสม แล้วไม่ได้ออกมาทาง “ลูกครึ่ง” แต่ค่อนไปทางพันทางมากกว่า

 ปีนี้ผมเจอแล้ว หนังที่ส่อแววว่าจะทำเงินไม่น้อย (ไล่ตาม Star Trek) หนังเรื่องนี้เป็นอดีตหนังขวัญใจของพวก 30 อัพหลายๆ คน มันคือ Terminator 4 หรือ “คนเหล็ก” (ซึ่งถ้าเอาไปเทียบกับแรมโบ้แล้ว คนเหล็ก มีสติสตังกว่ามาก เพราะรายนั้น แรมโบ้ น่ะ วันๆ เอาแต่บาซูก้าไปไล่ยิงดะไม่รู้ว่าไหล่จะอักเสบบ้างไหม)

 คนเหล็ก 4 ไม่ได้มีพล็อตที่ดีเลย แต่กลับใช้อาการพันทางทุกอย่าง ทำให้คนดูไม่สามารถไปเข้าห้องน้ำได้ คือพอถึงฉากที่จะต้องโชว์แล้ว ก็ใส่กันเละเทะ เหมือนดูไดโนเสาร์กลับร่างมาเกิดในหุ่นของโรบอท

 ในโครงสร้างหลวมๆ นั้น ก็มีสูตรหนังคนคู่ ตัวละครเป็นพวกดูโอ ซ้อนกันต่อๆ ไป ตั้งแต่ จอห์น คอนเนอร์กับคู่หู และตามด้วยตัวละครหลักอีกทีกับคนรัก ใช้เด็กเป็น key message สำคัญในการทำให้คนดูรู้สึกต้องเอาใจช่วยเด็กเล็ก (บางทีหนังแบบนี้ก็ใช้คนพิการหรือคนแก่ หรือใครก็ตามที่แสดงถึงอาการช่วยตัวเองไม่ได้ เพื่อให้คนดูลุ้น)

 ขณะที่หุ่นยนต์นักฆ่าไล่ยำพระเอกของเรื่องตลอดเวลา บทหนังก็ยำๆ แนวทางหนังหลายแนวมาปนกันอย่างน่าดูบ้าง ไม่น่ามองบ้าง ใช้บรรยากาศของหนังในอนาคต ใช้ตัวละครดูโอ ใช้เทคนิคของหนัง road movie ใช้เงื่อนไขของแฟนตาซี ไม่ให้คนดูเถียงหรือถามหาข้อเท็จจริง

 ตัวหนังเล่าเรื่องไปในปี 2018 ซึ่งเป็นวันอวสานโลก ที่ได้ผ่านมาและผ่านไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงซากอารยธรรมสมัยใหม่ กองทัพคนเหล็กคุกคามน่านฟ้าของโลกหลังวันหายนะ เพื่อสังหารหรือรวบรวมมนุษย์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเมืองร้างและทะเลทราย

 แต่ผู้รอดชีวิตกลุ่มเล็กๆ รวมตัวกันขึ้นเป็นกลุ่มผู้ต่อต้าน แล้วหลบซ่อนอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดิน และโจมตีศัตรูที่มีกำลังพลเหนือพวกเขาทุกเมื่อที่เป็นไปได้ ผู้ที่กำลังบงการเหล่าคนเหล็กคือ สกายเน็ต เครือข่ายคอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่เริ่มมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเองเมื่อ 14 ปีก่อน

 และเพียงเวลาชั่วพริบตา มันก็หักหลังผู้สร้างมันขึ้นมา และปลดปล่อยอาวุธนิวเคลียร์สู่โลกโดยไม่มีใครทันตั้งตัว โดยมีเพียงคนเดียวที่ได้เห็นวันอวสานโลกคืบคลานเข้ามา ชายผู้ซึ่งชะตากรรมของเขามักจะเกี่ยวพันถึงการคงอยู่ของมนุษยชาติเสมอ และเขาคนนั้นก็คือ จอห์น คอนเนอร์ (คริสเตียน เบล)

 การเล่าเรื่องของหนังไม่ค่อยเป็นระเบียบมากนัก เน้นความเมามันของฉาก และต่อยอดไปเรื่อยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องชมก็คือ เมื่อถึงฉากที่ “ต้องขาย” คือทำให้คนดูตื่นเต้น มันไปกับฉากทำลายล้าง หนังก็ทำได้สะใจคนดู สมราคาหนังวินาศสันตะโร แนวทำลายล้างนั่นแหละ

 คือแม้จะมีอาการมั่วๆ อยู่บ้าง แต่ดันมั่วได้อารมณ์สะใจของคนดู
 แต่ไม่ขอเข้าข้าง เพราะจะจบด้วยประโยคที่ว่า หนังสนุกเมามันเรื่องนี้ คือคนเหล็กที่แย่ที่สุดตั้งแต่เคยมีมา แต่มันอาจจะกลายเป็นหนังที่ทำเงินของคนเหล็กมากที่สุด เช่นกัน

"นันทขว้าง สิรสุนทร"
[email protected]