
โลกเปลี่ยนแปลง ดนตรีไทยก็เปลี่ยนไป8
โลกเปลี่ยนแปลง ดนตรีไทยก็เปลี่ยนไป8 : โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน
ประเพณีการเทศน์มหาชาติตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ย่าตาทวดของเรานั้นก็จะทราบกันดีว่าวงดนตรีที่ใช้ประกอบการเทศน์มหาชาตินั้นก็ คือวงปี่พาทย์หรือวงปี่พาทย์ไทย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นขนาดเครื่องคู่ จะเรียกว่าวงปี่พาทย์เครื่องคู่ก็ได้ หรือ ง่ายๆ ก็คือวงที่ใช้ประกอบการแสดงต่างๆ เช่นโขน ละคร หนังใหญ่นั้นแหละครับ แต่ในปัจจุบันเริ่มที่จะมีหลายแห่งที่นำวงปี่พาทย์มอญมาประกอบกับการเทศน์มหาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพระนักร้องในยูทูบก็จะมีให้ชมกันเยอะแยะ จริงอยู่ว่าญาติโยมหลายท่านที่นั่งฟังพระร้องเพลงแหล่อาจจะไม่รู้ถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของดนตรีไทยก็เลยคิดว่าไม่เห็นจะมีอะไรผิดแปลก ตรงกันข้ามกลับมีความสวยงามกว่าเสียอีก
แต่โดยหลักความจริงของขนบธรรมเนียมในเรื่องของงานที่เป็นพิธีกรรมหรือพิธีการต่างๆ นั้นจะต้องเป็นวงปี่พาทย์ไทยเพียงเท่านั้น เหตุผลก็คือวงปี่พาทย์นั้นจะเป็นวงดนตรีไทยวงเดียวที่ใช้สำหรับบรรเลงเพลงหน้าพาทย์หรือเพลงชั้นสูงที่ใช้ประกอบพิธีกรรมพิธีการต่างๆ อย่างเช่น เพลงสาธุการ เชิดกลอง พระยาเดิน ฯลฯ ซึ่งจะเอา วงเครื่องสาย หรือวงมโหรี มาเล่นเพลงจำพวกนี้ก็ยังไม่เหมาะสมแล้วยิ่งเป็นวงปี่พาทย์มอญแล้วด้วย หลายคนที่รู้อาจจะบอกว่า โอ...พระเจ้าช่วย กล้วยไข่! นี่มันวงดนตรีที่ใช้ในงานศพไม่ใช่หรือ? ถูกต้องแล้วครับ
จริงอยู่ว่าในอดีตนั้นคนมอญจะคิดว่าดนตรีของชนชาติมอญแท้ๆ นั้นสามารถใช้ได้กับงานต่างๆ ได้ทุกงานไม่จำเป็นจะต้องใช้แต่งานศพ แต่หลายท่านอาจจะทราบว่าวงปี่พาทย์มอญนั้นความจริงแล้วก็ไม่ใช่เป็นเครื่องดนตรีของชนชาติมอญล้วนๆ ซึ่งจะมีเครื่องดนตรีจำพวกระนาดเอก ระนาดทุ้ม ที่เป็นเครื่องของดนตรีไทยผสมอยู่ และโดยความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่ก็จะรับรู้ว่าวงปี่พาทย์มอญนั้นจะใช้ในงานศพมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5 เมื่อครั้งในงานพระบรมศพของสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ พระราชินีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อาจจะมีผู้สันทัดกรณีบางท่านบอกว่าวงปี่พาทย์มอญใช้กับงานมงคลได้ แต่ผมก็ไม่เคยเห็นใครเอาไปใช้ในงานแต่งงานแม้แต่งานเดียว แม้แต่ผู้สันทัดกรณีเองก็เถอะ เวลาเมื่อเขาแต่งงานก็คงไม่ได้เอาวงปี่พาทย์มอญไปบรรเลงตอนพิธีหลั่งน้ำพุทธมนต์แน่ๆ
ในความเป็นจริงวงปี่พาทย์มอญถ้าไม่ใช้ในงานศพแล้วก็สามารถที่จะไปใช้ในการบรรเลงโชว์ตามสถานที่หรือเวทีต่างๆ หรือแม้กระทั่งรายการโทรทัศน์ ก็ไม่ได้ผิดอะไรเพียง แต่ว่าเราถ้าไม่ได้ไปบรรเลงเพลงอัปมงคลอย่างเช่น เพลงยกศพ เพลงเชิญศพหรือเพลงประจำวัด เหล่านี้ ยกเว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องบรรเลงสาธิตให้ความรู้กับผู้ชมอย่างเช่นเพลงมอญร้องไห้ก็คงจะอนุโลมกันไปได้
สิ่งที่ทำให้วงปี่พาทย์มอญนั้นเข้ามามีบทบาทเหนือจากการเล่นในงานศพเท่านั้นก็คือการแสดงนาฏดนตรีหรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าลิเก การแสดงลิเกแต่โบราณนั้นก็จะใช้วงปี่พาทย์หรือวงปี่พาทย์ไทยแต่พอเมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมาการแสดงลิเกนั้นเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบของเวทีให้มีความกว้างขวางใหญ่โตมากขึ้นแล้วก็ยกพื้นด้านหลังให้สูงขึ้นอีกหนึ่งชั้นแล้วก็ยกวงปี่พาทย์ขึ้นเอาไปไว้ข้างบนชั้นที่สองซึ่งจากเดิมที่วงปี่พาทย์นั้นจะต้องนั่งบรรเลงอยู่ข้างๆ เวทีด้านใดด้านหนึ่ง ก็จะลอยขึ้นไปอยู่เหนือตัวแสดงลิเกและก็นำวงปี่พาทย์มอญที่มีความสวยงามกว่าวงปี่พาทย์ธรรมดาเอาไปใช้บรรเลงประกอบการแสดงแทนอยู่ด้านบนดูเด่นเป็นสง่าสวยงามมากขึ้นแล้วก็เรียกว่า ลิเกเวทีลอยฟ้า ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าคณะแรกที่นำมาใช้นั้นเป็น คณะสมศักด์ ภักดี หรือ คณะพงษ์ศักดิ์ สวนศรี แต่เป็นใครก็แล้วแต้ก็ต้องขอยกย่องชมเชยว่าเขาทำให้วงปี่พาทย์นั้นดูมีคุณค่ามากขึ้นนอกจากจะดูสวยงามแล้วยังถือว่าเป็นการให้เกียรติคณะปี่พาทย์เป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าจะถามว่าเอาวงปี่พาทย์มอญที่ใช้ในงานศพมาประกอบในการแสดงลิเกนั้นมันไม่ผิดหรือ? ในมุมมองของผมนั้นจากที่ได้เห็นมาการแสดงลิเกในงานต่างๆ นั้น 70% ก็จะเป็นงานศพผมว่ามันก็สมเหตุสมผลกันดีด้วยซ้ำที่งานศพในตอนกลางคืนนั้นมีการแสดงลิเกแล้วใช้วงปี่พาทย์มอญมาประกอบการแสดงแต่ถ้าเกิดว่างานที่ลิเกไปแสดงนั้นเป็นงานบวชถ้าสามารถเปลี่ยนเป็นวงปี่พาทย์ไทยก็จะถือว่าดีและถูกต้อง แต่ในสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นการแสดงลิเกนั้นถือว่าเป็นการเล่นของไทยชนิดหนึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องของพิธีกรรมต่างๆ ดนตรีที่มาประกอบจะเป็นวงอะไรก็ตามนั้นถือว่าไม่ได้ผิดขนบธรรมเนียมประเพณีแต่อย่างใด ผิดกับในการเทศน์มหาชาตินั้น ที่ถือว่าเป็นงานพิธีกรรมทางศาสนาอย่างหนึ่งอย่างเช่นเมื่อทุกครั้งที่พระสงฆ์กำลังขึ้นเทศน์นั้นก็จะต้องมีการจุดธูปเทียนบูชาหน้าพระพุทธและวงปี่พาทย์ก็จะต้องบรรเลงเพลงสาธุการในทุกๆ ครั้ง มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำวงปี่พาทย์มอญมาบรรเลงในงานเทศน์มหาชาติ
ทั้งหมดนี้จึงอยากจะให้ญาติโยมทั้งหลายที่นิยมฟังพระร้องเพลงแหล่ได้รับทราบถึงความจริงของขนบธรรมเนียมดนตรีไทยที่เขามีกันมาแต่โบราณกาลอะไรที่มันไม่ควรเปลี่ยนแปลงรักษาได้ก็ต้องรักษาเอาไว้บ้าง ห่วงแต่ว่าอีกไม่กี่ปีเยาวชนดนตรีไทยในขณะนี้เมื่อเติบโตไปก็คงจะเข้าใจอะไรผิดๆ กันไปหมดตามยูทูบที่ชอบดูกันนั่นแหละครับ ขนาดนักดนตรีปี่พาทย์ในยุคนี้รู้ทั้งรู้ก็ยังไปร่วมบรรเลงกับเขา แต่ผมก็เข้าใจว่ามันก็เป็นเรื่องของการทำมาหากินของนักปี่พาทย์ ก็เลยไม่รู้ว่าตกลงแล้วเป็น เพราะโลกเปลี่ยนไปหรือเปล่าที่ทำให้ดนตรีไทยต้องเปลี่ยนแปลงเป็นแบบนี้
ป.ล.ในวันที่ 18 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ในเวลา 13.00 น.จะมีการจัดงาน หนึ่งศตวรรษ ครูทองดีศรีแผ่นดิน ณ โรงละครแห่งชาติ จะมีการแสดงมากมายหลายอย่างที่คอดนตรีไทยไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง สวัสดีครับ..
.......................................
(หมายเหตุ โลกเปลี่ยนแปลง ดนตรีไทยก็เปลี่ยนไป8 : โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)



