บันเทิง

มองโลกแบบวิกรม - ล่องเรือกลางทะเล (จบ)

มองโลกแบบวิกรม - ล่องเรือกลางทะเล (จบ)

22 พ.ค. 2552

ที่ผมเลือกการเดินทางล่องเรือแบบนี้สาเหตุหลักคือการใช้เวลาเขียนหนังสือเล่มใหม่ ที่มีแผนจะออกในเดือนตุลาคมปีนี้ โดยจะใช้ชื่อว่า "กินอยู่แบบวิกรม" ระหว่างทางที่อยู่บนเรือ

 ช่วงที่เรืออยู่กลางทะเลนั้น วันหนึ่งๆ ผมเขียนได้ทีละหลายหน้าอยู่ทีเดียว เบ็ดเสร็จเขียนไป 100 กว่าหน้า (ขนาดเอ 4) หมดปากกาไปหลายด้ามทีเดียว นับเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่าอย่างมาก หากท่านผู้อ่านจำได้ 2ปีกว่ามาแล้ว ผมเคยเดินทางล่องเรือในแม่น้ำอิระวดี แม่น้ำสายหลักของพม่าใช้เวลา 11 วัน คราวนั้นเรือลำเล็กกว่าคราวนี้หลายเท่าตัว

 จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมสัมผัสได้ว่าการใช้เวลาล่องเรือไปตามลำน้ำ มองเห็นธรรมชาติสองฝั่งข้างทางนั้น ช่วยสร้างความสงบ สมาธิในการเขียนหนังสือ ส่งเสริมอารมณ์ศิลปินได้บรรเจิดยิ่งนัก ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมไม่ลังเลใจที่จะลองล่องเรือออกทะเลกับเขาบ้าง ซึ่งก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังใดๆ เลย

 ในเรือ Diamond Princess นั้นมีผู้โดยสารที่เดินทางมาจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก แคนาดา อังกฤษ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฯลฯ รวมทั้งคนไทยอย่างผมและมีอีกครอบครัวหนึ่งด้วย แม้ว่าจะไม่มากนักหากเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ผมสังเกตว่า การล่องเรือสำราญกับคนไทยนั้นอาจจะยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก ด้วยเหตุผลหลายประการ แต่สำหรับเพื่อนร่วมโลกที่มาจากต่างถิ่นฐานแล้ว เป็นที่ถูกอกถูกใจกันมาก บางคู่ล่องเรือมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เท่าที่ผมพบ 32 ครั้งบ้าง 15 ครั้งบ้าง หลายต่อหลายคนล้วนติดใจไปแล้วไปอีก วางแผนกันข้ามปีเลยทีเดียว จึงทำให้การท่องเที่ยวทางเรือสำราญเช่นนี้ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบวิกฤติทางเศรษฐกิจโลกกันสักเท่าไหร่ จะมีให้เห็นก็แต่เวลาเรือแวะตามเมืองต่างๆ เห็นได้ชัดว่าแต่เดิมที่จะมีพวกฝรั่งจากอเมริกา หรือยุโรปนิยมจับจ่ายใช้สอย ช็อปปิ้งกันหนาตานั้น เดี๋ยวนี้น้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย มีแต่คนเอเชียหรือคนจีนเท่านั้นที่ดูเหมือนว่าจะมีสตางค์จับจ่ายมากหน่อย

 ครั้งที่ผมแวะฮ่องกงหรือสิงคโปร์ซึ่งตามปกติจะมีคนไทยไปช็อปปิ้งกันมาก ตามถนนหนทางต้องพบคนไทย แต่ไปคราวนี้ผมไม่เจอเลย นี่อาจเป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจในบ้านว่ากำลังซบเซาอย่างหนัก หรือกำลังช่วยกันเที่ยวไทยให้คึกคักอยู่หรือไม่ผมไม่อาจทราบได้

 ในเรือนั้นมีลูกเรือ 1,100 กว่าคนมาจาก 43 สัญชาติ ในจำนวนนี้ 700 กว่าคน เป็นลูกเรือสัญชาติฟิลิปปินส์ มีลูกเรือไทยประมาณ 70 คน และมีมาจากที่ต่างๆ ทั่วโลก นับเป็นโรงเรียนฝึกภาษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมชั้นดี ชีวิตลูกเรือแม้ว่าจะทำงานหนัก (อย่างต่ำคนละ 14 ชั่วโมง) แต่ด้วยสวัสดิการ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและแถมด้วยการเดินทางรอบโลก บางคนมีสัญญาทำงานกันคนละ 6-10 เดือนต่อปี ลูกเรือทุกคนทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ยิ้มแย้มแจ่มใส ผมต้องขอชมเชยระบบการบริหารจัดการภายในเรือว่าทำได้ดีมากๆ ทุกอย่างเป็นระบบ ระเบียบ ดูเรียบร้อย อบอุ่นด้วยมิตรภาพ ด้วยเหตุนี้กระมังที่ทำให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่รู้สึกว่าการใช้ชีวิตในเรือนี้ไม่แตกต่างจากที่ในเวลาที่พวกเขาอยู่บ้านเลย

 เรื่องราวการเดินทางในเรือผมจะทยอยเขียนเล่าไว้เรื่อยๆ โปรดติดตามอ่านกันได้ แต่ถ้าใครสนใจจะไปล่องเรือเช่นนี้ดูบ้าง ลองติดต่อสอบถามไปที่ผู้ดูแลการบริการให้ผมได้ไปใช้เวลาวันหยุดอย่างมีความสุข คุ้มค่าเพราะได้งานชิ้นใหม่เตรียมใว้ให้บรรดามิตรรักนักอ่านทั้งหลาย ลองสอบถามกันที่คุณพจน์ เบอร์โทร.08-6977-4455 นะครับ เขายินดีให้บริการทุกท่าน เผื่อว่าท่านอาจได้พบกับประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ เปิดโลกทัศน์เพิ่มเติมดังเช่นที่ผมไปสัมผัสมาแล้ว

www.vikrom.net
[email protected]