
การกลับมาที่ไม่บอกผ่านของ'พี.โอ.พี'
การกลับมาที่ไม่บอกผ่านของวง 'พี.โอ.พี'
คิดถึงเพลงรักซึ้งๆ ท่วงทำนองสวยงาม เมโลดี้ละมุนละไม อย่างเพลง "ที่แห่งนี้, ไม่มี, แค่ได้พบเธอ" ของวงที่เรียกว่าร้องเพลงรักได้หวานซึ้งสุดขั้วหัวใจ "พี.โอ.พี" เป็นเวลา 8 ปีกว่าแล้วที่ 3 หนุ่ม "พี.โอ.พี" ประกอบด้วย "ก้อ" ณฐพล ศรีจอมขวัญ "โต้ง" มณเทียร แก้วกำเนิด และ นภ พรชำนิ ได้หยุดพักความเป็นวง พี.โอ.พี เพื่อไปแสวงหาแนวใหม่ๆ ในแบบของพวกเขา จนมาวันนี้พวกเขากลับมารวมกันอีกครั้งกับผลงานเพลงชุดใหม่ ภายใต้สังกัด "เลิฟอิส" พร้อมเปิดตัว 2 สมาชิกใหม่แต่หน้าเก่าอย่าง "มิสเตอร์ซี" สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ และ "เจอรี่" ศศิศ มิลินทวณิช หนึ่งในสมาชิกของวง "ทู เดย์ส อะโกคิดส์" ที่พวกเขาคือสองคนเบื้องหลังที่ร่วมเดินทางกับ "พี.โอ.พี" มาตลอด แต่อัลบั้มนี้ทั้งสองคนจะออกหน้าออกตาในนามสมาชิกวง โดย "ก้อ" ณฐพล เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของวง "พี.โอ.พี" หลังจากหายไป 8 ปี
"ครั้งนี้เรามีอะไรที่แปลกใหม่มากขึ้น เรากลับมาคุยกันว่าการที่เรากลับมาทำงานเพลงด้วยกันในนามพี.โอ.พี เราทำเพื่ออะไร ซึ่งก็มีเหตุผลหลายเหตุผลด้วยกัน ผมคิดว่าในส่วนตัวของพวกเราแต่ละคน เรารู้จักกันมานานเป็นสิบปี แล้วเราก็มีความรู้สึกว่าตั้งแต่เบอร์เกอรี่ปิดตัวลง โอกาสที่เราจะกลับมาทำงานร่วมกันมันมีน้อยมาก สมัยเบอร์เกอรี่เราเจอหน้ากันเกือบทุกวัน พอจบยุคนั้นผมเจอพี่เจอรี่ 2 ปีครั้ง เจอพี่โต้ง 3 ครั้งต่อหนึ่งปี พี่นภกว่าจะเจอก็ปีละ 2 ครั้ง กับพี่สมเกียรติไม่เจอเลย เรียกว่าน้อยลงมากจนหน้าใจหาย ทั้งที่แต่ก่อนเราสนิทกัน ซึ่งเราคิดแล้วว่าโอกาสเดียวที่เราจะได้กลับมาเจอกัน คือการมาทำงานด้วยกัน เจอกันผ่านเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารักและเป็นสิ่งที่เราถนัดอยู่แล้ว" ก้อเล่า
การที่พวกเขากลับมาทำงานร่วมกัน โดยที่ถ้าหากมีกันแค่ 3 คน พวกเขาเลยรู้สึกเหงา เลยไปชวน "มิสเตอร์ซี" สมเกียรติ และ เจอรี่ มาร่วมขบวนการด้วยกัน ทำให้ผลงานเพลงของพี.โอ.พี ในยุคนี้จะมีมิติมากขึ้น แทนที่จะเป็นแค่สามเหลี่ยมที่มีสามมุม พวกเขาก็กลายเป็นห้าเหลี่ยมที่มีมุมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผลงานเพลงของพวกเขามีเสน่ห์มากขึ้น มีความลึกและมีมุมมองใหม่ๆ ที่มากขึ้นกว่าเดิม เหมือนเป็น "เหล้าเก่า ในขวดใหม่"
"ปีกว่าที่เรากลับมาทำงานร่วมกัน เราได้ผลงานในแบบที่พัฒนาขึ้นไปกว่าพี.โอ.พีในยุคก่อนอีกขั้นหนึ่งจริงๆ เราได้มีโอกาสได้มาเจอกันบ่อยขึ้น กลับมาทำงาน มาใช้ชีวิตกันแบบเพื่อนที่สนิทและรักกัน ทำให้การกลับมาครั้งนี้มันมีความหมายมากขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของผลงานเรารู้สึกว่าเราก็ภูมิใจที่จะนำเสนองานใหม่ของพี.โอ.พีอย่างภาคภูมิใจ" ก้อกล่าว
ด้าน นภ พรชำนิ กล่าวถึงการมีสมาชิกใหม่เข้ามาว่าเป็นการเพิ่มสีสันและความแปลกใหม่ให้กับวง
"การที่มีสมาชิกใหม่อย่างพี่สมเกียรติและเจอรี่เข้ามา แต่ความเป็นพีโอพียังแข็งแรงเหมือนเดิม จริงๆ แล้วพี่สมเกียรติกับเจอรี่อยู่เบื้องหลังของพี.โอ.พีมาตลอด ก่อนหน้านี้ที่เราหยุดไป เพราะเรารู้สึกว่าเราปิดตัวเนื่องจากหมดยุคนั้นแล้ว เราต่างคนต่างไปทำอะไรส่วนตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลิกล้มงานด้านดนตรี เรายังทำงานเพลงอยู่ และพวกเราทั้งหมดก็ยังเป็นเพื่อนกัน เจอหน้ากันเราก็คุยเรื่องพีโอพีกันทุกครั้งว่าเมื่อไหร่จะกลับมาทำงานด้วยกันอีก โต้งเขาก็จะมาคอยกระแซะอยู่ตลอด แต่เราไม่มีเวลาที่จะทำ เพราะเราต่างไม่ว่างพร้อมกัน จนมาปลายปี 2010 เราก็เริ่มต้นที่จะกลับมารวมตัว" นภบอก
โดยวง พี.โอ.พี เผยว่าเพลงแรกที่พวกเขากลับมาทำด้วยกันจริงๆ แล้วคือเพลง "ลมหายใจ" ที่ปล่อยมานานก่อนหน้านี้ ก่อนจะมาเป็นเพลง "คนไม่บอกผ่าน" ที่เจอรี่แต่งเพื่อง้อคนที่เดินผ่าน แล้วทั้งหมดก็ค่อยๆ เริ่มทำงานด้วยการทำคอร์สขึ้นมาจนสำเร็จเสร็จมาเป็นเพลงนี้ ที่พวกเขาเชื่อว่ายังมีกลิ่นไอความเป็นพี.โอ.พีแบบที่ทุกคนชื่นชอบ พร้อมทั้งได้ซาวน์ดนตรีที่ทันสมัยและมีสีสันมากขึ้นด้วย



