
A Simple Lifeอบอุ่นเพื่อวันแม่อย่างแท้จริง
A Simple Lifeอบอุ่นเพื่อวันแม่อย่างแท้จริง : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
เวลาวันคืนเวียนมาถึง “วันแม่” ในแต่ละปี ผมมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่า ผู้หญิงทุกคนนั้น เมื่อได้เป็นแม่แล้ว ก็ ”ไม่มีอะไร” ที่จะเป็นไม่ได้อีก
เป็นได้ทุกอย่างเพราะบทบาทของแม่ต้องผ่านมาหมด ทั้งด้านที่แกร่งและมั่นคงของพ่อ, ความอบอุ่นของแม่ในวันที่ฟ้าร้องแผ่นดินไหว หรือมือของแม่ที่เอื้อมมาลูบหัวและไหล่ของเรา ในวันที่สุขและโศก
แม่สร้างลูกสักคน ยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าสร้างโลก ในความรู้สึกของผม
แต่เมื่อถึงเวลานี้ (ต้นเดือนสิงหาคม)ของปี เราก็จะเห็น periodic marketing หรือการตลาดที่เล่นกับช่วงเวลาของธีมใดธีมหนึ่ง โดยเฉพาะการขายของใน “วันแม่”
A Simple Life ก็คงจะเป็นสินค้าทางอารมณ์ที่ว่านี้ด้วยอย่างชอบธรรม แต่ผมจะบอกว่า มันเป็นหนังที่มีความพร้อมอย่างที่สุดสำหรับความรู้สึกที่เข้ากันในวันแบบนี้ (โดยไม่จำเป็นต้องเป็น “แม่จริงๆ”)
ลองถอยหลังไปดูสิ่งที่หนังทำไว้ A Simple Life ครองตำแหน่งหนังฮ่องกงที่กวาดรางวัลมากที่สุดในรอบปี เอาชนะหนังดังๆ อีกหลายเรื่อง และได้กลายเป็นหนังเอเชียที่อยู่ในความสนใจของสื่อฯ มาตลอดตั้งแต่ต้นปี
ตัวหนังเล่าเรื่องราวที่สะท้อนภาพชีวิตจริงของคนธรรมดาๆ ในฮ่องกง ด้วยมุมมองที่ตรงไปตรงมาที่สุด
อาเต๋า (ดีนนี่ ยิป) หญิงชราที่เป็นคนรับใช้ของบ้านตระกูลเหลียงมาตั้งแต่จำความได้ บัดนี้ทุกคนในบ้านต่างแยกย้ายไปอาศัยอยู่ต่างประเทศกันหมดแล้ว เจ้านายเพียงคนเดียวของเธอคือ โรเจอร์ (หลิวเต๋อหัว) นายน้อยที่เธอเป็นคนเลี้ยงดูมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกจนเขาเติบใหญ่
ปัญหาสำคัญคือ เมื่ออายุมากขึ้น และสุขภาพเริ่มแย่ลง “อาเต๋า” ก็ไม่สามารถดูแลนายน้อยของเธอได้อีก รวมถึงโรเจอร์ ก็เป็นนักธุรกิจที่มีงานรัดตัว บวกกับช่องว่างระหว่างเจ้านายกับหญิงรับใช้ชราจึงมากขึ้นทุกวัน
และเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับใคร อาเต๋า จึงอาสาขอย้ายนิวาสสถานจากบ้านเจ้านาย ไปอยู่บ้านพักฟื้นสำหรับคนชรา
หลังจากย้ายไป “บ้านหลังใหม่” หญิงชราพบว่าการห่างเหินจากนายน้อยเป็นความทรมานเล็กๆ และคล้ายกับเป็นความจริงอันขมขื่นของชีวิตที่เธอต้องยอมรับ
ในช่วงบั้นปลาย อาเต๋าจึงพยายามปรับตัวให้เข้ากับที่อยู่ใหม่โดยไม่อิดออด และรอคอยให้เจ้านายของเธอมาเยี่ยม แม้เพียง “สัปดาห์ละครั้ง” ก็ตาม
สิ่งที่เป็น turning point ก็คือ วันหนึ่งอาถาวเป็นลมล้มพับในห้องน้ำ ด้วยโรคที่รุมเร้าและความชราที่กำลังมาเยือน อาถาวตัดสินใจไม่อยากเป็นภาระของนายจ้าง ด้วยการขอลาออกและลาไปใช้ชีวิตบั้นปลายในบ้านพักคนชรา
แต่สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาดของนายจ้างและหญิงรับใช้คู่นี้ เหนียวแน่นเกินกว่าที่จะมีอะไรมาทำให้ขาดสะบั้นลงได้ โรเจอร์ยังคงคอยมาดูแลอาถาวประดุจแม่ของเขาเอง และอยู่เป็น “เพื่อนคนสุดท้าย” ของหญิงชรา ในโมงยามสุดท้ายของชีวิต
ด้วยเนื้อหาที่เรียบง่าย แต่ทว่าถูกถ่ายทอดออกมาอย่างลึกซึ้งกินใจ ไม่น่าประหลาดใจเลยที่ A Simple Life กลายเป็นที่รักของผู้ชม และนักวิจารณ์จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าชาติและภาษาใดๆ ก็สามารถซึมซับความประทับใจนี้ได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ตามข้อมูลของทางบริษัท บอกว่า “ดีนนี่ ยิป” นักร้องและนักแสดงสาวที่เล่นหนังตลกมาตั้งแต่ต้นยุค 80 เธอมารับบท อาเต๋า และกลายเป็นบทสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ “ยิป” คว้ารางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองเวนิซมาครอง ก่อนจะกวาดรางวัลสาขาเดียวกันนั้น ทั้งจากเวทีเอเชียนฟิล์มอวอร์ดส, ม้าทองคำ, ฮ่องกงฟิล์ม อวอร์ดส์
และสมาคมนักวิจารณ์ฮ่องกง (ส่วน หลิวเต๋อหัว ได้บทที่เรียบง่ายและกินใจ นอกจากนี้ยังเป็นโปรดิวเซอร์ออกทุนสร้างให้แก่หนังเล็กๆ เรื่องนี้ด้วยตนเอง)
หนังดราม่าแสนอบอุ่นของผู้กำกับหญิง แอน ฮุย เรื่องนี้ เปิดตัวครั้งแรกในการเข้าฉายในสายประกวดของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี เมื่อปี 2011 ก่อนจะเพิ่งมาออกฉายอย่างเป็นทางการในฮ่องกงเมื่อ 2 เดือนก่อน และก็คว้ารางวัลไปมากมายตามความคาดหมาย
มีใครสักคนเคยบอกว่า ทุกวันนี้ค่ายหนังไม่ค่อยสร้างภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวของผู้ใหญ่กันแล้ว พวกเขามุ่งไปที่มนุษย์ต่างดาว, ความรักใคร่ของวัยรุ่นและการกอบกู้โลกจากเอเลี่ยน
A Simple Life เป็นข้อขัดแย้งที่บอกกับเราว่า ยังมีคนทำหนังที่ทำภาพยนตร์โดยไม่ได้คิดแต่การตลาดนำ
มันอาจไม่ทำเงินแบบหนังใหญ่ แต่จะถูกจดจำได้เมื่อเวลาผ่านไป
อย่างน้อยก็อาเต๋ากับโรเจอร์ในเรื่องนี้
.......................................
(หมายเหตุ A Simple Lifeอบอุ่นเพื่อวันแม่อย่างแท้จริง : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



