บันเทิง

คิดชายขอบ : 'ศาลแห่งสิ่งใหม่ๆ'

คิดชายขอบ : 'ศาลแห่งสิ่งใหม่ๆ'

03 ส.ค. 2555

'ศาลแห่งสิ่งใหม่ๆ' : คอลัมน์ คิดชายขอบ โดย... Khunphiphat

          "ความคิดสร้างสรรค์ คือ การคิดค้น ทดลอง เติบโต เสี่ยง แหกขนบ ผิดพลาด และสนุกกับมัน" - แมรี่ ลู คุก

          ธุรกิจทุกรายที่ประสบความสำเร็จล้วนถูกออกแบบในหัวสมองใครสักคนก่อน เมื่อเรามองหาช่องทางใหม่ๆ บังเกิดไอเดียที่แตกต่างจากวิถีเดิมๆ มันคงยังไม่มากพอ มันเป็นเรื่องของความต้องการการลงมือปฏิบัติด้วย ยิ่งสิ่งใหม่เท่าไหร่ คนที่เราจะปรึกษาด้วยยิ่งเหลือน้อยลงเท่านั้น และยิ่งถ้ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วละก็ เราต้องเผชิญกับภาวะ "ศาลแห่งสิ่งใหม่ๆ" จากผู้คนรอบๆ ที่คอยไม่เห็นด้วยกับคุณ คอยตัดสินว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ !! เราเองต้องอาศัยพึ่งพาสิ่งหนึ่งที่สำคัญนั่นคือ "ความกล้าหาญ" ที่มากพอที่จะทำมัน ก็เพราะคนส่วนใหญ่เคยชินเรื่องเดิมๆ 98% เห็นเรื่องใหม่ๆ เป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยเหตุผลของความเป็นไปไม่ได้ คอยพิพากษาคุณอยู่ตลอดเวลา คุณต้องอาศัยความบ้าพอบวกกล้าพอรวมเข้ากับไอเดียเจ๋งๆ ของคุณ สิ่งใหม่จึงเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ได้... ลองมาดูตัวอย่างเรื่องนี้กัน

“The Book That Can’t Wait”
          โดยปกติแล้ว "มันน่าอ่านจนผมวางหนังสือเล่มนี้ไม่ลง" เป็นเพียงเปรียบเปรยในการพูด แต่สำนักพิมพ์อิสระแห่งหนึ่งในอาร์เจนตินา สร้างคำพูดนี้ไม่ใช่แค่คำพูดเปรยๆ พวกเขาพยายามที่จะทำให้ตัวอักษรมีคุณค่ามากขึ้น ด้วยไอเดียที่แหวกแนว กล้าหาญและน่าสนใจ ที่สำคัญมันประสบความสำเร็จทางการตลาด เป็นที่ฮือฮา เป็นข่าวกระแสดังชั่วข้ามคืนไปโดยไม่ต้องใช้งบประชาสัมพันธ์อะไรมากมาย

          สำนักพิมพ์อิสระะ Eterna Cadencia ในบัวโนสไอเรส ออกหนังสือเวอร์ชั่นพิเศษสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ โดยใช้หมึกเทคโนโลยีพิเศษที่ค่อยๆ จางหายไปทีละนิด เมื่อเปิดหนังสือออก และหนังสือเริ่มสัมผัสกับแสงแดดกับอากาศ โดยหมึกจะค่อยๆ จางหายไป และหายไปอย่างสมบูรณ์ภายในสองเดือนหลังจากที่คุณเปิดหนังสือเล่มนั้น

          “The Book That Can’t Wait” เป็นวิธีที่น่าสนใจเพื่อกระตุ้นให้ผู้ซื้อหนังสืออ่านหนังสือในทันทีให้มากขึ้น ทำให้มีนักเขียนหน้าใหม่ที่ออกผลงานเป็นครั้งแรกหันมาให้ความสนใจกับนวัตกรรมนี้ เพราะมันมีส่วนช่วยให้พวกเขาอยู่รอด !!!
ปัจจุบันในยุคดิจิตอลที่ข้อมูลข่าวสารมีให้เสพฟรีจนล้น มันทำให้หนังสือตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า "หนังสือคือผู้ป่วยหนัก" เพราะคนส่วนใหญ่ซื้อหนังสือแล้วเก็บไว้รอที่จะอ่าน พวกเขาไม่ได้อ่านมันทันที บางครั้งเก็บไว้เป็น วัน เดือน หรือบางทีเป็นปีๆ แม้นั่นมันดูเหมือนจะโอเคสำหรับยอดขายหนังสือของสำนักพิมพ์ แต่ไม่ได้ดีเลยสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ๆ เพราะถ้าคนไม่ได้อ่านหนังสือเล่มแรกของพวกเขา นักเขียนหน้าใหม่ก็จะแทบไม่มีโอกาสที่ดีสำหรับเล่มที่สอง และเล่มต่อๆ มา

          เมื่อไอเดียสร้างคุณค่าให้แก่ตัวหนังสือนี้ถูกนำมาใช้เป็นการกระตุ้นให้ผู้อ่าน ให้อ่านหนังสืออย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็ก่อนสองเดือนที่หมึกจะจางหายไป เกิดกระตุ้นให้เกิดการอ่านมากขึ้น ถ้านักเขียนหน้าใหม่ดีพอที่จะเข้าไปในใจของแฟนหนังสือ นักเขียนหน้าใหม่เหล่านั้นก็เพิ่มโอกาสที่จะขายผลงาน เล่มที่สอง และเล่มต่อๆ มาได้มาก

          นวัตกรรมสำนักพิมพ์อิสระร่วมกับ DRAFTFCB ที่บัวโนสไอเรสในการพัฒนาความคิดริเริ่มนี้ ไม่น่าเชื่อผลไอเดียที่กล้าหาญนี้ ในการพิมพ์ครั้งแรกของหนังสือ “The Book That Can’t Wait” ขายหมดเกลี้ยงภายในวันแรกที่วางตลาด และมีคำสั่งซื้อตามมาอีกมากมายอีกกว่าหลายพันเล่ม...

          จงอย่าลืม! ไอเดียใหม่ๆ ต้องการความกล้าหาญที่จะเป็นกบฏ 'แหกขนบ' แหวกคำพิพากษา นั่นเป็นส่วนสำคัญที่ติดอยู่คู่กับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ เสมอมาทุกยุคสมัย

          “An idea that is developed and put into action is more important than an idea that exists only as an idea.” / "ไอเดียที่ถูกพัฒนานำไปปฏิบัตินั้นสำคัญยิ่งกว่าไอเดียที่เป็นแค่ไอเดียดีๆ"
Edward de Bono

ชมวิดีโอ “The Book That Can’t Wait” ได้ที่ <http://www.youtube.com/watch?v=gHl8IqCqza8>
.......................................
(หมายเหตุ 'ศาลแห่งสิ่งใหม่ๆ' : คอลัมน์ คิดชายขอบ โดย... Khunphiphat)